คอมแพคประกาศกลยุทธ์องค์กรใหม่ ผนึกความแข็งแกร่งของคอมแพค-ดิจิตอล-แทนเด็ม สู่ "ยุคใหม่ของระบบคอมพิวเตอร์" - newswit

กรุงเทพ--16 มิ.ย.--คอมแพค คอมพิวเตอร์ คอมแพค-ดิจิตอล-แทนเด็ม เปิดฉากยุคใหม่ของระบบคอมพิวเตอร์ นำเสนอผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น และบริการครบวงจร "คอมแพคจะมุ่งมั่นเสนอผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่หลากหลายยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าพร้อมด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและความสะดวกในการใช้งานแก่ลูกค้ามากขึ้น" มร. เอ็ดการ์ด ไฟเฟอร์ ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท คอมแพค คอมพิวเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงกลยุทธ์ของคอมแพคใหม่ในการแถลงข่าวที่จัดขึ้นในวันนี้ (12 มิถุนายน) หลังการตกลงซื้อขายกิจการของดิจิตอลเสร็จสิ้นในวันที่ 11 มิถุนายนด้วยมูลค่า 8,400 ล้านเหรียญสหรัฐ "การผนึกพลัง ความสามารถ และประสบการณ์ของคอมแพคและดิจิตอลจะเป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุดในวงการอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ เราจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม รองรับด้วยเครือข่ายการบริการและการสนับสนุนทั่วโลก" มร. ไฟเฟอร์ กล่าวเสริม มร. ไฟเฟอร์ เน้นถึงกลยุทธ์หลัก 2 ประการคือ ความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับระบบคอมพิวเตอร์องค์กรธุรกิจ และการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับลูกค้า คอมแพคเป็นผู้นำที่โดดเด่นในระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม เห็นได้จากส่วนแบ่งตลาดของคอมแพคในระบบวินโดวส์ เอ็นที เอสซีโอ ยูนิกซ์ และ เน็ตแวร์ คอมแพคกำหนดเป้าหมายเพิ่มศักยภาพในตลาดวินโดวส์ เอ็นที โดยการกระจายโซลูชั่นแบบต่างๆ ออกสู่ตลาด จัดทีมขายที่มุ่งเจาะตลาดองค์กรธุรกิจดยเฉพาะ และเพิ่มความแข็งแกร่งของกลุ่มบริการและการสนับสนุน ปัจจุบัน คอมแพคมีทีมวิศวกรระบบเอ็นทีที่ได้รับการรับรองแล้วจำนวนมากกว่าทีมวิศวกร ของบริษัทคู่แข่งอันดับรองจากคอมแพค 3 รายรวมกัน มร. บิลล์ เกตส์ ประธานและหัวหน้าคณะบริหารของไมโครซอฟท์กล่าวว่า "ลูกค้าองค์กรธุรกิจที่ใช้ระบบวินโดวส์ เอ็นที ทั้งองค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการระบบที่ซับซ้อนจะได้ประโยชน์สูงสุดจากโซลูชั่นของคอมแพค เนื่องจากการรวมกิจการทำให้คอมแพคมีความแข็งแกร่งอย่างมากในตลาดเอ็นที ด้วยเทคโนโลยีของดิจิตอลและเครือข่ายบริการและการสนับสนุนในระบบเอ็นทีที่คอมแพคมีทั่วโลก ทั้งไมโครซอฟท์และคอมแพคจะยังคงร่วมมือกันเพื่อเสนอประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้ระบบเอ็นที" คอมแพคมีแผนที่จะก้าวสู่ความเป็นผู้นำในระบบ 64 บิตโดยใช้ระบบยูนิกซ์และเทคโนโลยีอัลฟ่าของดิจิตอล และจะพัฒนาระบบยูนิกซ์ของดิจิตอลให้เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับสถาปัตยกรรม IA-64 จากนั้นจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถทำงานได้ในระบบเปิดบนวินโดวส์ เอ็นที เนื่องจากเทคโนโลยีอัลฟ่าได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องมาถึง 5 ปี และมีผู้ใช้เทคโนโลยีนี้จำนวนกว่า 11,000 แอพลิเคชั่นทั่วโลกดังนั้นคอมแพคจึงจะใช้เทคโนโลยีอัลฟ่าเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการประสิทธิภาพการทำงานสูงมาก เช่น ระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับงานด้านเทคนิค และระบบอีคอมเมิร์ช คอมแพคมีแผนที่จะพัฒนาระบบ Open VMS และระบบปฏิบัติการแบบต่อเนื่อง Himalaya ของแทนเด็ม