เอช แอนด์ คิว เอเชีย แปซิฟิก นำ เอสวีไอ สู่ยุคใหม่ - newswit
กรุงเทพ--11 มี.ค.--เอเชีย แปซิฟิก อิเลคทรอนิคส์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท เอเชีย แปซิฟิก อิเลคทรอนิคส์ จำกัด หรือ APEC ได้ดำเนินการซื้อหุ้นเกือบร้อยละ 95 ของ บริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ เอสวีไอ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ประกอบแผงวงจรไฟฟ้าในประเทศไทย อันนับเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินและมีเครือข่ายระดับโลก APEC ดำเนินงานโดยมี Asia Pacific Growth Fund II (APGF II) เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน โดยมี H & Q เป็นผู้จัดการกองทุน เข้าประมูลหุ้นของบริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (มหาชน) มูลค่ากว่า 45 ล้านบาท หรือประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่นำออกขายทอดตลาดได้เป็นผลสำเร็จในเดือนธันวาคม พลเอก เทียนชัย สิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ส่งผลดีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง “ผมมองว่าผู้ลงทุนรายใหม่ของเรานอกจากจะช่วยขยายตลาดให้กับเอสวีไอแล้ว จะยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นในเรื่องการดำเนินงานของเราในสายตาของเจ้าหนี้หลัก ๆ และซัพพลายเออร์ให้มากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากภายหลังการเข้าดำเนินงานของผู้ถือหุ้นรายใหม่ บริษัทฯ จะมีการติดต่อสัมพันธ์ในระดับโลก รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะนำทางให้เอสวีไอก้าวสู่ยุคใหม่ เช่นเดียวกับที่เรากำลังมุ่งหน้าสู่ยุค 2000” นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอช แอนด์ คิว (ประเทศไทย) กล่าวแสดงความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ที่มีต่อการดำเนินงานในระยะยาวของบริษัทในประเทศไทย เช่น บริษัท เอสวีไอ ว่า “ธุรกิจหลักของเรา คือ การลงทุนด้านหลักทรัพย์ให้กับลูกค้ารายใหญ่ในประเทศไทย เรามั่นใจในเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว และจะยังคงแสวงหาโอกาสในการลงทุนอย่างต่อเนื่องต่อไป” นายวีรพันธ์ กล่าวต่อไปว่า “เรามีความชื่นชมต่อทั้งบริษัท เอสวีไอ และทีมบริหารของบริษัทฯ ในเรื่องของการสะสมความรู้และประสบการณ์ ในขณะนี้เรากำลังเตรียมพร้อมเพื่อให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัทเอสวีไอ อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในด้านการตลาด การบริหาร และเทคโนโลยี ผ่านเครือข่ายการดำเนินงานของ เอช แอนด์ คิว ทั้งในทวีปเอเชียและประเทศสหรัฐอเมริกา” บริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีพนักงานในประเทศไทยประมาณ 1,200 คน โดยเมื่อพ.ศ. 2540 บริษัทฯ มียอดจำหน่ายคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 506 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะสานต่อความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยมหานคร ต่อไป ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทฯ ทั้งในแง่ของการบริหารงานสมัยใหม่ และเทคโนโลยีทางวิศวกรรม รวมทั้งทรัยพากรบุคคล โดยบัณฑิตที่จบการศึกษาในระดับหัวกระทิจะมีโอกาสได้บรรจุเป็นวิศวกรของบริษัทฯ บริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) แต่งตั้งให้ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน เพื่อช่วยจัดเตรียมแผนฟื้นฟูของบริษัทฯ ต่อไป บริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ. 2528 โดยเป็นหนึ่งในบริษัทแนวหน้าผู้รับประกอบและเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าบนแผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board Assemblies- PCBAs) เพื่อใช้งานในเครื่องไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ต่างๆ โรงงานของบริษัทฯ ประกอบด้วย 2 ส่วนการผลิต คือ ส่วนสำหรับประกอบและเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าบนแผ่นวงจรพิมพ์ และส่วนสำหรับประกอบและเชื่อมต่อแผงวงจรกับเครื่องไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ โดยมีพื้นที่ในส่วนปฎิบัติงานทั้งหมด 4,500 ตารางเมตร บนพื้นที่ 22,000 ตารางเมตร บริษัทฯ สามารถให้บริการด้านการประกอบและเชื่อมต่อแผงวงจรอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าของอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำซิลิคอนลงบนแผ่นวงจรพิมพ์โดยตรง (Chip on Board -COB) เทคโนโลยีการประกอบและเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าของอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำและอุปกรณ์อื่นๆ ลงบนผิวหน้าของแผ่นวงจรพิมพ์ (Surface Mount Technology -SMT) เทคโนโลยีการประกอบและเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าของอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำและอุปกรณ์อื่นๆ ชนิดที่มีขา ผ่านรูบนแผ่นวงจรพิมพ์ (Insertion Mount Technology -IMT) การประกอบและเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าด้วยมือ การทดสอบแผงวงจรอิเลคทรอนิคส์โดยการเลียนแบบสภาวะการใช้งานจริงของวงจรไฟฟ้า (Functional Test -FCT) การทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อเชื่อมในวงจรไฟฟ้าบนแผงวงจรอิเลคทรอนิคส์ (In-Circuit Test -ICT) และการประกอบและเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้ากับเครื่องไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ต่างๆ บริษัทฯ ผลิตแผงวงจรพิมพ์อิเลคทรอนิคส์ให้กับลูกค้าทุกรายด้วยมาตรฐานการผลิตของสถาบันมาตรฐานอุตสาหกรรมในการประกอบและต่อเชื่อมวงจรอิเลคทรอนิคส์ (ก่อตั้งโดยกลุ่มอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ในประเทศสหรัฐอเมริกา) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับใบรับรอง ISO 9002 รับประกันมาตรฐานการผลิต ในปัจจุบัน บริษัทฯ กำลังเติบโตเข้าไปในธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การสื่อสาร อุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์ในการอ่านรหัสและอุปกรณ์ควบคุมทางอุตสาหกรรม บริษัทฯ สามารถผลิตผลงานคุณภาพในราคาที่เหมาะสมกับตลาดให้กับลูกค้า ซึ่งได้แก่ ผู้ผลิตเครื่องไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ที่เป็นเจ้าของต้นแบบผลิตภัณฑ์ (OEM) โดยลูกค้าของบริษัทจะมีอยู่ทั้งในประเทศแถบยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วไปในทวีปเอเชีย บริษัทฯ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยล่าสุดมาใช้รองรับงานในย่านความถี่วิทยุและดิจิตอล และยังมุ่งหวังที่จะพัฒนามาตรฐานทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า บริษัท เอช แอนด์ คิว (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มต้นดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2533 เอชคิวทีเป็นบริษัทในเครือเอช แอนด์ คิว เอเชีย แปซิฟิก ซึ่งดูแลรับผิดชอบธุรกิจด้านการบริหารกองทุนหลักทรัพย์ให้กับลูกค้ารายใหญ่และมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในย่านเอเชียและนักลงทุนระดับภูมิภาคและนานาชาติในระยะยาว บริษัทมีเครือข่ายสำนักงานอันกว้างขวางและทีมงานระดับมืออาชีพปฎิบัติงานครอบคลุม 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย ฮ่องกง จีน ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เอชคิวที ได้รับการจัดตั้งอย่างลงตัว เพื่อการนำเสนอบริการด้านการบริหารการลงทุนและให้คำปรึกษาด้านการเงินแก่นักลงทุนและบริษัทใหม่ๆ ในภาคธุรกิจที่มีการเติบโตสูง ทั้งนี้ทีมงานระดับมืออาชีพของบริษัทได้เข้าไปช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่บริษัทที่ได้รับอนุญาตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผลสำเร็จเป็นจำนวนมาก ด้วยความมุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวในการดำเนินงานร่วมกับบริษัทหลายแห่งที่เอชคิวทีเข้าไปลงทุน เอชคิวทีจึงมีความพร้อมในการช่วยเหลือและให้คำแนะนำการพัฒนาด้านการเงินที่เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งเมื่อบริษัทเติบโตขึ้นหรือได้ครอบครองโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เอช แอนด์ คิว เอเชีย แปซิฟิก มุ่งให้คำแนะนำและบริหารกองทุนหลากหลายประเภท โดยจะมีความเชี่ยวชาญกับงานที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี เฮลท์แคร์ และสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำ ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ฯ ลงทุนในบริษัทราว 16 แห่งจากจำนวนบริษัทด้านการลงทุนที่มีมากกว่า 200 แห่งในประเทศไทย ตัวอย่างของบริษัทดังกล่าว ได้แก่ บริษัทไฮโปร อิเล็คทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทย เคน เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พีเออี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นต้น รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ สุรินทร์ บุณยทรัพยากร พึงจิต แพทย์ศิลป์ โทรศัพท์ : 252-9871-7 แฟกซ์ : 254-8353--จบ--