คณะอนุก.ก.ส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศเริ่มประชุมแผน-แนวทางปฏิบัติ

กรุงเทพ--17 ก.พ.--กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม นายผัน จันทรปาน ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน ประชุมคณะอนุกรรมการส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน ต่าง ๆ คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณ โดยกระ ทรวงแรงงานฯ ทำหน้าที่เป็นส่วนประสานงาน มีกรมการจัดหางาน และสำนักงานบริหารแรงงานไทยเป็น คณะทำงาน นายผัน ชี้แจงว่าคณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดมาตรการและแผนงานเพื่อสนับสนุนแรง งานไทยที่ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างได้ไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งมีผ่านมาประเทศไทยมีคนไปทำงานต่างประ เทศแล้วกว่า 400,000 คน ทำเงินตราต่างประเทศมีมูลค่ากว่าปีละ 1 แสนล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงเทียบ เท่ากับด้านการท่องเที่ยว และในปี 2541 ก็ได้ตั้งเป้าหมายที่จะส่งคนไทยไปทำงานต่างประเทศอีก 210,000 คน โดยผลงานของคณะอนุกรรมการฯ เฉพาะในรอบเดือนมกราคม 2541 ที่ผ่านมา สา มารถส่งคนไทยไปทำงานยังต่างประเทศได้ประมาณ 13,000 คน และส่วนใหญ่จะจัดส่งไปยังประเทศ บรูไน อิสราเอล ไต้หวัน และแผนงานที่จะต้องดำเนินการคือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานแผนงาน การดำเนินงานมายังกระทรวงแรงงานฯ ผ่านศูนย์ประสานการจ้างงานต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทรศัพท์ และโทรสาร หมายเลข 246-5301 ทุกเดือน เพื่อรายงานไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีทุกวันที่ 10 ของเดือนและเพื่อทราบข้อมูลและช่องทางการจัดงานโดยเฉพาะจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อรัฐ บาลจะได้จัดส่งแรงงานไทยไป หรือส่งผ่านภาคเอกชนให้จัดส่งไหตามความประสงค์ของประเทศนั้น ๆ สำหรับแนวโน้มความต้องการแรงงานต่างชาติของประเทศต่าง ๆ นั้น นายผันเปิดเผยว่า สามารถสรุปเป็นภูมิภาคต่าง ๆ อาทิ ภูมิภาคเอเชีย ประสบปัญหาการชะลอตัวด้านการลงทุนมีการว่าง งานเช่นกัน จึงมีนโยบายจำกัดแรงงานต่างชาติอย่างเข้มงวด อีกทั้งประเทศไทยยังต้องแข่งขันกับประ เทศคู่แข่ง เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนามและประเทศในเอเชียใต้ เนื่องจากแรงงานเหล่านี้ยอมรับค่าจ้าง แรงงานต่ำกว่าแรงงานไทย และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่า ภูมิภาคตะวันออกกลาง มีหลายประ เทศที่สามารถเป็นแหล่งจ้างงานแรงงานไทย ได้แก่ สหรัฐอาหรับมิเรตต์ และบาห์เรน เพราะมีการลง ทุนในธุรกิจต่าง ๆ เช่น การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในดูไบ และบาห์เรน และนโยบายไม่จำกัด โควต้าแรงงานต่างชาติ แม้แต่ซาอุดิอาระเบียและอิสราเอลก็ยังมีความต้องการแรงงานฝีมือ และแรง งานทำงานให้ร้านอาหาร ผู้ช่วยพยาบาลเพื่อดูแลคนชรา คนพิการ ตามลำดับ ภูมิภาคยุโรป หลายประ เทศประสบปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาว่างงานสูง ยกเว้นประเทศลิเบียขณะนี้มีโครง การก่อสร้างแม่น้ำเทียมระยะที่ 3 และโครงการก่อสร้างอื่น ๆ จึงต้องการแรงงานต่างชาติประมาณ 10,000 คน โดยสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงไคโร คาดว่าจะสามารถส่งคนไทยไปทำงานได้ประมาณ 5,000-7,000 คน ปลัดกระทรวงแรงงานยังเปิดเผยถึงสถานการณ์แรงงานไทยในประเทศอิสราเอลด้วยว่าได้รับ รายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทล-อวีฟ และสำนักแรงงานในประเทศกรีซถึงผลกระทบจากกรณี ความข้อแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิรัก ว่าสถานเอกอัครราชทูตฯได้จัดทำประกาศเตือนคนงานไทย ให้เตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยคอยติดตามข่าว หลบเข้าหลุมหลบภัยทันทีที่มีการโจมตีจากอิรัก ติดต่อนายจ้างหรือทางการอิสราเอลเกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันแก๊สพิษและได้มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประ เทศอิสราเอล เพื่อสอบถามและขอคำยืนยันเกี่ยวกับการแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันแก๊สพิษของทางการอิสรา เอลแก่คนงานไทย ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 24,000 คน ด้วย ส่วนว่ากระทรวงแรงงานฯจะประกาศชะ ลอการส่งคนไปทำงานยังอิสราเองหรือไม่นั้นจะต้องรับทราบข้อมูลจากทางกระทรวงการต่างประเทศเป็น ผู้กลั่นกรองเสียก่อน--จบ--

ข่าว กระทรวงการต่างประเท ล่าสุด