เพื่อคงความเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นสำหรับระบบคอมพิวเตอร์องค์กรที่ข้อมูลมีความสำคัญอย่างมาก (business-critical solution) ทั้งนี้คอมแพคจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมาพัฒนาให้เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับระบบคอมพิวเตอร์องค์กรที่ใช้วินโดวส์ เอ็นที ความสัมพันธ์กับลูกค้า คอมแพคจะพัฒนาความสัมพันธ์ของบริษัทฯ กับลูกค้าในด้านการวางกลยุทธ์ด้านต่างๆ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมคอมแพค ดิจิตอล และแทนเด็ม จะทำให้องค์กรใหม่สามารถบริการลูกค้ากลุ่มต่างๆ และตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันได้ดีขึ้น รวมทั้งช่องทางการจัดจำหน่ายของทั้ง 3 บริษัท จะเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก อาทิ การนำอีคอมเมิร์ชมาใช้จะช่วยให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ทำให้คอมแพคจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่น ในราคาที่เหมาะสมที่สุดได้ ผลจากการที่คอมแพคผนึกกำลังกับดิจิตอลและแทนเด็ม ลูกค้าจะได้ประโยชน์จากโซลูชั่นที่ดีที่สุด ทั้งนี้คอมแพคเป็นผู้ค้าที่มีส่วนแบ่งในตลาดเอ็นทีมากที่สุดไม่ว่าจะเป็น แอพพลิเคชั่น ซอฟต์แวร์ของ SAP Baan ออราเคิล หรือ ไมโครซอฟท์ เอ็กซเชนจ์ โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าคู่แข่งอันดับต่อไปถึงสองเท่า ดิจิตอลและแทนเด็มจะสนับสนุนธุรกิจของคอมแพคโดยใช้ความเป็นผู้นำในด้านแอพลิเคชั่นพื้นฐานที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด ได้แก่ ระบบเมล์ เมสเซจจิ้ง ระบบอินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต และระบบอีคอมเมิร์ช ตลอดจนแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ธุรกิจที่ข้อมูลมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะธุรกิจการสื่อสาร การเงินและอุตสาหกรรม เป้าหมายของคอมแพคคือ ให้การสนับสนุนลูกค้าด้วยการบริการที่ครอบคลุมทั่วโลก ประกอบด้วยการให้บริการตลอดอายุการใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการให้บริการที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน การออกแบบระบบ การติดตั้ง การบริหารระบบและการให้บริการสนับสนุนการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของลูกค้า คอมแพคมีผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 25,000 คนใน 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประกอบด้วย วิศวกรที่ได้รับการรับรองจากไมโครซอฟตท์อีก 2,000 คน วิศวกรระบบยูนิกซ์ อีก 3,000 คน และวิศวกรที่ได้รับการรับรองของระบบเน็ตแวร์อีก 700 คน คอมแพค คอมพิวเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ก่อตั้งเมื่อปี 2525 บริษัทฯ เป็นหนึ่งใน 200 บริษัทชั้นนำของนิตยสาร ฟอร์จูน เป็นหนึ่งในห้าบริษัทคอมพิวเตอร์ชั้นนำของโลก และเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายใหญ่ที่สุดในโลก คอมแพคพัฒนาและวางตลาดฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โซลูชั่น และการบริการ ซึ่งครอบคลุมโซลูชั่นชั้นนำสำหรับระบบคอมพิวเตอร์องค์กร โซลูชั่นชั้นนำสำหรับระบบคอมพิวเตอร์องค์กรธุรกิจที่ข้อมูลมีความสำคัญมาก ผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์กและการสื่อสาร คอมพิวเตอร์เดสก์ทอปและโน้ตบุ๊ค รวมทั้งพีซีสำหรับการใช้งานตามบ้าน คอมแพคเป็นผู้นำในการดำเนิน กิจกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ คอมแพคจำหน่ายผลิตภัณฑ์และให้การบริการผ่านเครือข่ายของบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับคอมแพคและผลิตภัณฑ์ของคอมแพคได้ที่ http://www.compaq.com-- จบ--

ข่าว คอมแพค คอมพิวเตอร์ ล่าสุด