ASIANET: แอมเวย์เอเชียเผยยอดขายสุทธิและผลประกอบการไตรมาส 2 - newswit


ฮ่องกง--8 เม.ย.--พีอาร์นิวสไวร์-เอเชียเน็ท


บริษัทแอมเวย์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ได้รายงานยอดขายสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 28 ก.พ.ปีนี้ อยู่ที่ระดับ 160.7 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 21.7 % จากระดับ 205.2 ล้านดอลล่าร์ในไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา ส่วนในช่วง 6 เดือนซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 28 ก.พ.ปีนี้นั้น ยอดขายสุทธิอยู่ที่ระดับ 329.8 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 23.4 % จากระดับ 430.4 ล้านดอลล่าร์ในปีที่แล้ว ทั้งนี้ ถ้าไม่มีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 3.2 % และลดลง 5.0 % สำหรับช่วงครึ่งปีแรก

รายได้สุทธิสำหรับไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ระดับ 5.5 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 77.6 %จากระดับ 24.7 ล้านดอลล่าร์ในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผลประกอบการต่อหุ้นอยู่ที่ระดับ 0.10 ดอลล่าร์ในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับระดับ 0.41 ดอลล่าร์เมื่อปีที่แล้ว ส่วนรายได้สุทธิสำหรับช่วง 6 เดือนอยู่ที่ระดับ 14.1 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 74.2 % จากระดับ 54.6 ล้านดอลล่าร์ในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และผลประกอบการต่อหุ้นอยู่ที่ระดับ 0.25 ดอลล่าร์เมื่อเทียบกับระดับ 0.91 ดอลล่าร์ในปีที่แล้ว

การร่วงลงมากกว่า 50 % ของรายได้สุทธิในไตรมาสที่ 2 และการร่วงลง45 % ของรายได้สุทธิสำหรับช่วง 6 เดือนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมานั้นเป็นผลมาจากปัจจัยด้านสกุลเงินต่างประเทศได้แก่ ต้นทุนที่สูงขึ้นของการซื้อในรูปสกุลเงินดอลล่าร์, ยอดขายและผลประกอบการที่ลดลง รวมทั้งการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่รับรู้แล้ว

นายสตีฟ แวน แอนเดล ประธานของบริษัทแอมเวย์ เอเชีย แปซิฟิคระบุว่า"ภาวะที่ผกผันของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียได้รุนแรงอย่างหนักในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้และส่งผลกระทบอย่างมากต่อยอดขายและการดำเนินงานของเราในไต้หวันและในแถบประเทศมาเลเซีย-ประเทศไทย โดยเฉพาะในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากการซื้อผลิตภัณฑ์ในรูปสกุลเงินดอลล่าร์ซึ่งส่งผลให้ผลกำไรเบื้องต้นโดยรวมลดลงในไตรมาสที่ 2 ส่วนผลกระทบเชิงลบจากกฏระเบียบในประเทศจีนก็ได้ย่ำแย่ลงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อระดับความเชื่อมั่นของผู้จำหน่าย, ยอดขายและระบบ sponsoring เรามีพันธกรณีที่แข็งแกร่งต่อประเทศจีน รวมทั้งการจัดตั้งการปฏิบัติการทางธุรกิจในระยะยาวในประเทศดังกล่าว และหวังว่าระบบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเราจะช่วยรักษาการสนับสนุนของหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องได้ อย่างไรก็ตาม ยกเว้นประเทศจีนนั้น เรามีความยินดีที่ในแต่ละตลาดอื่นๆของเรา ยอดขายที่เป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบการเงินนี้ โดยแรงซื้อก่อนการขึ้นราคาในมาเลเซีย, ไทยและไต้หวันเป็นปัจจัยหนึ่งที่หนุนยอดขายในรูปสกุลเงินท้องถิ่น"

