ลูเซ่นจัดประชุมเรื่องแสงเลเซอร์และแสงไฟฟ้า
กรุงเทพ--19 พ.ค.--ลูเซ่น เทคโนโลยี่ส์ ลูเซ่นได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของโลก เกี่ยวกับเรื่องแสงเลเซอร์และแสงไฟฟ้า ซึ่งจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลูเซ่นได้ฉลองครบรอบ 40 ปีของรายงานในวารสารวิทยาศาสตร์ ซึ่งเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับแนวคิดและลักษณะของแสงเลเซอร์ ซึ่งเป็นการค้นพบสิ่งยิ่งใหญ่ที่สุดสิ่งหนึ่งของศตวรรษนี้ ปัจจุบัน ได้มีการใช้แสงเลเซอร์อย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ในเทคโนโลยีการสื่อสาร การแพทย์ การผลิต เครื่องใช้ไฟฟ้า การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์และงานด้านอื่นๆ การสนทนาทางโทรศัพท์ วิดีโอ อินเทอร์เน็ตและข้อมูลอื่นๆ ถูกส่งในรูปของลำแสงเลเซอร์ผ่านสายเคเบิ้ลใยแก้ว โดยขีดความสามารถเครือข่ายใยแก้วนำแสงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุกๆ 18 เดือน นับตั้งแต่ได้มีการค้นพบเลเซอร์ ลูเซ่น ได้เป็นผู้นำในการพัฒนาอุตสาหกรรมเครือข่ายใยแก้วนำแสงหลายประเภท ในปี 2539 ลูเซ่นได้นำระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสงมาใช้ในเชิงพาณิชย์ เป็นครั้งแรก โดยได้พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีการแบ่งคลื่นที่หนาแน่น (dense wave division multiplexing – DWDM) แบบใหม่ของเบลล์ แลบส์ เทคโนโลยีนี้มีผู้ให้บริการส่งข้อมูลนำไปใช้ ทั่วโลกเนื่องจากเป็นวิธีการขยายขีดความสามารถของเครือข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงที่ประหยัด วิธีหนึ่ง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลูเซ่นเป็นรายแรกที่แนะนำระบบเครือข่ายใยแก้วซึ่งส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 400 กิ๊กกะบิต (พันล้านบิต) ต่อวินาที โดยผ่านใยแก้วเส้นเดี่ยว ซึ่งเป็นความเร็วเท่ากับการส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตทั้งหมดต่อวินาทีผ่านเคเบิ้ลใยแก้วหนึ่งเส้น ลูเซ่น เป็นผู้นำในด้านการจัดหาระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสงและติดตั้งระบบ ดีดับบลิวดีเอ็ม 1,100 ระบบ ให้แก่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารทั่วโลก มากกว่าบริษัทโทรคมนาคมรายอื่นๆ รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ คือ “เรื่องแสงอินฟราเร็ดและการขยายแสงโดยแผ่รังสี ของการปลดปล่อยที่ถูกกระตุ้นเลเซอร์ (Infrared and Optical Masers)” ซึ่งเรียบเรียงโดย มร. อาร์เธอร์ แอล. ชอร์โลว์ นักวิทยาศาสตร์ของเบลล์ แลบส์ และ มร. ชาร์ล เอช. ทาร์วเนส ซึ่งในเวลานั้นเป็นที่ปรึกษาให้เบลล์ แลบส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาของลูเซ่น เทคโนโลยี่ส์ วารสารฉบับนี้ ชื่อ Physical Reviews เป็นของสมาคมฟิสิกส์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Physical Society) ฉบับเดือนสิงหาคม ปี 2501 ได้อธิบายถึงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเลเซอร์ บทบาทต่อนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นที่มาของอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ในการประชุมวิชาการครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของเบลล์ แลบส์ พร้อมทั้งเพื่อนร่วมวงการวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกจะมารำลึกถึงเหตุการณ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ มร. ชอร์โลส์ มร. ทาวร์เนส และคนอื่นๆ ที่เป็นผู้นำในการคิดค้นเทคโนโลยีเลเซอร์ในงานเลี้ยงรับรอง ที่โรงแรมซานฟรานซิสโก