กรมส่งเสริมการเกษตรชี้แจงโครงการ คปร. ระยะ 2
กรุงเทพ--14 ส.ค.--กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร จัดประชุมชี้แจงโครงการ คปร.แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศ เจ้ากรมฯ เผยระยะ 1 ได้ผลน่าพอใจ ครม.อนุมัติดำเนินการต่อเนื่องระยะ 2 เน้นการจัดทำแผนการผลิต การแปรรูป และแผนการตลาด เป็นเกษตรเพื่ออุตสาหกรรม นายอุดร ขจรเวหาศน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการปรับโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตรเป็นโครงการที่รัฐบาลดำเนินการขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาด้านตลาดและราคาพืชผลตกต่ำ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง สับปะรด มะพร้าวและปาล์มน้ำมัน โดยส่งเสริมพืชหรือกิจกรรมถาวะอื่น ๆ ที่ให้ผลตอบแทนหรือรายได้ที่สูงกว่าและไม่มีปัญหาด้านตลาด ซึ่งได้แก่ ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้เศรษฐกิจ และไร่นาสวนผสม รวมทั้งการเลี้ยงโคนม โคเนื้อ จากการดำเนินงานที่ผ่านมาระยะแรกระหว่างปี 2537-2539 ปรากฏว่า ได้ผลน่าพอใจ สามารถลดพื้นที่การปลูกพืชที่มีปัญหาได้ถึง 2,615,417 ไร่ และเกษตรกรมีรายได้สูงกว่ากิจกรรมเดิมที่เคยทำอยู่เฉลี่ยถึง 1.7 เท่า ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบให้ดำเนินโครงการต่อเนื่องในระยะที่ 2 ปี 2540-2544 ซึ่งอนุมัติเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 โดยส่งเสริมกิจกรรมเช่นเดียวกับระยะแรก และเพิ่มกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเข้าไป โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย 6.787 ล้านไร่ โดยมีมาตรการดำเนินการที่สำคัญคือ 1. การสนับสนุนสินเชื่อ จะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการลงทุนแก่เกษตรกรตามความสมัครใจ และเป็นไปตามแนวทางและวิธีการสนับสนุนที่ดำเนินการในปี 2539 คือให้ ธ.ก.ส.จัดหาเงินทุนสินเชื่อเพื่อให้เกษตรกรกู้ลงทุน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีและใช้ระบบ Rebate Credit กล่าวคือ กำหนดอัตราดอกเบี้ยปกติก่อน หาก ธ.ก.ส. ตรวจสอบแล้วเกษตรกร ทำตามแผนการผลิตจริง และไม่บิดพลิ้วในการชำระหนี้ จึงจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 5/ปีเมื่อถึงงวดการชำระหนี้ 2. การสนับสนุนปัจจัยการผลิต จะให้เฉพาะที่จำเป็นบางส่วนแก่เกษตรกร โดยหน่วยงานส่งเสริมกิจกรรมทดแทนต่าง ๆ จะนำเงินค่าปัจจัยการผลิตที่ได้รับจากงบประมาณประจำปี และหรือเงินที่ได้รับจากกองทุนหรือแหล่งเงินทุนต่าง ๆ ไปฝากให้ ธ.ก.ส. จ่ายเป็นเงินกู้ให้เกษตรกรไปจัดหาปัจจัยการผลิตเอง หาก ธ.ก.ส.ตรวจสอบแล้ว เกษตรกรดำเนินการตามแผนการผลิตจริงจะตัดหนี้เงินกู้หรือปรับลดเงินกู้ในส่วนค่าปัจจัยการผลิตที่รัฐสนับสนุนให้แก่เกษตรกร แต่ถ้าเกษตรกรไม่ดำเนินการตามแผนการผลิตจริง ก็ยังคงเป็นหนี้เงินค่าปัจจัยการผลิตกับ ธ.ก.ส ต่อไปและคิดอัตราดอกเบี้ยปกติ กรณีที่เกษตรกรไม่กู้เงินจาก ธ.ก.ส.ให้หน่วยงานส่งเสริมกิจกรรมทดแทนดำเนินการสนับสนุนปัจจัยการผลิต โดยให้เกษตรกรเป็นผู้จัดหาปัจจัยการผลิตโดยอิสระและหน่วยงานกำหนดมาตรการ ตรวจสอบ ติดตามและควบคุมให้เกษตรกรดำเนินการตามแผน 3. การสนับสนุนอื่น ๆ ให้การสนับสนุนแหล่งน้ำในไร่นาสำหรับกิจกรรมทดแทนที่จำเป็น ฝึกอบรมและบริการทางวิชาการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลาดำเนินการตามแผนการผลิตและแผนสินเชื่อของเกษตรกร นายอุดร กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่จะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ คือ การจัดทำทะเบียนเกษตรกรและทะเบียนกลุ่มเกษตรกรตามโครงการ ซึ่งเกษตรกรกลุ่มนั้นจะต้องผ่านการอนุมัติแผนการผลิตจากคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอ (กพอ.) แล้ว และจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องตามเงื่อนไขของโครงการ รวมทั้งการจัดทำแผนการผลิตและการอุดหนุนเกษตรกร ควรจะต้องคำนึงถึงแผนการแปรรูป แผนการตลาดควบคู่ไปด้วยในรูปของการทำเกษตรเพื่ออุตสาหกรรม--จบ--