นายดิค เดวอส ประธานบริษัทเปิดเผยว่า "ในการดำเนินความพยายามเพื่อที่จะช่วยเหลือประเทศมาเลเซียและไทยในระหว่างที่เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น ทางบริษัทมีความยินดีที่จะประกาศว่า บริษัทแอมเวย์ คอร์เปอเรชั่นได้ตกลงที่จะอนุมัติงบสำหรับโครงการด้านการตลาดที่มีเป้าหมายเพื่อการขยายตัวของยอดขายในประเทศเหล่านี้โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีงบการเงินถัดไป โดยความช่วยเหลือที่ได้มีการเจรจากันนั้น มีขึ้นพร้อมกับแผนการขยายตัวในทุกๆตลาดของเรา, เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพันธกรณีของเราต่อผู้จำหน่ายของเรา โดยการจัดการจะยังคงดำเนินไปเพื่อสำรวจโอกาสในท้องถิ่นทั้งในมาเลเซีย-ไทย และออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ รวมทั้งตรวจสอบสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมในทุกๆตลาดของเรา เพื่อตัดสินว่าจะต้องมีการดำเนินการใดๆต่อไปหรือไม่

รายได้สุทธิและรายได้จากการดำเนินงานทั้งในไตรมาสที่ 2 และช่วงครึ่งแรกของปีงบการเงินได้ลดลงในอัตราที่สูงกว่ายอดขาย อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ โดยการอ่อนตัวของสกุลเงินต่างๆเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐในประเทศไทย, มาเลเซียและไต้หวัน ได้เพิ่มต้นทุนการขายสำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปสกุลเงินดอลล่าร์ และลดรายได้สุทธิและผลประกอบการของ 3 ตลาดเหล่านี้ โดยรายได้สุทธิได้รับผลกระทบในเชิงลบ เนื่องจากการรับรู้ยอดขาดทุนในการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศในประเทศไทยและบริษัทแม่ในไตรมาสที่ 2 และในไต้หวันสำหรับช่วงระยะเวลา 6 เดือน

ค่าใช้จ่ายในการจำหน่าย, การขายและการบริหารที่สูงขึ้นในประเทศจีนซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวตามภูมิศาตร์ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วได้ส่งผลให้รายได้สุทธิและผลประกอบการลดลง แต่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ถูกหักล้างในไตรมาสที่ 2 โดยการคืนภาษีบางประเภทในจีนอันเป็นผลมาจากการเจรจากับรัฐบาลและการปรับค่าใช้จ่ายในปีก่อนหน้านี้ แต่การที่ไม่สามารถนำประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีในจีนมาใช้ก็ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อรายได้สุทธิ

ในจีนแผ่นดินใหญ่นั้น ยอดขายสุทธิของบริษัทอยู่ที่ระดับ 74.8 ล้านดอลล่าร์ในไตรมาสที่ 2 ลดลง 24.4 % จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนในระยะเวลา 6 เดือน ยอดขายอยู่ที่ระดับ 144.6 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 25.5 % จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกฏระเบียบที่เข้มงวดของจีนยังคงส่งผลกระทบในทางลบต่อยอดขายและระบบ sponsoring ในช่วงไตรมาสที่ 2 และในช่วง 6 เดือน ส่วนยอดขายในประเทศจีนสำหรับไตรมาสที่ 2 นั้นอยู่ที่ระดับ 30.9 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 41.6 % จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในช่วงระยะ 6 เดือน ยอดขายในจีนอยู่ที่ระดับ 65.2 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 37.0 % จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ส่วนยอดขายในไต้หวันสำหรับไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ระดับ 43.9 ล้านดอลล่าร์ลดลง 4.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่เมื่อคิดในรูปสกุลเงินท้องถิ่น ยอดขายได้เพิ่มขึ้น 14.4 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเข้าซื้ออย่างมากของผู้จำหน่ายก่อนการเพิ่มขึ้นของราคาในวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาในไต้หวัน และนับตั้งแต่เปิดตัวในจีนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันมียอดขายในรูปสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาสแบบปีต่อปี สำหรับระยะเวลา 6 เดือนนั้น ยอดขายในไต้หวันอยู่ที่ระดับ 79.4 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 12.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาและในรูปสกุลเงินท้องถิ่นนั้น ยอดขายอยู่ที่ระดับเดียวกับปีก่อนหน้านี้

