2541..จุดพลิกผันสถาปนิกไทย "..สถาปนิกจะอยู่รอดได้ สังคมต้องอยู่รอดก่อน.."
กรุงเทพ--23 ม.ค.--สมาคมสถาปนิกสยาม ประธานกรรมการจัดงานสถาปนิก 41 ย้ำหนักแน่นถึงการจัดงานประจำปีของสมาคมฯ ในปีนี้ เพราะต้องการความต่อเนื่อง ชูประเด็น "จุดพลิกผันสถาปนิกไทย (Turning Point)" เป็นแนวคิดหลักประจำงาน พร้อมฝากข้อคิด "สถาปนิกจะอยู่รอดได้สังคมต้องอยู่รอดก่อน" สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดให้มีการแถลงข่าวการจัดงานสถาปนิกประจำปี 2541 ขึ้น เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2541 ที่ผ่านมา ณ ที่ทำการของสมาคมฯ ถนนพระราม 9 โดยมี นายจำเนียร ศศิบุตร นายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ นายนิธิ สถาปิตานนท์ ประธานกรรมการจัดงานสถาปนิก 41 และนายชวลิต จงวัฒนา รองประธานฝ่ายสัมมนางานสถาปนิก 41 ร่วมแถลงข่าว พร้อมทั้งการบรรยายพิเศษ "ทางรอดของสถาปนิกไทย" จากนายอดเยี่ยม เทพธรานนท์ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ นายนิธิ สถาปิตานนท์ ประธานกรรมการจัดงานสถาปนิก 41 ไขข้อสงสัยถึงการจัดงานประจำปีของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งเป็นงานแสดงนิทรรศการวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า สมาคมฯ ยังคงยืนยันการจัดงานดังกล่าวในวันที่ 26-29 มีนาคม ศกนี้อย่างแน่นอน เพราะต้องการสร้างความต่อเนื่องในการจัดงาน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ ผู้ค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง รวมทั้งประชาชนที่สนใจ จะได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน การจัดงานสถาปนิก 41 ในครั้งนี้ สมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้กำหนดแนวคิดหลักในการจัดงานไว้ว่า "จุดพลิกผันสถาปนิกไทย" หรือ "Turning Point" เพื่อกระตุ้นให้สถาปนิกและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกิดความตื่นตัวและยอมรับสถานการณ์ที่เป็นจริงว่าจุดพลิกผันได้เกิดขึ้นแล้ว เช่น สถาปนิกบางคนพลิกผันไปเป็นเกษตรกร ไปขายของ ไปหากินต่างประเทศ หรือที่ตกงานอยู่เป็นจำนวนมากในขณะนี้ สำหรับแนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของสถาปนิกนั้น สมาคมสถาปนิกฯ เชื่อว่าสถาปนิกจะอยู่รอดได้ สังคมจะต้องอยู่รอดก่อน เพราะบทเรียนในยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ได้บอกให้รู้แล้วว่าการที่ต่างคนต่างแย่งชิงกันแสวงหาผลประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจ ได้ก่อให้เกิดการพัฒนาตามกระแสวัตถุนิยมจนละเลยการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งทำลายความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งได้ส่งผลร้ายย้อนกลับมาหาเราอย่างรวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าที่จะตั้งตัวได้ทัน ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ประธานกรรมการจัดงานฯ เห็นว่าต้องรวมกลุ่มเพื่อประสานพลังแทนที่จะหาทางเอาตัวรอดกันไปเฉพาะตัวอย่างไร้ทิศทาง เนื่องจากแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องเปิดทางให้สถาปนิกต่างชาติเข้ามาทำมาหากินแข่งกับสถาปนิกไทย ในขณะที่สถาปนิกไทยอยู่ในฐานะเสียเปรียบแทบทุกทาง ทางรอดของประเทศชาติจึงแยกกันไม่ออกจากทางแยกของสถาปนิก ดังนั้นในอีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้านี้ สถาปนิกทุกคนจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด ทัศนคติและวิถีชีวิตเดิมๆ เพื่อกลับมาสู่พื้นฐานที่ควรจะเป็นของสังคมไทย สถาปนิกไทยต้องทำอะไรบางอย่างที่จะพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สังคมอยู่รอด ตนเองอยู่รวด นี้คือจุดพลิกผันที่แท้จริง พลิกผันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน มิใช่แค่จุดพลิกผันของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น ประธานกรรมการจัดงานฯ กล่าวย้ำ--จบ--