ต่างประเทศให้บางจากฯ กู้ 150 ล้านเหรียญ เสริมสภาพคล่องให้ประเทศ 6,000 ล้านบาท
กรุงเทพ--5 มิ.ย.--บมจ.บางจากปิโตรเลียม บางจากฯ ลงนามกู้เงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6,000 ล้านบาท จากจำนวนเงินที่สถาบันการเงินชั้นนำในต่างประเทศ แสดงความจำนงให้กู้เงินรวม 220 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าความต้องการถึง 45% เงินกู้ที่ได้นำเข้ามาทดแทนเงินบาทที่ใช้เป็นทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ มีผลช่วยนำเงินตราต่างประเทศมาเสริมสภาพคล่องให้ตลาดเงินของประเทศในระยะนี้ นายโสภณ สุภาพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ (มหาชน)เปิดเผยว่า บริษัท บางจากฯ ประสบความสำเร็จในระยะนี้ที่องค์กรธุรกิจไทยได้สามารถเจรจานำเงินกู้เป็นเงินตราต่างประเทศเข้ามาเสริมสภาพคล่องในประเทศได้ โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2541 ได้มีพิธีร่วมลงนามในสัญญาเงินกู้จำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ฮ่องกง ระหว่างบริษัท บางจากฯ (มหาชน) กับสถาบันการเงินขั้นนำต่างประเทศ โดยมีผู้ร่วมลงนามได้แก่ นายสมหมาย ภาษี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ค้ำประกันเงินกู้ นายวุฒิชัย นีรนาทวงศ์รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ และตัวแทนผู้ให้กู้จากสถาบันการเงินชั้นนำต่างประเทศ 24 แห่ง ซึ่งมีธนาคารผู้ประสานงานจัดหาเงินกู้ ได้แก่ ABN AMRO Bank N.V., BA Asia Limited, The Bank of Nova Scotia Asia Limted, Barclays Capital, Standard Charter Bank และ Sumitomo Bank Limited ภายหลังการลงนาม นายสมหมาย ภาษี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า การจัดหาแหล่งเงินกู้ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และได้รับความสนใจจากธนาคารในต่างประเทศเป็นอย่างสูง แสดงให้เห็นสภาวะทางการเงินของประเทศไทยในสายตาของธนาคารต่างประเทศ ได้รับความเชื่อถือดีขึ้นในระดับหนึ่งจากการดำเนินการของรัฐบาล และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพกิจการของบางจากฯ ผู้แทนกลุ่มธนาคารผู้ประสานงานจัดหาเงินกู้ เปิดเผยว่า สถาบันการเงินชั้นนำต่างประเทศรวม 24 แห่ง เสนอให้เงินกู้แก่บางจากฯ รวมทั้งสิ้น 220 ล้านเหรียญ สูงกว่าความต้องการถึง 45% แสดงถึงความมั่นใจต่อประเทศไทยและบริษัท บางจากฯ อนึ่ง วงเงินกู้ตามสัญญา 150 ล้านเหรียญ ได้เฉลี่ยตามสัดส่วนระหว่าง 24 สถาบันการเงิน นายวุฒิชัย นีรนาทวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ กล่าวว่า เงินกู้ที่ได้รับครั้งนี้ จะนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนแทนเงินบาทใช้ในการนำเข้าของบริษัทฯ นอกจากนั้น เงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบริษัทฯ ครั้งนี้จะมีผลดีต่อประเทศ โดยเฉพาะในช่วงนี้การเสริมสภาพคล่องให้ประเทศ การให้กู้เงินในครั้งนี้มีเงื่อนไขเป็นระยะเวลา 1 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยในตลาดลอนดอน หรือ LIBOR + 0.90 % และค่าใช้จ่ายอื่น ธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ 24 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำจากยุโรป 17 แห่ง เอเซีย 5 แห่ง สหรัฐอเมริกา 1 แห่ง และแคนาดา 1 แห่ง อนึ่ง ผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2541 บริษัทฯ มีรายได้ 10,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรก่อนภาษี 545 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 381 ล้านบาท--จบ--