ในภูมิภาคมาเลเซีย-ประเทศไทยนั้น ยอดขายสุทธิอยู่ที่ระดับ 51.5 ล้านดอลล่าร์สำหรับช่วงไตรมาส 2 หรือเท่ากับลดลง 30.7 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาและเพิ่มขึ้น 5.9 % ในประเทศไทยจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายในตลาดทั้งสองได้เข้าตักตวงผลประโยชน์จากแรงซื้อก่อนที่จะมีการขึ้นราคาในเดือนก.พ. นอกจากนี้ ยอดขายในมาเลเซียยังได้รับแรงหนุนจากการแนะนำผลิตภัณฑ์ Nutrition and Wellness ใหม่ออกสู่ตลาดและยังเป็นผลจากการประชาสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จของ 5-Ply Wok ด้วย

สำหรับช่วง 6 เดือนนั้น ยอดขายในภูมิภาคมาเลเซีย-ประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 107.5 ล้านดอลล่าร์ ลดลง 34.6 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยการลดลงในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงการร่วงลงของค่าเงินในภูมิภาคเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐทั้งนี้ ยอดขายในรูปของสกุลเงินท้องถิ่นได้เพิ่มขึ้น 12.4 % ในช่วงปีที่ผ่านมาในมาเลเซีย โดยเป็นผลจากแรงซื้อก่อนที่จะมีการขึ้นราคาในเดือนก.พ. และเป็นผลจากความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ Nutrition and Wellness ด้วย ส่วนยอดขายในรูปสกุลเงินท้องถิ่นในไทยนั้นได้ลดลง 9.0 % ในช่วง 6 เดือนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยเป็นผลจากการที่เศรษฐกิจประเทศไทยต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับช่วงไตรมาส 2 นั้น ยอดขายในภูมิภาคออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์อยู่ที่ระดับ 34.4 ล้านดอลล่าร์ เพิ่มขึ้น 7.5 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ยอดขายในช่วง 6 เดือนนั้นอยู่ที่ระดับ 77.7 ล้านดอลล่าร์ เพิ่มขึ้น 8.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ออสเตรเลียมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น 12.7 % สำหรับช่วงไตรมาส 2 และเมื่อคิดในรูปสกุลเงินท้องถิ่นแล้วยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้น 32.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนยอดขายในช่วง 6 เดือนของออสเตรเลียนั้นได้เพิ่มสูงขึ้น 13.2 % และเมื่อคิดในรูปสกุลเงินท้องถิ่นแล้วยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้น 29.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ในนิวซีแลนด์นั้น ยอดขายสำหรับช่วงไตรมาส 2 อยู่ที่ระดับ 5.4 ล้านดอลล่าร์ลดลง 13.7 % แต่เมื่อคิดในรูปสกุลเงินท้องถิ่นแล้วจะพบว่ายอดขายได้เพิ่มขึ้น 3.1 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนยอดขายช่วง 6 เดือนของนิวซีแลนด์นั้นได้ลดลง12.9 % แต่เมื่อคิดในรูปสกุลเงินท้องถิ่นแล้วจะพบว่ายอดขายอยู่ในระดับเดียวกับของปีที่ผ่านมา

การที่ผลประกอบการได้ออกมาในเชิงบวกนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึง sponsoringrate ที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคในช่วง 6 เดือนและสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลัก (core distributor force) ที่เติบโตขึ้น 24 % ในออสเตรเลียในช่วงปีการเงิน 1997 ด้วย นอกจากนี้ ผลประกอบการนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจแคตตาล็อกและของผลิตภัณฑ์ Nutrition and Wellness ในออสเตรเลียด้วยเช่นกัน

