อย.สานต่อโครงการสายด่วนผู้บริโภค ปี 2 - newswit

กรุงเทพ--19 ก.พ.--สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อย.สานต่อโครงการสายด่วนผู้บริโภคกับ อย.เป็นปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จ มีผู้ใช้บริการอย่างมากมายในปีที่ผ่านมา พร้อมปรับปรุงข้อมูลที่เป็นประโยชน์และทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น หวังผลให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ คาดยอดผู้ใช้บริการปีนี้กว่าล้านคน วานนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2541) เวลา 14.00 น. ณ ห้องกำแพงเพชร 2 โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ น.พ.มงคล ณ สงขลา เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา น.พ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา น.พ.วิชัย เทียรถาวร รองอธิบดีกรมอนามัย และนายสมชาย เลิศวิเศษธีรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สามารถ นิวมีเดีย จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย น.พ.มงคล ณ สงขลา เลขาธิการฯ กล่าวว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เปิดให้บริการโครงการ "สายด่วนผู้บริโภคกับ อย." มาตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2539โดยเน้นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ อาทิเช่น อาหารยา เครื่องสำอาง ฯลฯ ผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ หรือระบบออดิโอเท็กซ์ ของบริษัท สามารถ นิว มีเดีย จำกัด ตลอด 24 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้บริโภคสนใจใช้บริการข้อมูลกว่า 5 แสนคน จากความสำเร็จของโครงการ ทำให้โครงการนี้ได้รับการบรรจุให้เป็นโครงการหนึ่งในปีกาญจนาภิเษก ซึ่ง อย.มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าสานต่อโครงการต่อไปอย่างดีที่สุด เพื่อประโยชน์แก่ผู้บรฺภคโดยรวม สำหรับในปีนี้นั้น อย. มีความยินดีที่กรมอนามัยเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ จึงได้นำข้อมูลและสาระน่ารู้ทางโภชนาการเข้าร่วมในสายด่วนผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มคู่สายจาก 30 คู่สายเป็น 120 คู่สาย เพื่อรองรับปริมาณผู้ใช้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนใจใช้บริการกว่าหนึ่งล้านคน ทั้งนี้ อย.หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการสายด่วนผู้บริโภคจะเป็นประโยชน์ทำให้ผู้บริโภครับทราบข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเกิดความตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วมในงานคุ้มครองผู้บริโภค โดยการร้องเรียนแลให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อ อย.จะได้รับทราบปัญหาและความต้องการของผู้บริโภค และนำไปกำหนดเป็นโยบายในการคุ้มครองผู้บริโภคต่อไป ส่วน น.พ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ อย.มีการปรับปรุงข้อมูลที่เป็นประโยชน์และทันต่อเหตุการณ์เพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งในส่วนของเมนูหลักจะมีทั้งสิ้น 11 เมนู คือ ความรู้เรื่องยา อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุเสพติด วัตถุอันตรายในบ้านเรือน แนะนำ อย.การขออนุญาตผลิตภัณฑ์ ข่าวสารและบริการ ร้องเรียนและแจ้งเบาะแส และสาระน่ารู้ด้านโภชนาการจากกรมอนามัย ซึ่งแต่ละเมนูจะมีหัวข้อย่อยแสดงข้อมูลรายละเอียดรวม 164 เมนูย่อย และยังมีบริการโทรสารอัตโนมัติด้วย สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับคู่มือโครงการสายด่วนผู้บริโภคกับ อย. ได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมอนามัย ท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านไทเกอร์มาร์ท (เอสโซ่) การไฟฟ้านครหลวงองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ห้างแมคโคร เดอะมอลล์ ร้านชินวัตรเทเลวิช โรงภาพยนตร์เครืออีจีวี และบริษัท สามารถเพจจิ้ง จำกัด ถนนแจ้งวัฒนะ สำหรับแผนการในปีหน้านั้น จะมีการเปิดใช้บริการด้วยหมายเลขโทรศัพท์ 4 หลัก แทน 7 หลักในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความสะดวกและง่ายต่อการจดจำ รวมทั้งในขณะนี้ อย.กำลังประสานกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในการคิดค่าบริการโทรศัพท์ในอัตราเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในต่างจังหวัดได้ใช้บริการสายด่วนอย่างกว้างขวางแพร่หลายขึ้น ทางด้าน น.พ.วิชัย เทียนถาวร รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า เนื่องจารบริการสายด่วนผู้บริโภคกับ อย. เป็นโครงการที่มีประโยชน์ ทำให้ผู้บริโภคได้รับข่าวสารผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างถูกต้องและสามารถเลือกซื้อเลือกบริโภคได้อย่างปลอดภัย กรมอนามัย เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้เข้าร่วมโครงการ โดยการนำเสนอข้อมูลทางด้านโภชนาการและการปฏิบัติตนเพื่อโภชนาการที่ดี อาทิ สาระน่ารู้เกี่ยวกับโภคอ้วน โรคเบาหวาน สารอาหารที่หญิงมีครรภ์ต้องการ เป็นต้น ประชาชนผู้บริโภคที่สนใจสามารถหาความรู้ในเบื้องต้นได้ด้วยตนเองอย่างสะดวก "บริการสายด่วนผู้บริโภคกับ อย." เพื่อสุขภาพที่ดี ทันทีที่โทร 202-9333 ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เลขาธิการฯ น.พ.มงคล ณ สงขลา กล่าวย้ำในที่สุด--จบ--

ข่าว องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ล่าสุด