เทคโนฯ ลาดกระบังร่วมมืออินฟอร์มิกซ์ พัฒนาเทคโนโลยีฐานข้อมูลชั้นสูง
กรุงเทพ--25 มิ.ย.--บริษัท อินฟอร์มิกซ์ จำกัด คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนฯ ลาดกระบัง และอินฟอร์มิกซ์ร่วมแถลงการจัดโครงการความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีฐานข้อมูลชั้นสูงเพื่อการศึกษาและวิจัย โดยทางอินฟอร์มิกซ์จะให้การสนับสนุนถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับลึกของอินฟอร์มิกซ์ และร่วมทำโครงการวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท อับดุลราฮิม-นายสุรสิทธิ์ วรรณไกรโรจน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและบริษัท อินฟอร์มิกซ์ ซอฟท์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีฐานข้อมูลที่มีชื่อเสียงอย่างแพร่หลายทั่วโลก ได้มีโครงการความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีฐานข้อมูลขั้นสูงเพื่อการศึกษาและวิจัย จุดประสงค์ของความร่วมมือในครั้งนี้เพื่อนำซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลของอินฟอร์มิกซ์มาใช้ในการเรียนและการสอนและทำโครงการวิจัยต่าง ๆ ของนักศึกษา ซึ่งจะทำให้คณาจารย์และนักศึกษาของคณะฯ มีความรู้ความเข้าใจและเกิดทักษะในการใช้งาน ตลอดจนสามารถสร้างสรรผลงานวิจัยได้หลากหลายมากขึ้น ปัจจุบันคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเปิดสอนในระดับปริญญาโท เพื่อผลิตบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครอบคลุมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และการจัดการ มีนักศึกษาอยู่ประมาณ 500 คน แบ่งหลักสูตรออกเป็น 2 สาขาวิชาได้แก่ 1.สาขาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Systems Technology) เพื่อพัฒนาให้เป็นนักพัฒนาระบบหรือดีเวลล็อปเปอร์ และ 2.สาขาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Management) สำหรับนักบริหารนำเทคโนโลยีไปพัฒนาองค์กร องค์ประกอบสำคัญของหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาระบบหรือการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ จะมีวิชาที่ต้องเน้นทางด้านฐานข้อมูล ดังนั้นจึงเป็นส่วนสำคัญที่นักศึกษาควรรู้และใช้จากของจริง นอกจากจะเรียนจากทฤษฎีในหนังสือเท่านั้น อีกทั้งงานวิจัยต้องเสนอแนวความคิดใหม่เรื่องเทคโนโลยีฐานข้อมูล ออปเจ็ค โอเรียลเต็ด ดาต้าเบสมากขึ้น ซึ่งอินเฟอร์มิกซ์ถือว่าเป็นดาตาเบสชั้นแนวหน้าและเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกทั้งในองค์กรของรัฐและเอกชน ถ้านักศึกษาใช้ในการเรียนและงานวิจัยถือว่าเป็นประโยชน์อย่างสูง นายสุรสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า การร่วมมือครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้นักศึกษานำทฤษฎีที่เรียนมาใช้อิมพลีเม้นท์ภายใต้ฐานข้อมูลของอินฟอร์มิกซ์ ซึ่งมีนักศึกษามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จะทำให้โครงการพัฒนาระบบที่นำซอฟต์แวร์ของอินฟอร์มิกซ์มาพัฒนาเป็นโครงการย่อย ๆ เพื่อใช้ศึกษา หรืองานวิจัยภายใต้คอนเซ็ปต์ของอินฟอร์มิกซ์ต่อไป ยกตัวอย่าง โครงการตัวอย่างที่นักศึกษาเคยพัฒนาระบบจดจำลายมือ Fingerprint Recognition โดยแต่เดิมใช้ฐานข้อมูลง่าย ๆ และเก็บฐานข้อมูลแบบง่ายทำให้ประสิทธิภาพการจัดเก็บจำกัด ซึ่งในอนาคตการร่วมมือกับอินฟอร์มิกซ์จะสามารถทำให้นำซอฟต์แวร์ของอินฟอร์มิกซ์มาเก็บข้อมูลในส่วนของลายนิ้วมือ ที่จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทางด้านนายขวัญชัย เลิศจุสัศจรรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟอร์มิกซ์ ซอฟท์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า โครงการนี้นับว่าเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงของอินฟอร์มิกซ์ ซึ่งอินฟอร์มิกซ์ยินดีที่จะเปิดเผยเทคโนโลยีระดับลึกให้กับนักศึกษาเพื่อนำไปศึกษาและพัฒนางานวิจัย โดยจะร่วมกันทำเวิร์คช้อปที่อินฟอร์มิกซ์ ซูเปอร์สโตร์ ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบการสร้างระบบแอพพลิเคชั่น โดยใช้เทคโนโลยีดาต้าเบลดซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 10 ราย "เรามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี และให้นักศึกษาได้เห็นประโยชน์อย่างชัดเจน ทางอินฟอร์มิกซ์จะส่งบุคลากรมาฝึกอบรมนักศึกษาและผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล พร้อมทั้งช่วยในโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสถาบัน บริษัท อินฟอร์มิกซ์และประชาชนโดยทั่วไป" นายสุรสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า แม้ว่าทางประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจ แต่การสร้างบุคลากรและผลิตบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพก็ยังมีความสำคัญและจำเป็น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศชาติต่อไป--จบ--