กลุ่มผู้จัดจำหน่ายหลัก ซึ่งประกอบด้วยบรรดาผู้จัดจำหน่ายอิสระที่ได้ต่อสัญญาการจัดจำหน่ายภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีขนาดของกลุ่มเพิ่มสูงขึ้นทั้งในช่วงไตรมาส2 และในช่วง 6 เดือน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาในทุก ๆ ตลาด

ระดับ sponsoring ของผู้จัดจำหน่ายใหม่ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาทั้งในภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่และในประเทศไทยทั้งในช่วงไตรมาส2 และในช่วงครึ่งแรกของปีการเงิน ในขณะที่มาเลเซียมีระดับการลดลงเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ภูมิภาคออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ มีระดับดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 6 เดือน แต่ลดลงเล็กน้อยสำหรับช่วงไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สำหรับช่วงไตรมาส 2 นั้น กำไรเบื้องต้นเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ได้ลดลงสู่ระดับ 58.4 % จากระดับ 62.9 % ของปีที่ผ่านมา ส่วนในช่วง 6 เดือนนั้น กำไรเบื้องต้นอยู่ที่ระดับ 59.8 % เทียบกับระดับ 63.3 % ของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ การลดลงของทั้งสองช่วงเวลานี้มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นผลกระทบในทางลบที่สกุลเงินต่างประเทศมีต่อการซื้อสินค้าในรูปสกุลเงินดอลล่าร์จากบริษัทแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และสาเหตุเดียวกันนี้ได้ส่งผลกระทบในทางลบในระดับที่รุนแรงน้อยกว่าต่อกิจการในมาเลเซียและไต้หวันด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบในทางลบของสกุลเงินต่างประเทศจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้นในกำไรเบื้องต้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปีการเงินนี้ เนื่องจากทางบริษัทได้หันมาใช้ระบบตีราคาสต็อกสินค้าแบบ FIFO ในขณะที่ตลาดต่าง ๆ มักเก็บสินค้าไว้ในสต็อกเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเงินจูงใจที่ให้กับผู้จัดจำหน่ายด้วยนั้น ได้เพิ่มสูงขึ้นเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขายสู่ระดับ 50.2 % สำหรับช่วงไตรมาส 2 จากระดับ 45.9 % ของปีที่ผ่านมา ส่วนในช่วง 6 เดือนนั้น ค่าใช้จ่ายนี้ได้ทะยานขึ้นสู่ระดับ 50.7 % จากระดับ 44.8 % ในช่วง 6 เดือนแรกของปีการเงินที่ผ่านมา ทั้งนี้ การเพิ่มสูงขึ้นของทั้งสองช่วงเวลานี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในจีนที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น กลับไม่ได้ถูกดูดซับไปเพราะว่ายอดขายในตลาดจีนได้ลดลง

ค่าใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายได้ลดลงสำหรับช่วงไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยระดับการร่วงลงของค่าใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายในทุกตลาดยกเว้นตลาดจีนเมื่อแปลงเป็นรูปสกุลเงินดอลล่าร์แล้วนั้น สามารถชดเชยกับระดับการเพิ่มขึ้นสุทธิของค่าใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายในจีนได้ ซึ่งการที่ค่าใช้จ่ายด้านนี้ในจีนได้ไต่สูงขึ้นนั้นเป็นเพราะตลาดจีนได้ขยายออกไปในทางภูมิศาสตร์ในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ส่วนในช่วง 6 เดือนนั้นค่าใช้จ่ายด้านการจัดจำหน่ายได้เพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นในจีนและเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากโครงการ fulfillment ทางตรงในออสเตรเลียด้วย

ค่าใช้จ่ายด้านการขายและการบริหารกิจการได้ลดลงทั้งสำหรับช่วงไตรมาส 2 และสำหรับช่วง 6 เดือนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักมาจากการได้รับเงินชดเชยภาษีบางประเภทจากจีนหลังจากการเจรจาต่อรองกับทางรัฐบาลและเป็นผลจากการปรับตัวเลขค่าใช้จ่ายของปีก่อนหน้านี้ด้วย นอกจากนี้ การร่วงลงของ ค่าใช้จ่ายด้านการขายและการบริหารกิจการเมื่อแปลงเป็นรูปสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐแล้วในทุก ๆ ตลาด ก็มีส่วนทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงด้วยเช่นกัน

