สธ.ชี้ตรวจเอดส์นักศึกษาแพทย์ ควรผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการฯ โรคเอดส์แห่งชาติก่อน
กรุงเทพ--20 ม.ค.--สำนักงานสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจหาการติดเชื้อเอดส์ในนักศึกษาแพทย์ โดยหลักการแล้วควรได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคเอดส์แห่งชาติ จึงจะถือปฏิบัติได้ นายแพทย์ปรากรม วุฒิพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นเกี่ยวกับการตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอดส์ในนักศึกษาแพทย์ว่า เป็นสิทธิของทางทบวงมหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุขไม่มีอำนาจในการตัดสินให้ดำเนินการหรือคัดค้านทั้งสิ้น - องค์กรที่จะตัดสินใจในเรื่องนี้คือ คณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์แห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงต่างๆ เป็นกรรมการ ทั้งนี้คณะกรรมการฯ โรคเอดส์แห่งชาติได้เคยมีมติ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2537 เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยห้ามมิให้มีการตรวจเลือดในกลุ่มผู้สมัครงานและกลุ่มอื่นๆ คณะกรรมการชุดนี้ยังได้จัดทำแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์แห่งชาติ (ปี พ.ศ. 2540 - 2544) โดยกำหนดนโยบายชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และป้องกันการระเมิดสิทธิของประชาชน ห้ามหน่วยงานของรัฐและเอกชนตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอดส์ หรือใช้ผลการตรวจเอดส์ เพื่อจำกัดสิทธิในการรับเข้าศึกษาหรือทำงาน รวมทั้งการกำจัดสิทธิ์ในระหว่างการศึกษาหรือทำงาน แต่ก็ไม่ใช่ห้ามโดยเด็ดขาด ขึ้นอยู่กับเหตุผลและความจำเป็นของหน่วยงาน อย่างเช่นกรณีที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งต้องการให้กำลังพลปราศจากเชื้อเอดส์ เพื่อความเข้มแข็งของกองทัพ ก็เคยเสนอเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการฯ โรคเอดส์แห่งชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 โดยขอยกเว้นในการตรวจเลือดหาเชื้อเอดส์ได้ในทหารเกณฑ์ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้มีมติให้ปฏิบัติได้แต่ก็ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมไว้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 หมวดที่ 3 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยมาตรา 59 ได้กล่าวถึงสิทธิมนุษยชน ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูลคำชี้แจงและเหตุผลกับหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น ก่อนการอนุญาตหรือดำเนินโครงการ หรือกิจกรรมใดที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตหรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใด ที่เกี่ยวกับคนหรือชุมชน ท้องถิ่น และมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นของตนในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ตามกระบวนการับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่กฎหมายบัญญัติ ดังนั้นในการดำเนินการเจาะเลือดตรวจเอดส์นั้น ผู้รับการตรวจควรจะได้รับทราบข้อมูลและให้ความยินยอมก่อน กรณีการตรวจเลือดในนักศึกษาแทพย์นั้น ทราบมาว่าทางทบวงมหาวิทยาลัยกำลังพิจารณาหาข้อยุติในเรื่องนี้อยู่ และถ้าผลการพิจารณาสรุปว่าจะต้องตรวจ ทางทบวงฯ ก็คงจะนำเสนอเรื่องนี้ เพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ โรคเอสด์แห่งชาติต่อไป ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขในฐานะของเลขานุการคณะกรรมการฯ โรคเอดส์แห่งชาติ หากได้รับการประสานงานจากทบวงมหาวิทยาลัย ก็จะได้บรรจุเรื่องนี้เข้าเป็นวาระหนึ่งในการประชุมคณะกรรมการฯ โรคเอดส์ครั้งต่อไป ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในที่สุด--จบ--