ASIANET : คาลเอเนอร์จีออกโรงโต้การฟ้องร้องของเอ็นวายเอสอีจี - newswit


นิวยอร์ค--11 ส.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์-เอเชียเน็ท


บริษัทคาลเอเนอร์จี อิงก์ ได้ออกแถลงการณ์ดังต่อไปนี้ เพื่อตอบโต้การฟ้อง ร้องของบริษัทนิวยอร์ค สเตทอิเล็คทริค แอนด์ ก๊าซ คอร์ปอเรชั่น (เอ็นวายเอสอีจี) เมื่อ วันพฤหัสที่ผ่านมา ที่มีต่อบริษัทซาราแน็คพาวเวอร์ พาร์ทเนอร์ส (รวมทั้งบริษัทเอฟอีอาร์ซี และคณะกรรมาธิการการบริการภาคสาธารณะของนิวยอร์ค (พีเอสซี) และเพื่อตอบโต้ต่อ การร้องเรียนก่อนหน้านั้นที่มีต่อพีเอสซี ซึ่งเชื่อว่าการฟ้องร้องดังกล่าวเป็นความพยายามที่ จะขัดขวางการเข้าซื้อหุ้นที่ยังค้างคาอยู่ของบริษัทคาลเอเนอร์จี

ประธานบริษัทเอฟอีอาร์ซีในขณะนั้นได้กล่าวว่า "เป็นที่น่าเสียใจที่ฝ่ายบริหาร ของบริษัทเอ็นวายเอสอีจี จะดำเนินการดังกล่าวเพื่อพยายามที่จะหน่วงเหนี่ยวผู้ถือหุ้นของ บริษัทเอ็นวายเอสอีจีจากการได้รับผลประโยชน์จากการเสนอซื้อของเราที่ยังค้างคาอยู่ สำหรับการฟ้องร้องเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาเป็นการดำเนินคดีต่อพีเอสซี และบริษัทเอฟอีอาร์ซี (รวมทั้งบริษัซาราแน็คด้วย) เพื่อที่จะร้องเรียนเกี่ยวกับกฎระเบียบที่บริษัทเอฟอีอาร์ซีได้ ปฏิบัติตามในปี 1980 ทั้งนี้ การฟ้องร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดปรกติ เนื่องจากบริษัทเอ็น วายเอสอีจี ได้ฟ้องร้องบริษัทเออีอาร์ซีและพีเอสซีเกี่ยวกับกฎระเบียบของเอฟอีอาร์ซีที่ได้มี การบังคับใช้เมื่อ 17 ปีที่แล้ว สำหรับเมื่อปี 1995 ที่ผ่านมาบริษัทเอฟอีอาร์ซีได้ปฏิเสธข้อ โต้แย้งของเอ็นวายเอสอีจีด้วยคะแนนเสียงในการโหวต 5-0 เสียง โดยระบุถึงสถานภาพ ของเอ็นวายเอสอีจีว่า อยู่ในภาวะ"การล้มละลายตามกฎหมายและตามหลักจริยธรรม"

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า "ฝ่ายบริหารได้ดำเนินการในทุกวิถีทาง เพื่อปฏิบัติ ตามกลยุทธ์ที่ไร้ประโยชน์และไม่มีความจำเป็นดังกล่าว ในการพยายามที่จะป้องกันผู้ถือหุ้น ของตน ซึ่งต้องการที่จะเทขายหุ้นเพื่อถือครองเงินสด โดยเราเชื่อมั่นว่าความพยายามใน ทางที่ผิดและไร้สติของบริษัทเอ็นวายเอสอีจีในการที่จะถ่วงเวลาการเข้าซื้อหุ้นของเรานั้น จะประสบความล้มเหลวในที่สุด ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากการที่ฝ่ายบริหารและบอร์ดของเอ็น วายเอสอีจี ได้เก็บสะสมผลประโยชน์ของตนมูลค่า 52 ล้านดอลล่าร์ในกองทุน "โกลเด้น พาราชูทส์" จึงไม่น่าแปลกใจที่ฝ่ายบริหารและบอร์ดของบริษัทจะรู้สึกเป็นอิสระในการใช้ เงินจำนวนมากไปในเรื่องไร้ประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งแทนที่จะเป็นเช่นนั้น ฝ่ายบริหารน่าจะ มาหารือกับเราเกี่ยวกับข้อเสนอในการผนวกกิจการที่เป็นเงินสด และประโยชน์ที่จะมีต่อ บรรดาผู้ถือหุ้น, ผู้ชำระภาษี, พนักงาน, ลูกค้าและองค์ประกอบอื่นๆ

