สธ.เตรียมหารือกระทรวงพาณิชย์ ห้ามนำเข้าการ์ตูนปีศาจ - newswit
กรุงเทพ--19 ธ.ค.--กระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ห่วงพิษการ์ตูนปีศาจญี่ปุ่นเล่นงานผู้ที่ปัญหาโรคลมชักของไทย เตรียมหารือกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสะกัดกั้นการนำเข้าด่วน นายรักเกียรติ สุขธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เกี่ยวกับกรณีที่เด็กในประเทศญี่ปุ่นจำนวนหลายร้อยคนเกิดอาการชักภายหลังดูการ์ตูนชุด "พอกเก็ตมอนสเตอร์" ซึ่งวงการแพทย์ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุว่าเกิดจาก แสงไปกระตุ้นสมองที่มีความผิดปกติเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคลมชัก ซึ่งการ์ตูนดังกล่าวอาจมีการแพร่ภาพในต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคลมชักอยู่ระหว่างการรักษาตัวประมาณ 50,000 ราย หากคนกลุ่มนี้ไปดูการ์ตูนชุดดังกล่าวก็อาจเกิดกรณีเหมือนเด็กญี่ปุ่นได้ ซึ่งในเรื่องนี้ตนจะได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหามาตรการสะกัดกั้นการนำเข้าการ์ตูนญี่ปุ่นชุด "พอกเก็ต มอนสเตอร์" ในไทยโดยด่วน ทางด้าน นายแพทย์สุรวิทย์ เดชธุวานันท์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในปัจจุบันพบปัญหาเด็กที่ดูทีวีแล้วเกิดผลเสียต่อสุขภาพมากขึ้น เด็กบางคนดูทีวีเพลินไม่สนใจ เรื่องอาหาร และการพักผ่อน จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ยิ่งในกรณีที่เด็กดูการ์ตูนที่มีแสงจ้า วูบวาบ และดูใกล้จอ ย่อมจะเป็นอันตรายต่อสายตาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่มีปัญหาโรคลมชักเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นคือแสงวูบวาบจะอาจจะเกิดอาการชักได้ง่ายขึ้น นายแพทย์สมศักดิ์ ลัพธิกุลธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่าโดยปกติ แล้วคนที่เป็นโรคลมชักนั้นอาจจะมีอาการชักได้เอง หรือจะชักก็ต่อเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้น การได้รับแสงกระตุ้นจากทีวีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ชักได้ หากดูซ้ำอีกก็จะเกิดอาการชักได้อีก แต่ละคนมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างกัน สิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการชักที่พบได้บ่อยคือ แสงที่มีความเข้มและมีลักษณะวูบวาบ อาทิแสงไฟหน้ารถ แสงอาทิตย์ ที่ลอดผ่านทิวไม้มาเข้าตาเป็นระยะ ๆ ในลักษณะมืดแล้วสว่างสลับกัน แสงไฟในดิสโก้เธค เป็นต้น นอกจากนี้การอดนอน การเหนื่อยเกินไป การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งเสียงและกลิ่นบางอย่างก็เป็นสิ่งกระตุ้นให้ชักได้ สำหรับสถิติโรคลมชักโดยทั่วไปมีประมาณ 10-20 คน ต่อประชากรแสนคน พบได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจนถึงวัยสูงอายุ มีสาเหตุมาจากหลายประการเช่น กรรมพันธุ์ การได้รับบาดเจ็บที่สมอง และโรคสมองชนิดต่าง ๆ ผู้ป่วยบางรายเริ่มมีอาการชักตั้งแต่ในวัยเด็ก บางรายเป็นเมื่ออายุมากขึ้น การตรวจหาโรคลมชักในผู้ที่ไม่มีอาการปรากฏทำได้โดยการตรวจคลื่นสมอง อย่างไรก็ตามการตรวจดังกล่าวจะทำในรายที่จำเป็น หรือมีข้อบ่งชี้ เช่น มีบิดามารดาเป็นโรคนี้มาก่อน หรือเด็กที่คลอดยาก ขาดออกซิเจนในขณะคลอดเป็นเวลานาน เป็นต้น "ผู้ที่เป็นโรคลมชักควรระมัดระวังในการขับรถ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อตนเองและบุคคลอื่น ในต่างประเทศมีกฎหมายห้ามไม่ให้ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยแน่นอนว่าเป็นโรคลมชัก ขับรถนาน 1-2 ปีหลังเกิดอาการชัก แต่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว และควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายบางชนิด หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเช่น การว่ายน้ำ การปีนที่สูง สำหรับกรณีที่เป็นข่าวดังกล่าวนี้ ผู้ปกครองไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไป แต่ควรหันมาดูแลเด็กขณะดูทีวีเพิ่มขึ้น ไม่ควรปล่อยให้เด็กดูทีวีโดยไม่มีคนคอยชี้แนะ เพราะเด็กจะไม่สามารถแยกแยะสิ่งที่ดีและไม่ดีออกจากกัน เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งกายและจิตของเด็ก" นายแพทย์สมศักดิ์กล่าว--จบ--