กทม.จัดบริการสุขภาพครบวงจรสำหรับคนกรุงเทพ - newswit

กรุงเทพ--25 ก.พ.--กทม. เมื่อวันที่ 20 ก.พ.41 เวลา 11.00 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นพ.ขจิต ชูปัญญา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส รองปลัดกรุงเทพมหานคร นพ.ปิยเมธ ยอดเณร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ และนพ.กฤษณ์ พิรัญรัศ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการบริการสุขภาพอย่างครบวงจรสำหรับประชาชนในกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากสภาพปัญหาสาธารณสุขที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประกอบกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ประชาชนต้องมีภาระในค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มขึ้นรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเมื่อเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งจำเป็นต้องใช้จ่ายมากขึ้น กรุงเทพมหานครจึงได้มุ่งเน้นการจัดบริการสุขภาพเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึงและครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่ระดับชุมชนเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอนามัยขั้นพื้นฐานและประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้วยการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนจากชุมชน และผ่านการอบรมการให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพอนามัยการรักษาพยาบาลอย่างง่ายขั้นพื้นฐาน และมีหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุขของสำนักอนามัยให้การสนับสนุนทั้งในด้านยาและเวชภัณฑ์ ปัจจุบันมี อสส.ทั้งหมดที่ผ่านการอบรมแล้วจำนวน 12,294 คน และเพื่อให้ อสส. เหล่านี้ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันให้บริการแก่ประชาชนในชุมชนของตน กรุงเทพมหานครจึงได้จัดตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนขึ้น และเปิดดำเนินการแล้ว 190 แห่ง และจะเปิดเพิ่มขึ้นในชุมชนที่มีความพร้อมต่อไป สำหรับชุมชนที่ยังไม่พร้อม กรุงเทพมหานครไดจัดโครงการตู้ยาชุมชนขึ้น โดย อสส.เป็นผู้ดูแลดำเนินการและมีเป้าหมายจะเปิดให้บริการตู้ยาชุมชนในปี 2541 จำนวน 100 ชุมชน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2541 เป็นต้นไป รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังได้ริเริ่มให้มีพยาบาลประจำครอบครัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณสุขชุมชน ในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค การฟื้นฟูสุขภาพและเพิ่มการให้บริการตรวจรักษาโรคเบื้องต้น ทั้งที่บ้านและศูนย์สุขภาพชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้เริ่มดำเนินการในรูปแบบโครงการนำร่อง ทดลองในชุมชนที่มีศูนย์สุขภาพชุมชน 12 ชุมชน ตั้งแต่เดือนมกราคม 241 เป็นต้นมา และมีการเชื่อมโยงกับศูนย์บริการสาธารณสุขในการที่เกินขีดความสามารถและจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อไป สำหรับการบริการในระดับบริการสาธารณสุขของสำนักอนามัย ซึ่งมีทั้งหมด 60 แห่ง นั้น จะมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้บริการครอบคลุมทั้งในด้านการตรวจรักษาโรคทั่วไป การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งประชาชนจะได้รับความสะดวก เนื่องจากศูนย์บริการสาธารณสุข อยู่ใกล้บ้าน และหากเกินขีดความสามารถของศูนย์บริการสาธารณสุข หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ก็จะส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งจัดอยู่ในระบบส่งต่อของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี 7 แห่ง ด้วยกัน คือ วชิรพยาบาล, ร.พ.กลาง, ร.พ.ตากสิน. ร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์, ร.พ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ, ร.พ.ลาดกระบัง และ ร.พ.หนองจอก เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาหาย และกลับบ้านแล้วยังได้รับการดูแลต่อเนื่องที่บ้านและที่ชุมชนอย่างครบวงจรต่อไป ด้านผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับการจัดบริการสุขภาพ "หน่วยแพทย์กู้ชีวิต" เพื่อช่วยเหลือแก่ประชาชนในกรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุหรือคลอดลูก และเปิดให้มีคลินิกนอกเวลาราชการ ทั้งที่ศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลนั้น ประชาชนสามารถเลือกใช้บริการได้ตามสะดวก และกรุงเทพมหานครยังมีบริการในระบบส่งต่อผู้ป่วยอย่างครบวงจร นับตั้งแต่ศูนย์สุขภาพชุมชน ไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข จำนวน 60 แห่ง ที่มีกระจายอยู่ทุกเขตทั่วกรุงเทปพมหานคร และสุดท้ายส่งไปที่โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร 7 แห่ง ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างมาก นอกจากนี้เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาเสร็จแล้วออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน ยังได้รับการส่งต่อไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เพื่อจัดพยาบาลเยี่ยมบ้านไปเยี่ยมผู้ป่วย ให้การติดตามดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องต่อไปอ กรุงเทพมหานคร จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกบ้านที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครได้ใช้บริการสุขภาพดังกล่าวในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เพื่อช่วยประหยัดเศรษฐกิจของท่านและประเทศได้อีกทางหนึ่ง--จบ--

ข่าว วันชาติ ศุภจัตุรัส ล่าสุด