ASIANET: ซีเอสเฟิร์สต์บอสตันเสนอซื้อหุ้นใหม่ของฟินวัน - newswit


นิวยอร์ค--4 ธ.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์-เอเชียเน็ท


เมื่อวานนี้สถาบันการเงินเครดิต สวิส เฟิร์สต์ บอสตัน (CSFB) ได้เปิดเผยรายละเอียดการเสนอซื้อของทางบริษัทที่ได้มีขึ้นกลางเดือนที่แล้วสำหรับการเข้าซื้อหุ้นใหม่ของบง.เอกธนกิจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทไฟแนนซ์ 58 แห่งที่ถูกสั่งพักกิจการ

ภายใต้เงื่อนไขของข้อเสนอนี้ CSFB จะอัดฉีดเงินสดจำนวน 6.24 พันล้านบาท (ประมาณ 148 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) เพื่อซื้อหลักทรัพย์ใหม่จำนวน 70.5-80 % ของบง.เอกธนกิจ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ ทาง CSFB เปิดเผยว่า ถ้าหากข้อเสนอดังกล่าวได้รับการยอมรับ แผนการอัดฉีดเงินทุนดังกล่าวจะเป็นการกอบกู้สถานะทางการเงินของเอกธนกิจ และจะช่วยรักษาสถาบันการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทยไว้ได้ โดยข้อเสนอของ CSFB จะเป็นการเพิ่มทุนให้กับบง.เอกธนกิจ ซึ่งทาง CSFB มีความประสงค์ที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดการแบ่งแยกสินทรัพย์ระหว่าง"good bank/bad bank" เมื่อพิจารณาจากความจริงที่ว่า เงินกู้ส่วนใหญ่ที่เป็นเงินกู้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในปัจจุบัน อาจจะทำให้ "bad bank" มีแหล่งเงินทุนที่ไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาการเงิน

นายมาร์ค แพตเตอร์สัน กรรมการผู้จัดการ CSFB ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวว่า "เราเชื่อว่าข้อเสนอที่เราได้เสนอไปนี้เป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดเมื่อพิจารณาถึงสภาพตลาดในปัจจุบัน โดยข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอระยะยาวแบบเบ็ดเสร็จ, มีมูลค่าแน่นอน และที่สำคัญก็คือเป็นข้อเสนอที่จะพยายามรักษาพอร์ตโฟลิโอเอาไว้โดยไม่ระบุให้มีการขายสินทรัพย์ที่มีอยู่ในราคาต่ำ"

CSFB ระบุว่า ทั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินและเจ้าหนี้รายใหญ่รายอื่นๆ จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และมีสิทธิจะแปลงหนี้สินเก่าให้เป็นหลักทรัพย์ใหม่ โดยมีมูลค่าหน้าหลักทรัพย์เท่ากับ 66.67 % ของหนี้สินเดิม ซึ่งหนี้ใหม่จะครบกำหนดชำระคืนภายในเวลา 8 ปี และจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 8 % สำหรับ5 ปีแรก และที่ระดับ 10 % สำหรับช่วงเวลาที่เหลือ นอกจากนี้ กองทุนฟื้นฟูฯและเจ้าหนี้ระดับสูงรายอื่นๆก็จะได้รับหลักทรัพย์ใหม่ของบริษัทเอกธนกิจเป็นจำนวนถึง 29.5 % ด้วย

แต่ในอีกทางหนึ่ง ถ้ากลุ่มเจ้าหนี้ระดับสูงต้องการ ก็จะสามารถบอกเลิกการรับหลักทรัพย์ใหม่ และเลือกหนี้สินที่มีเงื่อนไขเหมือนกับที่กล่าวไว้ข้างต้น รวมกับการปรับหนี้สินที่จะส่งผลให้มีหนี้ใหม่อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 5.5 ปี

CSFB ได้ระบุว่า ผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพยูโร-ดอลล่าร์ 2 % จะได้รับตราสารหนี้ใหม่ที่มีราคาหน้าตั๋วเท่ากับ 30 % ของหุ้นกู้เดิม สำหรับ CSFB นั้นถือหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวอยู่ประมาณ 48 %

ตราสารใหม่จะมีอายุ 10 ปี และจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5 % ต่อปี โดยผู้ถือตราสารใหม่เหล่านี้จะไม่ได้รับหลักทรัพย์ใหม่เป็นการแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้จะขึ้นอยู่กับการอนุมัติของบอร์ดผู้อำนวยการ

ทั้งนี้ สถาบันการเงินเครดิต สวิส เฟิร์สต์ บอสตันเป็นวาณิชธนกิจชั้นนำระดับโลก ซึ่งให้คำปรึกษาด้านการเงินแบบเบ็ดเสร็จ, ดำเนินการระดมทุน, จำหน่ายและซื้อขาย, และจัดหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้ใช้และซัพพลายเออร์เงินทุนทั่วโลก โดยมีกลุ่มบริษัทเครดิต สวิส กรุ๊ปในเมืองซูริค เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด --จบ--


--บิสนิวส์แปลและเรียบเรียง-สจ/กก--

ข่าว เครดิต สวิส ล่าสุด