รัฐจับมือเอกชนสนับสนุนอัญมณีและเครื่องประดับไทยเต็มรูปแบบ
กรุงเทพ--3 มี.ค.--กรมส่งเสริมการส่งออก ภาครัฐโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับภาคเอกชน พร้อมใจผลักดันและส่งเสริมสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยทุกรูปแบบ ออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มความคล่องตัวในอุตสาหกรรรม เร่งพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทับทิมโลก พร้อมตั้งเป้าหมายการส่งออกอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2541 ไว้ที่1,950 ล้านเหรียญสหรัฐ นายสนิท วรปัญญา อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวการจัดงานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 21 ซึ่งมีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ได้แก่ นางจันทรา บูรณฤกษ์ รองอธิบดีฯ นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ประธานที่ปรึกษา สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ นายคมสัน โอภาสสถาวร นายกสมาคมฯ และนายปริญญา ธรรมวัฒนะ อุปนายกสมาคมฯ ณ กรมส่งเสริมการส่งออก “การส่งออกนับว่ามีบทบาทสำคัญในการนำรายได้เข้าประเทศ และนับจะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นในยามที่ประเทศมีความต้องการเงินตราสกุลต่างประเทศเช่นขณะนี้ สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนับเป็นสินค้าเป้าหมายที่ทำรายได้เป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โดยตัวเลขล่าสุดมูลค่าการส่งออกในปี 2540 นับเป็นจำนวน 55,622.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ก่อนหน้านั้นประมาณร้อยละ 2.5” นายสนิทกล่าว อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก คาดหมายว่างานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 21 จะมียอดซื้อภายในงานเพิ่มมากกว่าครั้งที่ผ่านมา เพราะประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยได้ตอบรับเข้าชมงานอย่างล้นหลาม ประกอบกับเศรษฐกิจของประเทศในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดสำคัญดีขึ้น ทำให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งยอดซื้อภายในงานนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ตัวเลขการส่งออกตลอดทั้งปีถึงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ นางจันทรา บูรณฤกษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ได้กล่าวถึงปัจจัยสนับสนุนการส่งออกว่า "ภาครัฐได้ให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด ด้วยการหามาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องมากขึ้น และลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง ทั้งนี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่จะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาครัฐได้ดำเนินการเพื่อออกมาตรการต่าง ๆ อาทิ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิต ตลอดจนการเข้าร่วมในระบบเอทีเอ คาร์เนต์ ที่ทำให้เกิดความคล่องตัว โดยผู้ประกอบการไม่ต้องชำระภาษีอากรนำเข้า หรือวางเงินสดค้ำประกันเพื่อการจัดแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ในโอกาสเดียวกันนี้ ภาคเอกชนโดยสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ โดยนายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ประธานที่ปรึกษา ได้กล่าวถึงการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมว่า “ประเทศไทยกำลังเร่งสร้างแบรนด์เนมของตัวเองแทนการผลิตตามคำสั่งซื้ออย่างเดียว รวมทั้งมีการนำเข้าเครื่องจักรใหม่แทนเครื่องจักรเก่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต” นอกจากนี้ นายคมสัน โอภาสสถาวร นายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยถึงความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทับทิมโลกว่า “อัญมณีทับทิมเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพสูง ไม่ว่าในเรื่องของคุณภาพ แหล่งทรัพยากรหรือฝีมือ การใช้ประเภทสินค้าจะช่วยสร้างความได้เปรียบในตลาดได้ ประกอบทำเลที่ตั้งของประเทศที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งหากทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ ไทยก็สามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าทับทิมของโลกได้ในอนาคตอันใกล้นี้” สำหรับด้านการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เครื่องประดับไทยเพื่อแข่งขันในตลาดโลก นายปริญญา ธรรมวัฒนะ อุปนายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยถึงโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ Top Ten Jewelry Designers Award ว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ดีไซเนอร์ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการออกแบบ ซึ่งในปีนี้ผลงานที่เข้าประกวดล้วนมีความสวยงาม โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร ภายใต้แนวความคิด “อัญมณีกับการกีฬา” เพื่อเฉลิมฉลองกับการที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยกำหนดให้ใช้ทับทิมและทอง เป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบ ทั้งนี้จะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 50 แบบภายในงานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 21 ก่อนที่จะไปผลิตเป็นชิ้นงานจริงเพื่อประกวดชิงรางวัล Top Ten Jewel Award และประกาศผลในเดือนกันยายน บางกอกเจมส์ เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ซื้อจากประเทศทั่วโลกได้มาพบปะเจรจาการค้ากับผู้ผลิตไทย โดยแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะมีทั้งหินสี เพชร ไข่มุก เครื่องประดับทองและเงิน กล่องใส่เครื่องประดับ รวมทั้งคอลเล็กชั่นล้ำค่าและหายาก ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องจักรในการผลิต และวารสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ บางกอกเจมส์ เป็นงานที่จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ด้วยความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ซึ่งได้แก่ สมาคม-ผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ สมาคมผู้ประกอบการเจียระไนเพชร และสมาคมเพชรพลอยเงินทอง โดยงานครั้งที่ 21 นี้ จะเปิดให้นักธุรกิจเข้าเจรจาการค้า ระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคม 2541 และสำหรับประชาชนผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าได้ในวันสุดท้ายของงานคือวันที่ 17 มีนาคม 2541 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ 22/77 ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ 10900 โทร. 511-5066-77 ต่อ 300 โทรสาร 512-2670 อี-เมล์ [email protected] หรือ [email protected] หรือพบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางอินเตอร์เน็ท http://www.thaitrade.com-- จบ--