แผนความร่วมมือไทย-สหประชาชาติ : แบบอย่างการพัฒนาในอนาคต
กรุงเทพ--16 ธ.ค.--สศช. เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือไทย-สหประชาชาติ ได้แถลงผลการดำเนินงานโครงการแผนความร่วมมือไทย-สหประชาชาติ หรือ Thai-UNCAP (Thailand-United Nations Collaborative Action Plan) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กล่าวถึงผลความก้าวหน้าของโครงการแผนความร่วมมือไทย-สหประชาชาติว่า ขณะนี้ได้มีการจัดตั้ง "กองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานความร่วมมือไทย-สหประชาชาติ" โดยได้ระดมทรัพยากรร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลไทยและฝ่ายสหประชาชาติ ซึ่งในระยะแรกกำหนดไว้ฝ่ายละ 6.25 ล้านบาท และรัฐบาลไทยได้จัดสรรงบประมาณปี 2540 อีกจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งมูลนิธิพัฒนาไท ซึ่งมูลนิธิดังกล่าวจะจัดสรรงบประมาณเพื่อสมทบในกองทุนความร่วมมือไทย-สหประชาชาติต่อไป ประธานคณะกรรมการความร่วมมือไทย-สหประชาชาติ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวนี้ได้ริเริ่มกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของชุมชน โดยให้การสนับสนุนชุมชนให้ร่วมกันคิด ร่วมกันพัฒนาในระดับพื้นที่นำร่องใน 5 แห่ง คือ จังหวัดเพชรบุรี ปัตตานี พะเยา มหาสารคาม และชุมชนยานนาวา ในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่นำร่องดังกล่าวไปแล้ว ดังนี้ จังหวัดเพชรบุรี ได้ประชุมคัดเลือกหมู้บ้านเมื่อเดือนสิงหาคม 2540 โดยจะริเริ่มกระบวนการระดมความร่วมมือจากชุมชนเพื่อพิจารณาแนวทางที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ภายใต้การสนับสนุนจากภาคีการพัฒนาฝ่ายต่าง ๆ จังหวัดปัตตานี ทางจังหวัดกำลังหารือกับฝ่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของจังหวัดให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาในแผนฯ 8 โดยจะได้กำหนดหมู่บ้านที่จะริเริ่มกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือไทย-สหประชาชาติ จังหวัดพะเยา ได้กำหนดหมู่บ้านที่ริเริ่มกิจกรรมแล้ว และขณะนี้กำลังเริ่มกระบวนการระดมความร่วมมือจากชุมชนในการวิเคราะห์สภาพปัญหาของชุมชน จังหวัดมหาสารคาม อยู่ในระหว่างการสร้างความเข้าใจกับภาคีการพัฒนา ชุมชนในเขตยานนาวา ได้มีการประชุมร่วมกับชุมชนในเขตยานนาวา 8 แห่ง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโดยชุมชนได้เสนอกิจกรรมการพัฒนาทางด้านการดูแลเด็กการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และกลุ่มพัฒนาอาชีพ เพื่อที่ฝ่ายต่าง ๆ จะได้ให้การสนับสนุนต่อไป นายวิรัตน์ วัฒนศิริธรรม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กล่าวถึงโครงการแผนความร่วมมือไทย-สหประชาชาติเพิ่มเติมว่า เกิดขึ้นจากความสอดคล้องกันของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 กับนโยบายการพัฒนาระดับโลกขององค์การสหประชาชาติ ที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาแบบองค์รวม โดยเน้นคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาหรือที่ UNDP เรียกว่า "การพัฒนาคนอย่างยั่งยืน" (Sustainable human Development) เลขาธิการ สศช. กล่าวด้วยว่า โครงการดังกล่าวนี้ถือกำเนิดขึ้นจากความเห็นพ้องต้องกันของภาคีสามฝ่ายประกอบด้วย รัฐบาลไทย องค์กรภาคีสหประชาชาติในประเทศไทย องค์กรพัฒนาเอกชนและประชาชน ซึ่งนับเป็นการระดมสรรพกำลัง ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการจัดการพัฒนาเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้มีบทบาทสำคัญในการวางแผน กำหนดทิศทางการพัฒนาและดำเนินการพัฒนา อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการพึ่งตนเอง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป--จบ--