สำหรับช่วงไตรมาส 2 นั้น ภูมิภาคมาเลเซีย-ประเทศไทย ไม่สามารถทำรายได้จากการดำเนินงานได้ถึงครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งบริษัทอีกต่อไป ถึงแม้ภูมิภาคนี้เคยทำได้เช่นนั้นในอดีตที่ผ่านมาก็ตาม ทั้งนี้ สาเหตุหลักนั้นมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากในประเทศไทยและแรงกดดันต่อกำไรเบื้องต้นในตลาดประเทศไทย ซึ่งเมื่อรวมกับผลประกอบการที่ลดลงเพราะได้รับผลกระทบในทางลบจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินแล้ว ก็ได้ส่งผลให้อัตรากำไรเบื้องต้นสำหรับตลาดประเทศไทยต้องลดต่ำลงอย่างมาก ทั้งนี้ หากนำช่วงไตรมาส 2 มาเปรียบเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปีการเงินนี้แล้ว จะพบว่าสกุลเงินบาทของไทยมีค่าร่วงลงไปอีก 7.7 % ในขณะที่สกุลเงินมาเลเซียมีค่าร่วงลงไปอีก 4.5 % เมื่อเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ และหากพิจารณาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวิกฤตการณ์สกุลเงินเอเชียในเดือนมิ.ย.ปีที่ผ่านมาแล้ว จะพบว่าสกุลเงินบาทของไทยมีค่าร่วงลงราว 40 % และสกุลเงินริงกิตมาเลเซียมีค่าร่วงลงกว่า 30 % เมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งนี้ สำหรับช่วง 6 เดือนนั้น ภูมิภาคมาเลเซีย-ประเทศไทยยังคงทำรายได้จากการดำเนินงานได้ถึงครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งบริษัท อย่างไรก็ดี สาเหตุหลักนั้นเป็นเพราะระดับรายได้จากการดำเนินงานโดยรวมได้ลดลง ซึ่งรวมถึงยอดขาดทุนสุทธิในจีนด้วย

สำหรับช่วงไตรมาส 2 และสำหรับช่วง 6 เดือนนั้น ยอดสุทธิของรายได้อื่น ๆได้ลดลง 5.3 ล้านดอลล่าร์ และ 8.9 ล้านดอลล่าร์ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ รายได้จากดอกเบี้ยได้ลดลงราว 50 % ในช่วงระยะทั้งสองเนื่องจากยอดดุลเงินสดมีระดับต่ำลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการซื้อคืนหุ้นในปีการเงิน 1997 และจากการที่กระแสเงินสดในการดำเนินงานสุทธิมีระดับลดลงในช่วงปีการเงินนี้ด้วย ส่วนยอดขาดทุนจากการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศทั้งจากการขายและไม่ใช่จากการขายนั้นอยู่ที่ระดับ 2.0 ล้านดอลล่าร์สำหรับช่วงไตรมาส 2 และที่ระดับ 3.5 ล้านดอลล่าร์สำหรับช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งได้มีการนำยอดขาดทุนนี้มารวมไว้ในการคำนวณยอดสุทธิของรายได้อื่น ๆ แล้ว

อัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้ในช่วงไตรมาส 2 ได้เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 44.8 % จากระดับ 32.6 % เมื่อปีที่ผ่านมา ส่วนในช่วง 6 เดือนนั้น อัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้ได้เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 42.2 % จากระดับ 32.8 % เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ สำหรับทั้งสองช่วงระยะเวลานั้น การเพิ่มสูงขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนในประเทศจีน ซึ่งทางบริษัทไม่ได้รับผลประโยชน์ทางภาษีแต่อย่างใด เมื่อเทียบกับการที่ทางบริษัทไม่ได้ถูกจัดเก็บภาษีจากรายได้ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ภาษีรายได้สำหรับช่วง 6 เดือนของปีการเงินปัจจุบันนั้น ได้รับประโยชน์จากการขายทอดกิจการบริษัทแอมเวย์ เอเชีย แปซิฟิค เอนเตอร์ไพรซ์ อิงค์ ในเดือนพ.ย.ปีที่ผ่านมา และได้รับประโยชน์จากการที่ภาษี dividend witholding ได้ลดต่ำลงเนื่องจากกำไรสุทธิในบางตลาดได้ลดต่ำลงด้วย

บรรยากาศทางธุรกิจที่ยากลำบากในช่วงครึ่งแรกของปีจะยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของทางบริษัทต่อไป ซึ่งส่งผลให้ทางบริษัทคาดว่ายอดขายสุทธิและรายได้สุทธิจะยังคงลดลงสำหรับงบดุลปีการเงินนี้ ทั้งนี้ ในทางโครงสร้างนั้น ทางบริษัทคาดว่ายอดขายสุทธิและรายได้สุทธิจะลดลงในอัตราที่ชะลอตัวลงในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้เนื่องจากบรรยากาศทางธุรกิจน่าจะเอื้ออำนวยกว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ทางบริษัทได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์สกุลเงินเอเชียและจากความเปลี่ยนแปลงบางประการในจีนเช่นการทบทวนนโยบายส่งคืน และการขยายตลาดออกไปในทางภูมิศาสตร์อย่างรวดเร็ว

ในประเทศจีนนั้น รัฐบาลได้เพิ่มแรงกดดันต่อธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจขายตรงในทุก ๆ ประเภท ทั้งนี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์ในทางลบอย่างมากมายเกี่ยวกับการขายตรงและมีการก่อความไม่สงบทางสังคมขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากการประชาสัมพันธ์ในทางลบนี้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า ทางรัฐบาลจีนอาจเสนอให้มีการเปลี่ยนจากธุรกิจขายตรงมาเป็นธุรกิจขายปลีกในห้างแทน ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ได้สร้างบรรยากาศแห่งความไม่แน่นอนให้กับบรรดาผู้จัดจำหน่าย และส่งผลกระทบในทางลบอย่างต่อเนื่องต่อยอดขายและ sponsoring ด้วย

ซึ่งตราบใดที่สถานการณ์นี้ยังไม่คลี่คลาย ทางบริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานในจีนจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำต่อไป

ในไต้หวันนั้น ทางบริษัทคาดการณ์ในแง่ดีว่า กำหนดการแนะนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดและแผนการขยายขนาดกิจการอย่างเฉพาะเจาะจงจะส่งผลให้ยอดขายในรูปสกุลเงินท้องถิ่นเติบโตขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีการเงินนี้ อย่างไรก็ดี ทางบริษัทคาดว่ายอดขายในรูปสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐและรายได้สุทธิจะได้รับผลกระทบในทางลบจากการที่ค่าดอลล่าร์ไต้หวันได้ปรับลดต่ำลงและจากค่าใช้จ่ายของแผนการขยายขนาดด้วย

ในภูมิภาคมาเลเซีย-ไทยนั้น ทางบริษัทคาดว่ายอดขายสุทธิสำหรับช่วงที่เหลือของปีงบการเงินนี้จะลดลงเป็นตัวเลข 2 หลักในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งในขณะที่ทางบริษัทหวังว่า อัตราการลดลงของยอดขายสกุลเงินบาทในไทย ได้ชะลอลง และการขยายตัวของยอดขายสกุลเงินริงกิตจะดำเนินต่อไปในมาเลเซีย ก็คาดว่ามูลค่าที่ลดลงของสกุลเงินดังกล่าวซึ่งในปัจจุบันอยู่ในระดับทรงตัว จะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อมูลค่าการขายที่แปลงออกมา และจะทำให้ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากบริษัทแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่นเพิ่มขึ้นด้วย

ในภูมิภาคออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์นั้น คาดว่าจะมีผลในแง่บวกต่อไปจากแผนที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นผู้จัดจัดหน่าย โดยทางบริษัทคาดว่า การสนับสนุนและแรงผลักดันของผู้จัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งก็จะนำไปสู่ยอดขายสกุลเงินภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีงบการเงินนี้

สำหรับในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบการเงิน 1998 ทางบริษัทคาดว่ายอดขายและรายได้สุทธิจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำลงต่อไปดังเช่นที่ปรากฎในช่วงครึ่งแรกของปีงบการเงินนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคาดว่ามาร์จิ้นจะได้รับผลกระทบในแง่ลบ เนื่องจากภูมิภาคมาเลเซีย-ประเทศไทยตามประวัติที่ผ่านมานั้น เป็นภูมิภาคที่ทำกำไรให้กับทางบริษัทได้มากที่สุด และเนื่องจากทางบริษัทไม่สามารถดูดซับได้อย่างเต็มที่สำหรับโครงสร้างต้นทุนของจีนในระดับยอดขายปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถได้รับผลประโยชน์ใดจากการลดหย่อนภาษีของแอมเวย์ ไชน่า โดยคาดว่าอัตราภาษีจะยังคงสูงกว่าในปีงบการเงิน 1997 เนื่องจากทางบริษัทไม่สามารถได้รับประโยชน์ด้านภาษีจากการขาดทุนสุทธิของจีน

ผลประกอบการสำหรับครึ่งหลังของปีงบการเงิน 1998 ส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในจีน และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนทางการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจัยทั้ง 2 นี้อยู่เหนือการควบคุมของทางบริษัท โดยทางบริษัทหวังว่า สภาพแวดล้อมที่เป็นผลเสียต่อการขายตรงในจีน จะคลี่คลายไปในทางที่ดีในระยะอันใกล้ ซึ่งก็จะทำให้ผู้จัดจำหน่ายมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในโอกาสทางธุรกิจของแอมเวย์ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็อาจจะส่งผลให้ระดับของยอดขายและการให้การสนับสนุนอยู่ในระดับที่ปรกติมากขึ้น

คาดว่าจำนวนเงินที่มีอยู่นั้นจะลดลงในช่วงที่เหลือของปีงบการเงิน 1998 อันเป็นผลจากแผนการใช้จ่ายเงินทุนในจีน และดุลบัญชีที่ลดลงในมาเลเซีย, ไทย และไต้หวัน ที่ซึ่งการลดลงของค่าเงินภายในประเทศได้ทำให้ดุลเงินสดที่แปลงออกมาในตลาดเหล่านั้นลดลง โดยคาดว่าการใช้จ่ายเงินทุนในปีงบการเงิน 1998 จะอยู่ที่ระดับ 49 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งรวมถึง 42 ล้านดอลล่าร์สำหรับการขยายกิจการในจีน ซึ่งทางบริษัทยังคงเชื่อว่า การลงทุนในการขยายกิจการในจีน จะเป็นประโยชน์ต่อแนวโน้มการขยายงานในระยะยาว โดยทางบริษัทจะดำเนินการต่อไปในแผนการสร้างโรงงานผลิตแห่งหนึ่งในจีน ซึ่งจะตั้งอยู่ใกล้เซี่ยงไฮ้ โดยทางบริษัทกำลังรอการอนุมัติบางประการจากรัฐบาลในเรื่องเกี่ยวกับผลผลิตของโรงงานนี้ภายใต้กฎหมายการจำหน่ายตรงก่อนที่จะนำเงินมาสนับสนุนการร่วมทุนนี้

