รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายหลังการเดินทางไปกัมพูชา
กรุงเทพ--24 ก.พ.--กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ฯพณฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชา ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานขนส่งทหารบก สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า การเดินทางไปประเทศกัมพูชาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำคำเชิญของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปมอบให้กับสมเด็จฮุน เซนได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อหารือในเรื่องทวิภาคี โดยเช้าวันนี้ตนได้เดินทางไปพบกับสมเด็จฮุน เซน ที่บ้านพัก และในการพบปะดังกล่าวได้มีนายเตีย บัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายซก อัน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอุ่ก กิม ออน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เข้าร่วมในการหารือด้วย ซึ่งหลังจากตนมอบคำเชิญให้แก่สมเด็จฮุน เซน สมเด็จฮุน เซน ได้แสดงความรู้สึกยินดีและตอบรับที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย ทั้งนี้ กำหนดวันและเวลาในการเดินทางมาเยือนประเทศไทยจะต้องมีการหารือกันต่อไป อนึ่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ย้ำว่า การเดินทางไปกัมพูชาในครั้งนี้ ไม่ใช่ความพยายามที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาภายในของกัมพูชาแต่อย่างใด 2. สมเด็จฮุน เซน ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อประสานงานในการจัดเตรียมวาระการมาเยือนประเทศไทย โดยเสนอให้นายเตีย บัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายซก อัน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนฝ่ายกัมพูชา ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ตนจะร่วมอยู่ในคณะตัวแทนฝ่ายไทยด้วย 3. เมื่อสมเด็จฮุน เซน เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อพบปะกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทั้งสองฝ่ายจะได้มีการหยิบยกปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหลายเรื่องขึ้นหารือกัน เช่น ปัญหาทั่วไปตามแนวชายแดน ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในไหล่ทวีป ปัญหาอาชญากรรม รวมถึงปัญหายาเสพติด และปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศ 4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ภายหลังการพบปะของตนกับสมเด็จฮุน เซน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ก็มีกำหนดที่จะเข้าพบกับสมเด็จฮุน เซน เพื่อปรึกษาหารือต่อ ทั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความคืบหน้าของความพยายามของทางฝ่ายญี่ปุ่นตามแนวคิด "เสาหลักแห่งสันติภาพในกัมพูชา 4 ประการ" ประกอบด้วย 1. เรียกร้องให้สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ เลิกให้ความร่วมมือกับฝ่ายเขมรแดง 2. ข้อเสนอให้ทั้งสองผ่ายหยุดการสู้รบ 3. เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้กลับไปมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่กำหนดจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม นำสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ขึ้นพิจารณาคดีและให้การอภัยโทษอย่างรวดเร็ว และให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม 4. ให้สมเด็จฮุน เซน รับรองความปลอดภัยของ สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ในการเดินทางกลับกัมพูชา ซึ่งข้อเสนอทั้ง 4 ข้อนี้ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ได้เสนอให้สมเด็จฮุน เซน พิจารณาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 รัฐมนตีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ขณะนี้ ประเทศญี่ป่นได้กลายเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการยุติความขัดแย้งในกัมพูชา ทั้งนี้เนื่องจาก สมเด็จฮุน เซน ได้ให้การยอมรับข้อเสนอของญี่ปุ่น และสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ก็มีแนวคิดที่ไม่แตกต่างจากข้อเสนอของญี่ปุ่น นอกจากนี้ กลุ่มเพื่อนกัมพูชา (Fricnds of Cambodia-FOC) ก็ได้ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวในหลักการ และคาดว่าฝ่ายญี่ปุ่นจะได้นำเรื่องความคืบหน้าแจ้งให้ที่ประชุม FOC ทราบในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 6 มีนาคม ศกนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จฮุน เซน ได้มอบเอกสารที่จะเป็นจุดยืนของฝ่ายสมเด็จฮุน เซนในการเจรจากับฝ่ายญี่ปุ่นให้กับตน ซึ่งมีประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่สมเด็จฮุน เซนจะเสนอให้ประเทศญี่ปุ่นพิจารณาเข้าร่วมเป็นผู้รับรองความปลอดภัยของสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ ร่วมกับฝ่ายของสมเด็จฮุน เซน นอกจากนี้คาดว่าฝ่ายญี่ปุ่นจะได้หารือกับสมเด็จฮุน เซน ในเรื่องของข้อเสนอเสาหลัก 4 ประการด้วย 5. สมเด็จฮุน เซน ได้แสดงเจตน์จำนงที่จะยังคงให้กัมพูชาเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนตามโอกาส เวลา และเงื่อนไขอันเหมาะสม ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน มีความรู้สึกที่ดีต่อกันประเทศไทย และตระหนักดีว่าประเทศไทยเป็นมิตรและเพื่อนบ้านที่ดี--จบ--