ประธานบริษัทเอฟอีอาร์ซีกล่าวอีกว่า "สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียง สัปดาห์เดียว บริษัทเอ็นวายเอสอีจีได้ยื่นฟ้องอย่างน้อย 3 คดี ซึ่งรวมถึงการดำเนินคดีใน ศาลของรัฐบาลกลางจำนวน 2 คดี และข้อร้องเรียนที่มีต่อพีเอสซี ซึ่งก็เป็นการหาทางที่จะ ขัดขวางและหน่วงเหนี่ยวการเสนอซื้อของเราที่ยังค้างคาอยู่ รวมทั้งเป็นการปฏิเสธเรา เกี่ยวกับรายชื่อผู้ถือหุ้น ซึ่งทำให้เราจำต้องดำเนินการในศาลของรัฐ"

ทั้งนี้ ประธานบริษัทเอฟอีอาร์ซีกล่าวว่า "การฟ้องร้องดังกล่าวเป็นส่วนที่นอก เหนือจากอีก 6 คดี ซึ่งบรรดาผู้ถือหุ้นของบริษัทเอ็นวายเอสอีจี ได้ยื่นฟ้องต่อบอร์ดของบริษัท และบริษัทเอ็นวายเอสอีจี ซึ่งก็เนื่องมาจากการกระทำของบริษัทเอ็นวายเอสอีจีจนกระทั่ง ถึงปัจจุบันนี้ และเป็นเรื่องน่าเย้ยหยันที่ในการฟ้องร้องครั้งหนึ่งของบริษัทเอ็นวายเอสอีจี ได้มีการกล่าวหาว่า ข้อเสนอของเราในการเข้าถือครองหุ้นของบริษัทเอ็นวายเอสอีจีจำนวน 9.9 % จะทำให้เรามีอิทธิพลในการควบคุมเอ็นวายเอสอีจี และได้กล่าวว่าประเด็นดังกล่าว จะต้องได้รับการอนุมัติจากพีเอสซีก่อน ซึ่งดูเหมือนกับว่าผู้ที่มีอิทธิพลในการควบคุมบริษัทเอ็น วายเอสอีจีในขณะนี้ ก็คือบรรดาทนายความของทางบริษัท"

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมานั้นบริษัทซีอี อิเล็คทริค อิงก์ ซึ่งมีบริษัทคาลเอ เนอร์จีเป็นเจ้าของทั้งหมด ได้เริ่มทำการเสนอซื้อหุ้นสามัญจำนวน 6,540,670 หุ้นของ บริษัทเอ็นวายเอสอีจี ที่ระดับราคา 24.50 ดอลล่าร์/หุ้น โดยการเสนอซื้อดังกล่าวจะสิ้น สุดลงในเที่ยงคืนวันพฤหัสที่ 14 ส.ค.ตามเวลานิวยอร์ค ถ้าหากไม่มีการยืดระยะเวลา

บริษัทคาลเอเนอร์จี ซึ่งจัดการและถือหุ้นในโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด มากกว่า 5,000 เมกกะวัตต์ ซึ่งอยู่ในช่วงการดำเนินงาน, การก่อสร้าง และการพัฒนา ทั่วโลก ในปัจจุบันนี้มีการดำเนินงานโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวน 19 แห่ง และยังจัด หาและจัดจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าจำนวน 1.5 ล้านราย--จบ--


--บิสนิวส์แปลและเรียบเรียง-พค/สจ--


ข่าว ซีอี อิเล็คทริค ล่าสุด