สธ.จัดประชุมวิชาการ "วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อชีวิตและเศรษฐกิจไทย"
กรุงเทพ--8 มิ.ย.--กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมวิชาการ "วิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อชีวิตและเศรษฐกิจไทย" เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นให้มีการนำผลงานทางวิชาการไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองในยุคเศรษฐกิจวกฤติ นายคำรณ ณ ลำพูน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังจากเป็นประธานในพิธีเปิดประชุมวิชาการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2541 ณ ห้องเจ้าพระยาบอลรูม โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ว่าปัจจุบันการเสนอข้อมูลข่าวสารมีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่การดำเนินงานด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชกรรม และอื่นๆ ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ขาดสภาพคล่อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะส่วนราชการที่ต้องรับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณด้วยความประหยัด และมุ่งผลการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีหน้าที่ในการดำเนินงานด้านคุ้มครองชีวิตและสุขภาพอนามัยของประชาชน เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพอนามัยที่ดีและเป็นการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศโดยประชาชนสามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องเพื่อลดอัตราเสี่ยงจากการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ เป็นการลดค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาลอีกด้วย สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ประกอบด้วยการบรรยายพิเศษและอภิปรายในหัวข้อต่าง ๆ เช่น สมุนไพรเพื่อชีวิต กู้เศรษฐกิจไทย, อาหาร ชีวิต สารพิษและความเสี่ยง, ยาเลิฟ..ยาอี..ยาบ้า..ปัญหาที่ไม่ธรรมดา, วิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข ล้ำยุคด้วย IT ฯลฯ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ พล.ต.ท.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายอภิชาติ หาลำเจียก สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายนาคร ศิลาชัย นักแสดง และน.พ.มารุต มัสยวาณิชย์ ที่ปรึกษาสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เป็นต้น นายคำรณ ณ ลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาวิจัยทางห้องปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน เริ่มตั้งแต่การวินิจฉัยโรค การหาสาเหตุและกลไกการเกิดโรค ตลอดจนพัฒนายา และวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันโรค นอกจากนี้จำเป็นต้องใช้ข้อมูลด้านวิชาการมากกำหนดมาตรฐานและความปลอดภัยท้งสิ้น ประกอบกับภาวะปัจจุบัน การค้าระหว่างประเทศมีการเพิ่มข้อกำหนดด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการเพิ่มขึ้นด้วย การจัดประชุมวิชาการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาและส่งเสริมงานด้านวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างจริงจัง จะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อสุขภาพอนามัยเศรษฐกิจของประเทศต่อไป เป็นที่คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้จะได้รับความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมทั้งแนวทางที่จะนำไปพัฒนางานในหน่วยงานของตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดประสานความร่วมมือกันอย่างดีทั้งระหว่างภาครัฐด้วยกันเองและระหว่างภาครัฐกับเอกชนให้เป็นไปอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานสาธารณสุขของประเทศทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป การประชุมวิชาการในครั้งนี้ ปรากฎว่ามีผู้สนใจทั้งผู้บริหารและนักวิชาการในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทร.5910203-14 ต่อ 9017,9081 โทรสาร.5911707 มือถือ 01-9147716--จบ--