ตรวจคัดกรองทารกแรกเกิดเพื่อป้องกันภาวะปัญญาอ่อน
กรุงเทพ--3 ก.พ.--กระทรวงสาธารณสุข น่านมีการตรวจสอบคัดกรองทารกแรกเกิด พบทารกที่มีความผิดปกติของระดับธัยรอยด์ฮอร์โมน อันจะนำไปสู่ภาวะปัญญาอ่อน 31 ราย ได้ทำการติดตามรักษาเพื่อป้องกันอาการปัญญาอ่อนอย่างต่อเนื่องทุกราย นายคำรณ ณ ลำพูน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า โรคขาดสารไอโอดีน ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เพราะมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ เพราะคนซึ่งเป็นทรัพยากรหลักในการพัฒนาประเทศ หากได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เพื่อนำไปสร้างธัยรอยด์ฮอร์โมน จะมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย 3 ประการ คือ อาการคอพอก สติปัญญาด้อยกว่าปกติ การเจริญเติบโตของร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ กระทรวงสาธารณสุขมีการสำรวจภาวะการขาดไอโอดีน และแก้ไขปัญหามาเป็นระยะและเริ่มมีการตื่นตัวที่จะแก้ปัญหาโรคขาดสารไอโอดีนอย่างจริงจัง และต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2530 สามารถลดอัตราคอพอกจากร้อยละ 40 ในปี 2526 เหลือร้อยละ 19.3, 9.8 และ 4.3 ในปี 2532, 2536 และ 2539 ถึงแม้จะพบอัตราโรคคอพอกในปี 2539 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนดคือ ร้อยละ 5 แต่ยังมีถึง 18 จังหวัดของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือแม่ฮ่องสอน เชียงราย ตาก เชียงใหม่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก แพร่ พะเยา ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร หนองคาย สกลนคร บุรีรัมย์ เลย ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ที่มีอัตราคอพอกสูงกว่าร้อยละ 5 จำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขอย่างต่อเนื่องเพื่อกำจัดโรคนี้ให้หมดไปจากประเทศไทย และขณะนี้กำลังปรับขยายโครงการให้ครอบคลุมทุกจังหวัด ที่มีปัญหาก่อนที่จะดำเนินการทั่วประเทศ นายแพทย์สมทรง รักษ์เผ่า หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับกลยุทธ์ที่ประเทศไทยใช้ในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน คือมาตรการเกลือไอโอดีน ให้มีการใช้ทุกครัวเรือน น้ำดื่มเสริมไอโอดีน เน้นในโรงเรียน/หมู่บ้าน/ครอบครัว น้ำปลาผสมไอโอดีน เน้นให้มีการใช้ในครัวเรือน ยาเม็ดไอโอดีนที่มีปริมาณไอโอดีนสูง เน้นในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์/หญิงตั้งครรภ์ ในพื้นที่ขาดสารไอโอดีนรุนแรง และเด็กนักเรียนในพื้นที่ที่มีภาวะขาดแคลนสารไอโอดีนมากกว่าร้อยละ 20 ขึ้นไป นอกจากนี้ยังได้มีการดัดแปลงผสมในอาหาร เช่น บะหมี่สำเร็จรูป ใส่เกลือไอโอดีน กล้วยตากแห้ง นายแพทย์สมทรง กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษาวิจัยผลกระทบของการขาดสารไอโอดีนต่อสุขภาพในส่วนภูมิภาคมีข้อบ่งชี้ว่า การคัดกรองสุขภาพทารกแรกเกิด เป็นมาตรการที่ดีที่สุดที่จะป้องกันเด็กจากภาวะปัญญาอ่อน ที่อาจเกิดจากการขาดสารไอโอดีนและความผิดปกติแต่กำเนิดอื่น ๆ เช่น โรคเอดส์ โรคตับอักเสบ ซึ่งสามารถป้องกันและรักษาได้ถ้าตรวจพบแต่เนิ่น ๆ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำโครงการนำร่อง ในการเก็บตัวอย่างเลือกจากทารกแรกเกิดมาทำการวิเคราะห์ อันเป็นการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด นับได้ว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย ซึ่งสามารถป้องกันรักษาก่อนที่จะปล่อยให้โรคลุกลามไปเกินกว่าที่จะช่วยเหลือ และยังเป็นการลดภาระของครอบครัวและประเทศชาติอีกด้วย น่านเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการดำเนินการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด โดยมีโรงพยาบาลน่านเป็นแม่ข่ายและโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อำเภอปัว และโรงพยาบาลเวียงสา อำเภอเวียงสา เป็นลูกข่าย ผลการดำเนินงานในปี 2540 จังหวัดน่านสามารถติดตามให้รักษา เพื่อป้องกันทารกเหล่านี้เกิดอาการปัญญาอ่อนมีความครอบคลุมคิดเป็นร้อยละ 96.4 ของทารกที่เกิดทั้งหมด พบทารกที่มีความผิดปกติของระดับฮอร์โมน 31 ราย และได้ทำการติดตามรักษาอย่างต่อเนื่องทั้ง 31 ราย--จบ--