ก.แรงงานฯ เตรียมเสนอแจกแจงตัวเลขงบประมาณพัฒนาฝีมือแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ - newswit
กรุงเทพ--20 เม.ย.--กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2541 เวลา 14.00 น. นายผัน จันทรปาน ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เป็นประธานประชุมการพิจารณางบประมาณการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเสนอรายละเอียดความเป็นไป ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานฯ นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้เพราะมิใช่เป็นงบประมาณปกติ ซึ่งสำนักงบประมาณจะเป็นผู้พิจารณาตามมาตรฐานงานของกระทรวงแรงงานฯ แต่เป็นงบประมาณที่เสนอผ่านทางกระทรวงการคลัง จึงต้องชี้แจงรายละเอียดอย่างสมเหตุสมผล นายผัน เปิดเผยว่าการพิจารณางบประมาณการพัฒนาฝีมือแรงงานในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุมร่วมระหว่างนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รมว.แรงงานฯ กับนายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รมว.คลัง เพื่อพิจารณาร่างโครงการพัฒนาแรงงานเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมร่วมกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงแรงงานฯ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2541 ซึ่งมีการพูดถึงการจัดสรรงบประมาณปี 2542 ที่ถือเป็นงบด้านการพัฒนาของกระทรวงแรงงานฯ เพียงแห่งเดียว นอกเหนือจากนี้แล้ว กระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ จะต้องเป็นงบประมาณด้านการบริหารเท่านั้น โดยเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณเน้นการแก้ปัญหาการว่างงาน ซึ่งจะต้องตัดรายจ่ายเกี่ยวกับการก่อสร้างถาวรวัตถุและงบประมาณปี 2542 ดังกล่าวจะมีทั้งสิ้น 8 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ 6,500-10,000 ล้านบาท จะใช้แก้ปัญหาการว่างงาน โดยให้กระทรวงแรงงานฯ เป็นหน่วยงานหลัก นายผัน ชี้แจงว่าการพิจารณางบประมาณนี้จะต้องตั้งเป้าหมายคือ มุ่งพัฒนาคนใน 3 กลุ่ม คือกลุ่มคนว่างงานให้เข้าสู่ระบบงานจำนวน 5 แสนคน ตั้งงบในส่วนนี้ไว้ 5,250 ล้านบาท กลุ่มคนที่มีงานทำอยู่แล้ว 4 แสนคน จะมีการส่งเสริมให้ภาคเอกชนฝึกอบรมและยกระดับฝีมือให้ทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะใน 13 สาขาหลักตามเป้าหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ โดยจะเสนอให้รัฐพิจารณายกเว้นภาษีให้แก่เอกชนเหล่านี้ และกลุ่มสุดท้ายได้แก่กลุ่มแรงงานใหม่เพิ่งจบการศึกษาระดับต่าง ๆ อีกจำนวน 250,000 คน ใช้งบระมาณ 1,250 ล้านบาท นายผัน ปลัดกระทรวงแรงงาน ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อกำหนดเป้าหมายที่จะพัฒนาฝีมือแรงงานใน 3 กลุ่มได้แล้วก็ต้องมีการเตรียมคน โดยอาจคัดเลือกจากจังหวัดต่าง ๆ ขึ้นทะเบียนไว้รับการพิจารณาและป้อนเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว แล้วจึงมาพิจารณางบประมาณว่าจะใช้จ่ายเท่าไร โดยจะคิดรายจ่ายทั้งหมดเป็นรายบุคคล ถ้าค่าหัวแต่ละคนสูงเกินไปก็จะไม่คุ้มกับการลงทุน ทั้งนี้ต้องให้สมเหตุสมผลเพื่อสามารถชี้แจงได้ชัดเจน เนื่องจากเป็นงบประมาณแผ่นดินจำเป็นต้องมีที่มาที่ไปเข้าใจได้ง่าย จำเป็นต้องตกแต่งตัวเลขให้ชัดเจนที่สุดเป็นลักษณะ "ตัวเลขนักบริหาร" นั้นเอง--จบ--