วีซ่า จับมือบริษัทเทคโนโลยีแนวหน้า พัฒนา Smart Card เพื่อใช้ในธุรกิจการธนาคาร

กรุงเทพ--5 มี.ค.--วีซ่า อินเตอรเนชั่นแนล ด้วยความมุ่งมั่นของวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ว่าภายในปี 2002 วีซ่าจะเปิดให้บริการบัตรเครดิตด้วยเทคโนโลยีไมโครชิปในระบบ Smart Card และวันนี้ วีซ่าได้ประกาศการเริ่มต้นครั้งสำคัญที่จะเป็นจุดเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินของคนทั่วโลก แนวคิด Visa Smart เป็นการริเริ่มรวมกลุ่มบริษัทเจ้าของสินค้าและบริการเทคโนโลยีสูงที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างประสิทธิภาพให้แก่สถาบันการเงินในการให้บริการบัตรอัจฉริยะ ที่มีความปลอดภัยและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าในระบบเดิม Visa Smart ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยธนาคารสมาชิกของวีซ่าสามารถรักษาฐานลูกค้าในปัจจุบัน พร้อมกับเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่โดยนำเสนอบัตรเพื่อการใช้จ่ายที่มีเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุด ที่สำคัญ Visa Smart ยังช่วยลดปริมาณการลงทุน ลดความเสี่ยง และประหยัดเวลาให้กับธนาคารในการทำงานอีกด้วย ในแผนการขั้นต้นนี้ วีซ่า ได้รวมกลุ่มกับบริษัทผู้นำระดับแนวหน้าของโลกทั้งทางด้านบริษัทด้านการวางแผนธุรกิจ, บริษัทเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตชิปการ์ด, ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์, บริษัทผู้วางแผนขั้นตอนการย้ายสู่ระบบใหม่ อาทิ แอนเดอร์สัน คอนซัลติ้ง, บริษัทผู้ดำเนินการด้านระบบ อาทิ อีดีเอส คอร์ปอร์เรชั่น ไอบีเอ็ม คอร์ปอร์เรชั่น ซีมา กรุ๊ป ยูเค จำกัด และยูนิซิส คอร์ปอร์เรชั่น รวมทั้งบริษัทผู้จัดหาสมาร์ทการ์ด อาทิ เจมพลัส คอร์ปอร์เรชั่น และชลัมเบอร์เกอร์ นอกจากนี้ ยังมีบริษัทผู้จำหน่ายอุปกรณ์ อาทิ เวอร์ริโฟน อิงค์ และ บูล เวิร์ลไวด์ อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ ทั้งนี้ บริษัทชั้นนำผู้เข้าร่วมในโครงการ Visa Smart ประกอบด้วย โตชิบา คอร์ปอร์เรชั่น, ดีโบลด์ อินคอร์เปอร์เรท, เดอ ลา รู การ์ดซิสเต็มส์, ไฮเปอร์คอม คอร์ปอร์เรชั่น, อินจินีโก เอส เอ, อินเตอร์เนชั่นแนล เวอริแฟกท์ อิงค์, กีแซก แอนด์ ดีเวรียน, โมโตโรล่า และอาซิโอมาติก (สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์) มร. แดเนียล อิทิกอน ประธานฝ่ายโกลบอล ซัพพอร์ต เซอร์วิส แห่งวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “Visa Smart ช่วยให้ธนาคารมีทางเลือกในการให้บริการ เพิ่มความยืดหยุ่น รวมทั้งได้รับการสนับสนุนในการให้บริการมากกว่าสมาร์ทการ์ดประเภทอื่น ๆ” มร. แดเนียล กล่าวต่อไปว่า “การรวมกลุ่มกับบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์และบริการระดับแนวหน้าของโลกครั้งนี้ แสดงให้เห็นคำมั่นสัญญาของวีซ่าในการนำเสนอเทคโนโลยีชิปการ์ดเพื่อช่วยให้ธนาคารสมาชิกของวีซ่าสามารถพัฒนาการให้บริการลูกค้าได้อย่างน่าพอใจ” Visa Smart เสนอผลิตภัณฑ์และบริการหลายรูปแบบให้แก่ธนาคารสมาชิก ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนทางใหม่ในการใช้งานด้านชิปการ์ด และอิเล็คทรอนิคส์ คอมเมอร์ส แผนการพัฒนา Visa Smart ประกอบด้วย - ผลิตภัณฑ์ Visa Smart อาทิ Visa Smart Debit, Visa Smart Credit และ Visa Cash รวมทั้งโครงการเสริมที่สำคัญอื่น ๆ เช่น Loyalty Program ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ธนาคารสมาชิกสามารถผนวกการให้บริการผลิตภัณฑ์ทางด้านชิปการ์ดเข้าด้วยกันได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ - แผนและขั้นตอนการย้ายสู่ระบบใหม่ซึ่งออกแบบให้เป็นไปตามความต้องการของธนาคารสมาชิกแต่ละรายในการใช้เทคโนโลยีใหม่ - การให้บริการครบวงจรซึ่งเป็นระบบสนับสนุนธนาคารสมาชิกในการวางแผน และให้บริการชิปการ์ดในหลายรูปแบบ นอกจากนี้ วีซ่ายังเสนอตัวเลือกในการใช้เทคโนโลยีให้กับธนาคารสมาชิกในหลายรูปแบบ ซึ่งแล้วแต่ว่าจะต้องการใช้แอพพลิเคชั่นประเภทใด ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของธนาคารสมาชิกและลูกค้าซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เทคโนโลยีระบบใหม่ของวีซ่าทำงานบนแพลทฟอร์มระบบเปิด