ปรส. ประกาศขายสินทรัพย์หลักครั้งแรก - newswit

กรุงเทพ--28 เม.ย.--ปรส. องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ประกาศการจำหน่ายสินทรัพย์หลักครั้งแรกของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ 56 แห่ง โดยสินทรัพย์หลักชุดแรกประกอบด้วย สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ จำนวน 295,835 สัญญาจากสถาบันการเงิน 38 แห่งจำนวนยอดลูกหนี้คงค้างมูลค่า 46,000 ล้านบาท การจำหน่ายสินทรัพย์หลักนี้ ปรส. ได้แต่งตั้งให้บริษัท เลแมน บราเดอร์ส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ปรส. ได้แบ่งกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็น 7 กลุ่มอย่างชัดเจน คือแบ่งเป็นกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ กลุ่มใหญ่ ซึ่งมียอดลูกหนี้คงค้างมูลค่าตั้งแต่ 10,000-11,000 ล้านบาท จำนวน 4 กลุ่ม ซึ่งจะเป็นที่สนใจของผู้ลงทุนรายใหญ่ และกลุ่มสินเชื่อกลุ่มเล็กที่มีขนาดยอดลูกหนี้คงค้างมูลค่าประมาณ1,000 ล้านบาท จำนวน 3 กลุ่ม ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ลงทุนรายเล็ก ทั้งนี้ ปรส.เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าประมูลสินเชื่อเช่าซื้อเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือหลายกลุ่มก็ได้ตามต้องการ และผู้ลงทุนรายใหญ่สามารถประมูลสินเชื่อกลุ่มใหญ่ 4 กลุ่มแรกโดยเพิ่มเงื่อนไข ถ้าซื้อไม่ได้ทุกกลุ่มก็ไม่ซื้อเลย” (All or none) ได้ แต่จะต้องระบุมูลค่าเสนอซื้อสินทรัพย์แยกเป็นของแต่ละสถาบันการเงิน ผู้สนใจจะเข้าประมูลสามารถหาข้อมูลโดยการเปิดดูเว็บไซต์ของ ปรส. (www.fra.or.th)เพื่อศึกษาข้อสนเทศการจำหน่ายสินทรัพย์ซึ่งจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินเชื่อเช่าซื้อของแต่ละกลุ่ม ทั้ง 7 กลุ่ม รวมทั้งขั้นตอนแต่ละขั้นของกระบวนการประมูลสินทรัพย์หลัก ได้ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2541 ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องยื่นแบบคำขอรับแฟ้มข้อมูลการจำหน่ายสินทรัพย์ เพื่อแสดงถึงฐานะและสิทธิตามกฎหมายและศักยภาพทางการเงินในการเสนอราคาเพื่อซื้อสินทรัพย์ และขอรับข้อมูลรายละเอียดของสินเชื่อเช่าซื้อแต่ละกลุ่มในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิคส์ พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมในการดำเนินงานจำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่สามารถขอรับคืนได้ ปรส. จะเปิดให้ผู้เข้าประมูลใช้บริการห้องข้อมูลในวันที่ 28 พฤษภาคม 2541 ในห้องข้อมูลจะมีแฟ้มสินเชื่อเช่าซื้อของลูกหนี้จำนวนร้อยละ 10 ของสัญญาทั้งหมด และมีเอกสารข้อมูลอื่นๆ ซึ่ง ปรส. ได้ให้สำนักงานผู้ตรวจสอบบัญชีอิสระเป็นผู้ทำการสุ่มคัดเลือก ปรส. จะพิจารณาถึงคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าศึกษาข้อมูลในห้องข้อมูล โดยผู้เข้าศึกษาข้อมูล จะต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท (สองแสนบาท) ซึ่งจะไม่สามารถขอรับคืนได้ รวมทั้งต้องวางเงินจำนวน 10 ล้านบาท เป็นเงินมัดจำก่อนการเข้าใช้ห้องข้อมูล ปรส. จะปิดการประมูลสินเชื่อเช่าซื้อ ในวันที่ 18 มิถุนายน 2541 ผู้เข้าประมูลต้องยื่นซองเสนอราคาสำหรับสินทรัพย์แต่ละกลุ่ม และวางเงินมัดจำการประมูลเป็นจำนวนร้อยละ 2 ของราคาประมูล ภายในวันดังกล่าว ปรส. จะตัดสินการประมูลโดยเร็วและคาดว่าจะให้ผู้ชนะการประมูลสามารถลงนามในสัญญาซื้อขายภายใน 7 วัน นับแต่วันปิดการประมูล ในเวลาถัดไป ปรส. จะจำหน่ายสินทรัพย์หลักรายการอื่นๆ ต่อไปอีก นอกจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์แล้ว สินทรัพย์หลักของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการทั้ง 56 แห่ง ยังประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อธุรกิจและสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ สินเชื่อธุรกิจหลักทรัพย์ ตั๋วเงินขายลด สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อย ทั้งนี้ ปรส. คาดว่าการจำหน่ายสินทรัพย์จะแล้วเสร็จในปลายปี 2541 นายอมเรศ ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ ปรส. กล่าวว่า "การจำหน่ายสินทรัพย์ครั้งนี้ เป็นการ เริ่มกระบวนการจำหน่ายสินทรัพย์หลักอย่างจริงจัง ซึ่งมูลค่าสินทรัพย์หลักคิดเป็นร้อยละ 90 ของ สินทรัพย์รวมของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการทั้ง 56 แห่ง สินทรัพย์หลักชุดแรกที่ นำมาจำหน่ายนี้ ประกอบด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ส่วนใหญ่ของสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการ เหตุที่ ปรส. จัดจำหน่ายสินเชื่อเช่าซื้อเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีขนาดพอสมควร ไม่ยุ่งยากซับซ้อนในการจัดจำหน่ายและได้รับความสนใจจากตลาด ปรส. จึงได้แบ่งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ออกเป็น 7 กลุ่มตามขนาดต่างๆ เพื่อให้เป็นที่สนใจของผู้เข้าประมูล และเปิดโอกาสให้มีผู้เข้าร่วมประมูลได้หลากหลาย ทั้งจากสถาบันการเงิน ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ทั้งผู้ลงทุนชาวไทยและ ชาวต่างประเทศ" นายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ เลขาธิการ ปรส. กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งหมดที่ ปรส. เสนอขายแสดงให้เห็นว่าหนี้คงค้างโดยเฉลี่ยรายสัญญาจะมีมูลค่าประมาณ 156,000 บาท ทั้งนี้ประมาณร้อยละ 90 ของสินเชื่อดังกล่าวมียอดลูกหนี้คงค้างเป็นจำนวนเงินตั้งแต่0 - 300,000 บาท สำหรับอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักคิดเป็นร้อยละ 9.5 ระยะเวลาครบกำหนดของสัญญาโดยเฉลี่ยเป็น 27 เดือน สัญญาเช่าซื้อรถกะบะมีประมาณร้อยละ 61 ของรถยนต์ทุกประเภทเมื่อเปรียบเทียบกับยอดลูกหนี้คงค้างทั้งหมด สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล คิดเป็นร้อยละ 25 รถบรรทุกขนาดใหญ่ ร้อยละ 6 รถบรรทุกขนาดเล็ก ร้อยละ 4 รถตู้ ร้อยละ 2 และรถประเภทอื่นๆ ร้อยละ 2 หากพิจารณายอดลูกหนี้คงค้างแบ่งตามยี่ห้อของรถยนต์จะพบว่า สัญญาเช่าซื้อรถนิสสันมีจำนวนร้อยละ 23 รถโตโยต้า ร้อยละ 19 รถอีซูซุ ร้อยละ 18 รถมิตซูบิชิ ร้อยละ 16 รถฮอนด้า ร้อยละ 8 รถมาสด้า ร้อยละ 4 รถฮีโน่ ร้อยละ 3 และอื่นๆ เช่น เบนซ์ วอลโว่ โอเปิ้ล ฟอร์ด บีเอ็มดับบลิว ฮุนได และฯลฯ รวมร้อยละ 9” สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะรวมถึงสินเชื่อที่ให้แก่ผู้กู้ยืมทั่วประเทศ โดยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล คิดเป็นร้อยละ 31 เมื่อเปรียบเทียบกับยอดลูกหนี้คงค้างทั้งหมด ภาคกลางร้อยละ 16 ภาคตะวัออก เฉียงเหนือร้อยละ 15 ภาคใต้ร้อยละ 13 ภาคเหนือร้อยละ 9 และภาคตะวันออก ร้อยละ4 และส่วนที่เหลือไม่สามารถระบุได้ เพราะไม่ได้ระบุรหัสไปรษณีย์ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งหมดประกอบด้วยหนี้ทั้งที่ก่อให้เกิดรายได้และไม่ก่อให้เกิดรายได้ จากตัวเลขยอดลูกหนี้คงค้างของเงินให้กู้ยืมทั้งหมด ณ วันที่ 31 มกราคม 2541 พบว่า ลูกหนี้ร้อยละ 32 ไม่มียอดค้างชำระ ร้อยละ12 ค้างชำระ 0-30 วัน ร้อยละ 11 ค้างชำระ 31-60 วัน ร้อยละ 8 ค้างชำระ 61-90 วัน ร้อยละ 6 ค้างชำระ 91-120 วัน ร้อยละ 8 ค้างชำระ 121-180 วัน ร้อยละ 21 ค้างเกินกว่า 180 วัน และส่วนที่เหลือไม่สามารถระบุได้ "จะเห็นว่าขนาดและขอบเขตของกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งมีสัดส่วนใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดของตลาดเช่าซื้อรถยนต์ในประเทศไทย ผู้ลงทุนเฉพาะกลุ่มที่มีแผนการขยายธุรกิจอาจจะได้รับโอกาสที่ไม่คาดคิดมาก่อน คือสามารถเข้ามามีส่วนแบ่งที่สำคัญในตลาดธุรกิจเช่าซื้อและสินเชื่อรายย่อยได้ในทันที" นายวิชรัตน์ กล่าว ปรส. กำลังพิจารณาการจัดทำโรดโชว์ในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2541 โดยจะมีการชี้แจงให้ผู้ลงทุนเฉพาะกลุ่มทราบถึงกระบวนการจำหน่ายสินทรัพย์ทั้งหมด พร้อมกับเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินทรัพย์ครั้งแรกและการเตรียมจำหน่ายสินทรัพย์ครั้งที่สองซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนเดียวกัน ปรส.จะจัดโรดโชว์ที่ศูนย์กลางการเงินสำคัญๆของโลก อาทิเช่น ที่นิวยอร์ค ลอนดอน โตเกียว และฮ่องกง องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ตามพระราชกำหนด การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 เป็นองค์กรอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการกับบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ 58 แห่ง ที่ถูกระงับการดำเนินการตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน และวันที่ 5 สิงหาคม 2540 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ที่สุจริต ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ- ดร. มนตรี เจนวิทย์การ (ปรส.) โทร. 263 3345-9 ต่อ 101 หรือ บริษัท เพรสโก้ แชนด์วิค (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 273 8800 โทรสาร 273 8880--จบ--

ข่าว องค์การเพื่อการปฏิรูประบบ ล่าสุด