ปรส.ประกาศขายสินทรัพย์หลักสัญญาเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มเติมอีก 2 กลุ่ม - newswit
กรุงเทพ--10 มิ.ย.--ปรส. องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ประกาศว่า ได้นำสินทรัพย์หลักประเภทสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อีก 2 กลุ่ม ออกจำหน่ายรวมกับสินเชื่อเช่าซื้อ เดิม 7 กลุ่ม ซึ่งปรส.ได้ประกาศจำหน่ายไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา สินเชื่อเช่าซื้อ รถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอีก 2 กลุ่มนี้ มียอดลูกหนี้คงค้างมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท และ 3,700 ล้านบาท เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของบริษัทเงินทุนไทยธำรง จำกัด ซึ่งได้วางเป็นหลักประกันไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์และมอร์แกน สแตนลี่ย์ตามลำดับ ดังนั้น สินทรัพย์หลักชุดแรกที่ ปรส. นำออกจำหน่าย จะประกอบด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์รวม 336,973 สัญญา จากสถาบันการเงิน 38 แห่ง โดยมีจำนวนยอดลูกหนี้คงค้างมูลค่าประมาณ 52,000 ล้านบาท (1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับตารางเวลากำหนดการขายสินทรัพย์หลักทั้งหมดนี้ยังคงเหมือนเดิม คือ ปรส.จะ ปิดรับซองประมูลของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้ง 9 กลุ่ม ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2541 สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้ง 2 กลุ่มที่เพิ่มขึ้นนี้จัดเป็นกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มเล็ก ซึ่งถึงแม้ว่า สินเชื่อ ทั้งสองกลุ่มนี้จะมีเงื่อนไขพิเศษอันเป็นผลจากการถูกวางเป็นหลักประกัน แต่ปรส. ก็จะดำเนินการตามกระบวนการจำหน่าย และกำหนดระยะเวลาการประมูล เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ทั้ง 7 กลุ่มที่เคยประกาศไปแล้ว สำหรับสินเชื่อเช่าซอรถยนต์ 7 กลุ่มเดิมยังคงประกอบด้วยกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มใหญ่ ซึ่งมียอดลูกหนี้คงค้างมูลค่าตั้งแต่ 10,000 - 11,000 ล้านบาท จำนวน 4 กลุ่ม ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนรายใหญ่ และกลุ่มสินเชื่อกลุ่มเล็กที่มีขนาดยอดลูกหนี้คงค้างมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท จำนวน 3 กลุ่ม ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนรายเล็ก ทั้งนี้ ปรส. เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าประมูลสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือ หลายกลุ่มก็ได้ตามต้องการ และผู้ลงทุนรายใหญ่สามารถประมูลสินเชื่อกลุ่มใหญ่ 4 กลุ่มแรกภายใต้เงื่อนไข ซื้อเหมาหรือไม่ซื้อเลย” (All or none) ได้ แต่จะต้องระบุราคาประมูลสำหรับสินทรัพย์ของแต่ละสถาบันการเงิน สำหรับการประมูลสินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มเล็ก 3 กลุ่มเดิม และอีก 2 กลุ่มใหม่จะไม่มีเงื่อนไขดังกล่าว สำหรับผู้สนใจสามารถขอรับส่วนเพิ่มเติมสำหรับข้อสนเทศการจำหน่ายสินทรัพย์ได้จาก ปรส. รวมทั้งสามารถหาข้อมูลโดยการเปิดดูเว็บไซต์ของปรส. (www.fra.or.th) ซึ่งจะให้รายละเอียด เกี่ยวกับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของ 2 กลุ่มที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ส่วนเพิ่มเติมดังกล่าวยังได้ระบุถึงตารางเวลาจำหน่ายที่ปรับปรุงใหม่ และคำชี้แจงต่าง ๆ ที่ช่วยตอบข้อสงสัยของนักลงทุน นอกจากนี้รายละเอียดต่าง ๆ ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้ง 2 กลุ่มใหม่ได้รวมอยู่ในแฟ้มข้อมูล การจำหน่ายที่จัดทำในรูปซีดีรอม ซึ่งปรส. จัดให้แก่ผู้เข้าประมูลที่ได้ยื่นแบบคำขอใช้แฟ้มข้อมูล พร้อมกับจ่ายค่าธรรมเนียมในการดำเนินการเป็นเงินจำนวน 100,000 บาทแล้ว โดยเงินจำนวนนี้ไม่สามารถขอคืนได้ ปรส.ได้เปิดห้องเก็บข้อมูลให้ผู้เข้าประมูลใช้บริการตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2541ในห้องข้อมูล จะมีแฟ้มสินเชื่อเช่าซื้อของลูกหนี้จำนวนร้อยละ 10 ของสัญญาทั้งหมด และมีเอกสารข้อมูลอื่น ๆ รวมทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 2 กลุ่มที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งปรส.ได้ให้สำนักงานผู้ตรวจสอบบัญชีอิสระเป็นผู้ทำการสุ่มคัดเลือก ปรส.จะพิจารณาคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในห้องข้อมูล โดยผู้เข้าศึกษาจะยื่นแบบคำขอชำระค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท ซึ่งไม่สามารถขอรับคืนได้ รวมทั้งต้องวางเงินมัดจำจำนวน 10 ล้าน บาทก่อนการเข้าใช้ห้องข้อมูล ปรส.จะปิดการประมูลสินเชื่อเช่าซอรถยนต์ในวันที่ 25 มิถุนายน 2541 ผู้เข้าประมูลต้องยื่นซองเสนอราคาสำหรับ สินทรัพย์แต่ละกลุ่ม และวางเงินมัดจำการประมูลเป็นจำนวนร้อยละ 2 ของราคาประมูลภายในวันดังกล่าว ปรส. จะตัดสินผลการประมูลโดยเร็วและคาดว่าจะให้ผู้ชนะการประมูลสามารถลงนามในสัญญาซื้อขายได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันปิดการประมูล นายอมเรศ ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ ปรส. กล่าวว่า เมื่อรวมสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 2 กลุ่มที่เพิ่มเข้ามาแล้ว ทำให้การจำหน่ายสินทรัพย์หลักชุดแรก ประกอบด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เกือบทั้งหมดของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ 56 แห่ง สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 2 กลุ่มที่เพิ่มมานั้นเป็นหลักประกันที่วางไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์ และมอร์แกน สแตนลี่ย์ ซึ่งทั้งสองแห่งได้ยินยอมให้ปรส.นำสินเชื่อดังกล่าวออกประมูลขาย โดยได้มีการทำสัญญาข้อตกลงกับบริษัทเงินทุนไทยธำรงและปรส. เพื่อการโอนกรรมสิทธิ์ของสินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มที่มีเงื่อนไขพิเศษนี้สามารถกระทำได้” องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ตามพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 เป็นองค์กรอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการกับบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ 58 แห่ง ที่ถูกระงับการดำเนินการตามคำสั่งของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน และวันที่ 5 สิงหาคม 2540 เพื่อปกป้อง ผลประโยชน์ของผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ที่สุจริต ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อดร.มนตรี เจนวิทย์การ (ปรส.) โทร. 263 3345-9 ต่อ 101--จบ--