ทำให้ธนาคารสามารถเลือกระบบปฏิบัติงานได้ตามความต้องการ การที่วีซ่านำเทคโนโลยีจาวาระบบเปิดมาใช้ทำให้เกิดความสะดวกต่อธนาคารในการเลือกใช้บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ตามความต้องการ และยังสามารถแปลงบัตรปัจจุบันของลูกค้าเป็นบัตรระบบชิปการ์ดได้โดยไม่ต้องออกบัตรใหม่ มร. อิทิกอน กล่าวว่า “เทคโนโลยีระบบเปิด เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในเครือข่ายการทำงานลักษณะนี้ ซึ่งจะทำให้ธนาคารได้รับประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่ดังเช่นสมาร์ทการ์ดนี้”แผนการร่วมมือกันครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งในโครงการวีซ่า พาร์ทเนอร์ โปรแกรม ซึ่งเริ่มดำเนินงานเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อช่วยเหลือธนาคารสมาชิกในเปลี่ยนเทคโนโลยีการชำระเงินมาสู่ระบบการใช้ชิป มร. อิทิกอน กล่าวว่า“วีซ่า พาร์ทเนอร์ โปรแกรม เป็นหนทางอันเหมาะสมสำหรับธนาคารสมาชิกเพื่อก้าวสู่วิสัยทัศน์ใหม่ในการสร้างบัตรเครดิตให้เป็นบริการที่มีคุณค่ามากขึ้น กล่าวคือ เปรียบเสมือนธนาคารในกระเป๋าสตางค์ของลูกค้า และ Visa Smart เปรียบเสมือนทางด่วนที่จะช่วยให้เราเดินทางไปถึงจุดหมายดังกล่าว” วีซ่า เป็นผู้นำในเทคโนโลยีด้านการชำระเงินระบบใหม่ โดยให้บริการบัตรสมาร์ทการ์ดไปแล้วทั้งสิ้น 21 ล้านใบ นอกจากนี้ ยังให้บริการในเทคโนโลยีระบบชิป และอิเล็คทรอนิคส์ คอมเมอร์สทั้งสิ้นกว่า 70 รายการใน 30 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ วีซ่าเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่เปิดบริการด้านระบบเดบิต เครดิตและระบบสะสมค่าด้วยเทคโนโลยีระบบชิปผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ทเกี่ยวกับวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนลอัตราการเติบโตของประเภทวีซ่า และจำนวนบัตรที่อยู่ในมือผู้บริโภค ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2540 เป็นตัวเลขที่ชี้ให้เห็นรูปแบบการใช้จ่ายเงินของผู้บริโภคซึ่งหันมาให้บัตรเครดิตมากกว่าการใช้เงินสดหรือเช็คส่วนตัว โดยวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ในแถบเอเชีย แปซิฟิคมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 182.9 พันล้านเหรียญสหรัฐในปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวประกอบด้วยยอดขายบัตรจำนวน 130.14 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ตัวเลขมูลค่ารวมดังกล่าวยังรวมไปถึงเงินกองทุนจำนวน 52.78 พันล้านเหรียญในประเทศจีน จำนวนบัตรวีซ่าทั้งหมดในภูมิภาคนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 108 ล้านบัตร เพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา และอัตราการใช้บัตรเพิ่มขึ้น 39 เปอร์เซ็นต์ หรือ 965 ล้านครั้งต่อปี เท่ากับว่าภายใน 1 วินาทีจะมีคนใช้บัตรวีซ่า 30 ครั้ง วีซ่านับเป็นวิธีการชำระเงินที่ดีที่สุด และเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก วีซ่ามีฐานลูกค้ามากที่สุดในโลกโดยมีปริมาณการใช้มากกว่าบัตรระบบอื่น ๆ รวมกัน วีซ่า มุ่งเน้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเพื่อการชำระเงินด้วยระบบทันสมัย ซึ่งเป็นบริการคุณภาพสูงที่มอบให้แก่สถาบันทางการเงินจำนวน 21,000 แห่ง รวมทั้งลูกค้าผู้ถือบัตร และยังสร้างประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจของโลกโดยรวม นอกเหนือจากความเป็นผู้นำในระบบสมาร์ทการ์ดแล้ว วีซ่า ยังเป็นรายแรกที่พัฒนาโครงการ SET Secure Electronic Transaction TM ซึ่งทำให้การซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ทเป็นไปได้อย่างสะดวกและปลอดภัย จำนวนบัตรวีซ่าทั้งสิ้น 618 ล้านใบ นับเป็นมูลค่าทั้งหมด 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ร้านค้าที่รับวีซ่าการ์ดมีจำนวนถึง 14 ล้านแห่งทั่วโลก รวมทั้งผ่านทางเครื่องเอทีเอ็มในเครือวีซ่า โกลบอล เอทีเอ็ม เน็ทเวิร์ค กว่า 380,000 เครื่องทั่วโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าสามารถเปิดชมได้ที่ www.visa.com รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ สุคนธ์ทิพย์ ประหารภาพ โทร 252-9871-7 แฟกซ์ 254-8353--จบ--

ข่าว ธนาคารสมาชิก ล่าสุด