กระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานครร่วมกับเอกชนต่อต้านวัณโรค - newswit
กรุงเทพ--14 ส.ค.--กปส.กทม. วานนี้ (13 สิงหาคม 2540) เวลา 10.00 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นพ.ระพีภัทร์ เกษมศุข ผู้อำนวยการสำนักอนามัย เป็นประธานแถลงข่าว การจัดสัปดาห์ต่อต้านวัณโรค และโรคระบบทางเดินหายใจ ประจำปี 2540 โดยมี นพ.ดำรง บุญยืน อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข นพ.นัดดา ศรียาภย อุปนายกสมาคมปราบปรามวัณโรคแห่งประเทศไทย นพ.วัลลภ ปายะนันท์ ผู้อำวยการกองวัณโรค และนางผจงศิริ อุดมสินกุล รองผู้จัดการฝ่ายทั่วไป บริษัท วัฒนวนา จำกัด ร่วมแถลงข่าว ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันจัดสัปดาห์รณรงค์ต่อต้านวัณโรคและโรคระบบทางเดินหายใจขึ้น ในระหว่างวันที่ 15-21 สิงหาคม 2540 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค บางแค เวลา 12.00-20.00 น. โดยมีคำขวัญว่า "วัณโรคไม่แพร่กระจาย เพื่อผู้ป่วยทุกรายมีคนดูแล" เพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจและกระตุ้นให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายของวัณโรค ซึ่งยังเป็นปัญหาสาธารณสุขควบคู่กับโรคเอดส์ รู้จักการป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี รวมทั้งการรักษาวัณโรคที่ถูกต้องจนหายขาด ตลอดจนป้องกันวัณโรคมิให้แพร่กระจายต่อไป โดยมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยนิทรรศการเกี่ยวกับวัณโรคและโรคเอดส์ ฟิล์มเอกซเรย์แสดงความผิดปกติของปอด ชิ้นส่วนอวัยวะดองที่เป็นโรค การแสดงดวงตราผนึกต่อต้านวัณโรค และการแสดงบนเวที พร้อมทั้งให้บริการตรวจสมรรถภาพปอด การถ่ายเอกซเรย์ปอดและให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้จะมีพิธีเปิดนิทรรศการโดยองคมนตรี ฯพณฯ นายกำธน สินธุนาวา เป็นประธาน ในวันที่ 15 สิงหาคม 2540 เวลา 14.00 น. จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานและชมกิจกรรมในสัปดาห์ต่อต้านวัณโรคและระบบทางเดินหายใจ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว และหากมีจิตศรัทธาจะบริจาคเงินจำนวน 10 บาท ซื่อดวงตราผนึกต่อต้านวัณโรคได้ ซึ่งในปีนี้เป็นรูปผลไม้แกะสลัก และจะนำรายได้ไปช่วยรักษาผู้ป่วยวัณโรคที่ขัดสนต่อไป ทางด้านอธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ ได้กล่าวถึงการแพร่ระบาดของวัณโรคในประเทศไทยว่า จากผลกระทบของเอดส์ในปัจจุบัน ทำให้จำนวนผู้ป่วยวัณโรคใหม่ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 50,000 คน และในจำนวนนี้ร้อยละ 6-7 อยู่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งตามแนวทางการควบคุมวัณโรคแนวใหม่จะเน้นการตัดการแพร่เชื้อ คือ ตัวผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อ โดยให้การรักษาด้วยระบบยาระยะสั้น ภายใต้การสังเกตโดยตรง โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลให้ผู้ป่วยรักษาหายขาดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยขาดยา คือ ไม่สามารถจะรับภาระค่าใช้จ้ายสำหรับยาวัณโรค ซึ่งมีราคาแพงมากถึงประมาณ 3,000 บาทต่อราย และปัญหาอีกประการหนึ่งที่กำลังจะตามมา คือ ปัญหาในการให้การรักษาแก่แรงงานต่างชาติที่ป่วยเป็นวัณโรค ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ไม่มีงบประมาณเพียงพอ และไม่อยู่ในฐานะที่จะรักษาโรคโดยไม่คิดมูลค่าได้ กรมควบคุมโรคติดต่อ ตระหนักในความสำคัญของการรักษาผู้ป่วยวัณโรคให้หายขาด เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นต่อไปอีก จึงได้เสนอที่จะให้การสนับสนุนยาวัณโรคแก่กรุงเทพมหานคร คิดเป็นมูลค่า 4,500,000 บาท ด้วย--จบ--