แมริออท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดเด่นของการประชุมวิชาการในวันแรกเต็มวัน คือ การร่วมประชุมเรื่องแสงเลเซอร์และแสงไฟฟ้า (Conference on Lasers and Electro-Optics – CLEO) และการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ควอนตัมระหว่างประเทศ (International Quantum Electronics Conference – IQEC) ที่ศูนย์มอสโคน “การค้นพบแสงเลเซอร์เมื่อ 40 ปีที่ผานมา เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติเรื่องการสื่อสารผ่านแสงที่เรากำลังพบเห็นอยู่ในปัจจุบัน” มร. แกรรี่ บัทเทอร์ส ประธาน หน่วยธุรกิจเครือข่ายใยแก้วนำแสงของลูเซ่น กล่าว “แสงเลเซอร์ เป็นโครงสร้างของระบบซึ่งสามารถส่งต่อข้อมูลนับร้อยนับพันได้ทุกๆ วินาที และทุกๆ วัน และลูเซ่นได้พัฒนาคิดค้นสิ่งใหม่ต่อไปอีก – โดยการเพิ่มขีดความสามารถของคลื่นแถบกว้างเป็นสามเท่าหรือมากกว่า” มร. บิล สปิวี่ ประธานของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครือข่ายของลูเซ่น ซึ่งผลิตใยแก้วนำแสงป้อนตลาดส่วนใหญ่ของโลก กล่าวว่า “การค้นพบเลเซอร์ผนวกกับการค้นพบใยแก้วนำแสงถือเป็นที่มาของการ สื่อสารส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันและอินเทอร์เน็ต” “เช่นเดียวกับการคิดค้นทรานซิสเตอร์ซึ่งได้เปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การค้นพบเลเซอร์เป็นการเปิดประตูสู่อุตสาหกรรมมูลค่านับหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ และ ทำให้มีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน” มร. จอห์น พิลลิทซิส รองประธาน ธุรกิจออพโต้อิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มไมโครอีเล็คโทรนิคส์ของลูเซ่น กล่าว มร. ชอร์โลส์ มร. ทาวร์เนส และนักวิทยาศาสตร์อื่นๆ ได้รับการประกาศเกียรติคุณในฐานะที่เป็น ผู้นำในการคิดค้นเทคโนโลยีเลเซอร์ เมื่อ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ของเบลล์ แลบส์ ได้นำเสนอรายงานวิชาการ 23 เรื่อง ในการประชุมเรื่องแสง เลเซอร์และแสงไฟฟ้า (Conference on Lasers and Electro-Optics – CLEO) และการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ควอนตัม ระหว่างประเทศ (International Quantum Electronics Conference – IQEC) ประจำปี 2541 ประชุมเรื่องของแสงเลเซอร์และแสงไฟฟ้า หรือ คลีโอ สนับสนุนโดยสมาคม วิชาชีพด้านออพติค ซึ่งมีวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญและให้ความสำคัญกับการพัฒนาสาขาออพติคและโฟโตนิกส์ ร่วมกับ แผนกอิเล็กทรอนิกส์ ควอนตัม แห่งสมาคมออพติคและฟิสิกส์ แห่งยุโรป (Quantum Electronics Division of the European Physical and Optical Society) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ควอนตัม แห่งญี่ปุ่น (Japanese Quantum Electronic Joint Group) การประชุมอิเล็กทรอนิกส์ ควอนตัม ระหว่างประเทศ หรือ ไอคิวอีซี สนับสนุนโดย แผนกวิทยา- ศาสตร์ทางเลเซอร์ของสมาคมฟิสิกส์แห่งอเมริกา สมาคม ไออีอีอี เลเซอร์ แอนด์ อิเล็กโทร-ออพติค และสมาคมออพติคแห่งอเมริกา ในความร่วมมือกับ ศูนย์ความร่วมมือด้านอิเล็กโทรนิกส์ ควอนตัม แห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Joint Council on Quantum Electonics) ศูนย์อิเล็กโทรนิกส์ ควอนตัม ระหว่างประเทศ (International Council on Quantum Electronics) คณะกรรมการออพติค ระหว่างประเทศ (International Commission for Optics) และสหภาพของฟิสิกส์บริสุทธิ์และประยุกต์ระหว่างประเทศ (International Union of Pure and Applied Physics) ลูเซ่น เทคโนโลยี่ส์ ออกแบบ สร้าง และจำหน่าย ระบบเครือข่ายที่หลากหลายของระบบพื้นฐานและเฉพาะกิจ ระบบสื่อสาร และซอฟแวร์ ระบบเชื่อมโยงข้อมูล ระบบชุมสายโทรศัพท์สำหรับ องค์กรธุรกิจและชิ้นส่วนไมโครอิเล็กทรอนิคส์ โดยมีเบลล์ ลาบอราทอรีส์ เป็นผู้ให้การสนับสนุนงานด้านวิจัยและพัฒนา หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูเซ่น เทคโนโลยี่ส์ ดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.lucent.com ุ รางวัล “Rank Prize ” ซึ่งเป็นรางวัลดีเด่นสูงสุดในสาขาเทคโนโลยีออพโต้อิเล็กทรอนิกส์ของโลก ซึ่งปีนี้จะมอบให้แก่ มร. เฟดเดอริโก คาปาสโซ หัวหน้าแผนกวิจัยด้านฟิสิกส์เซมิคอนดักเตอร์ของเบลล์ แลบส์ มร. เจโรม เฟสท์ ซึ่งเคยทำงานที่เบลล์ แลบส์ แต่ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเนอแชทเทิล แห่งสวิตเซอร์แลนด์ มร. รูดอล์ฟ คาซารินอฟ นักค้นคว้าวิจัยในแผนกแผงวงจรไฟฟ้าโฟโตนิกส์ ที่เบลล์ แลบส์ และ มร. โรเบิร์ต ซูริส นักวิจัยและผู้จัดการสถาบันเทคนิคลอฟฟี่ ที่เซนท ปีเตอร์เบิร์ก ในรัสเซีย บุคคลเหล่าสนี้ได้รับการยกย่องในฐานะที่เป็นผู้ค้นพบแสงเลเซอร์ต่อแบบเดี่ยวในปริมาณที่เหมาะสม (quantum cascade) รางวัล “IEEE/LEO Quantum Electronics ” ซึ่งจะมอบโดย สมาคม ไออีอีอี เลเซอร์ แอนด์ อิเลคโทร-ออพติค ให้แก่ มร. คาซารินอฟ ในฐานะที่ให้ทฤษฎีใหม่สำหรับการพัฒนาเลเซอร์เซมิคอนดัคเตอร์ในอนาคต รวมทั้งเลเซอร์โครงสร้างที่แตกต่างกันเป็นสองเท่า เลเซอร์ที่ให้ปฎิกริยาตอบกลับ แบบแตกกระจายและเลเซอร์แถบย่อยที่เชื่อมต่อกัน ุ รางวัล “Frederic Ives Medal/Jarus W. Quinn Endowment ” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของสมาคมออพติคแห่งอเมริกา (Opital Society of America – OSA) สำหรับความแปลกใหม่ในสาขาออพติค มอบให้แก่ มร. อาร์เธอร์ แอชคิน นักวิจัยของเบลล์ แลบส์ ซึ่งเกษียณอายุแล้ว และเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยวิจัยศาสตร์เลเซอร์ของเบลล์ แลบส์ สำหรับการริเริ่มการถ่ายเทอนุภาคของปรมาณูด้วยแสง รวมทั้ง การคิดค้น “เครื่องมือจับแสง (optical tweezers ” และ การศึกษาเกี่ยวกับพลังของรังสีที่มีต่อปรมาณูและแสงที่ไม่เรียงตัวเป็นเส้นตรง ุ รางวัล “Edgar D. Tillyer Award of the OSA ” ให้แก่ มร. เดิวด อาร์. วิลเลี่ยม อดีตนักเรียนทุนของเบลล์ แลบส์ และปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์สายตา (Center for Visual Science) ที่มหาวิทยาลัยแห่งโรเชสเตอร์ นิวยอร์ค สำหรับงานค้นคว้าในด้านสายตา ุ รางวัล “John Tyndall Award ” ของสมาคมออพติคแห่งอเมริกาและสมาคม ไออีอีอี เลเซอร์ แอนด์ อิเลคโทร-ออพติ มอบให้แก่ มร. เคนอิชิ ไอกา อดีตสมาชิกตรวจสอบพนักงานเทคนิคของเบลล์ แลบส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ ห้องทดลองอัจฉริยะและเที่ยงตรง ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (Precision and Intelligence Lab at the Tokyo Institute of Technology) ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีใยแก้วนำแสง ุ รางวัล “Esther Hoffman Beller ” ของ สมาคมออพติคแห่งอเมริกา มอบให้แก่ มร. แอมนอน ยาริฟ อดีตนักวิจัยของเบลล์ แลบส์ ปัจจุบัน เป็นศาสตราจารย์ โทมัส จี. เมเยอร์ แห่งวิศวกรรมอิเลคทริค ที่ คาลเทค ในฐานะที่ให้การศึกาาเรื่องวิศวกรรมและศาสตร์เกี่ยวกับแสง ุ รางวัล “Adolph Lomb Medal ”ของสมาคมออพติคแห่งอเมริกา ในผลการค้นคว้าเรื่องออพคิตอันน่าพึงพอใจก่อนอายุ 30 ปี ให้แก่ มร. เบนจามิน เจ. เอ็กเกิลตัน นักวิจัยในแผนกวิจัยฟิสิกส์ออพติคของเบลล์ แลบส์ สำหรับการสังเกตการณ์ครั้งแรกของการเต้นของแสงในวัสดุแถบโฟโตนิกส์ รวมทั้ง โซลิตัน และความไร้เสถียรภาพ ในเครือข่ายใยแก้ว แบรก รวมทั้ง สวิตชิ่งออพติคในเครือข่ายใยแก้วในระยะยาว--จบ--