ทางบริษัทเชื่อว่า เงินสดที่มีอยู่ และทุนที่ได้จากภายในประเทศจะเพียงพอในการรองรับค่าใช้จ่ายที่คาดไว้ในปัจจุบัน, พันธสัญญาด้านวัสดุ, ทุนการดำเนินงาน และความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินทุน โดยบริษัทแม่ได้รับเงินสดหมุนเวียนส่วนใหญ่ผ่านทางส่วนแบ่งที่ได้จากบริษัทในเครือ แต่คาดว่าการปรับตัวลงของผลการดำเนินงานในตลาดสำคัญหลายแห่ง และความจำเป็นของแอมเวย์ ไชน่าในการรักษาระดับเงินสดที่มีอยู่สำหรับแผนความต้องการเงินสด จะจำกัดปริมาณเงินสดที่บริษัทแม่จะได้รับในครึ่งหลักของปีงบการเงินนี้ ด้วยเหตุนี้ อาจจะจำเป็นต้องมีการกู้ยืมประเภทระยะสั้นสำหรับบริษัทแม่ในระยะอันใกล้นี้ ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางบริษัทมีหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายแล้ว 56,441,960 หุ้น ซึ่งเป็นจำนวนหุ้นสุทธิที่ซื้อคืนมาในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว ส่งผลให้มีการเปรียบเทียบต่อหุ้นในทางบวกมากขึ้นใน 9 เดือนแรกของปีงบการเงิน 1998

รายละเอียดในข่าวประชาสัมพันธ์นี้ ที่ไม่ใช่ตัวเลขย้อนหลังทางสถิตินั้น เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งรวมถึงความเสี่ยง และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับตลาดของทางบริษัท โดยในประเด็นการดำเนินงานในจีนในปีงบการเงิน 1998 นั้น ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนรวมถึง

(1) ความคืบหน้าด้านกฎระเบียบที่มีความพลิกผันในจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถของทางบริษัทในการดำเนินงานตามแผนการขายและ

(2) ความเป็นไปได้ที่จะมีการดำเนินการจากรัฐบาลในจีนซึ่งจะสกัดกั้นความสามารถของทางบริษัทในการรับผลิตภัณฑ์เพื่อขายให้กับผู้จัดจำหน่ายที่ไม่ได้มีการผลิตในโรงงานในกวางโจว ซึ่งรวมถึงความสามารถในการทดสอบตลาดสำหรับชุดผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันบางประเภท หรือความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสำหรับการทำการตลาดทดสอบในจีน

(3) ความสามารถของทางบริษัทในการทำรายได้สุทธิในจีนเพื่อใช้ประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีในตลาดนั้น และเพื่อรักษาระดับการผลิตภายในประเทศที่เพียงพอที่จำเป็นสำหรับการมีคุณสมบัติในการได้รับการลดหย่อนภาษีดังกล่าว และ

(4) ความสามารถของทางบริษัทในการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการขยายการดำเนินงานก่อนหน้านี้ไปยังเมืองต่างๆเพิ่มเติมในจีน

นอกจากนี้ คาดการณ์ล่วงหน้าในที่นี้ยังขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่นๆที่เกี่ยวกับตลาดของทางบริษัท ซึ่งอาจจะทำให้ผลที่ได้แตกต่างออกไปโดยไม่มีข้อจำกัด อาทิ การขยายตัวของความผันผวนทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, การปรับตัวลงต่อไปของค่าเงินบาทและริงกิต, ความผันผวนของค่าเงินในตลาดอื่นๆที่ทางบริษัทดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไต้หวันและออสเตรเลีย และสภาพเศรษฐกิจที่พลิกผันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในประเทศเหล่านั้น, การบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้นในด้านข้อกำหนดของรัฐบาลต่อการนำเข้าหรือการกำหนดราคาเพื่อตอบสนองต่อสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงในมาเลเซียหรือการสร้างข้อกำหนดดังกล่าวในตลาดอื่นๆของทางบริษัท, ปริมาณและอัตราของการพัฒนาในการนำของผู้จัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งขึ้นในไต้หวันโดยกลุ่มผู้นำที่กลับมาจากจีน, ความเป็นไปได้ในความพลิกผันด้านการโฆษณาในตลาดต่างๆของทางบริษัท, ความพลิกผันในด้านกฎระเบียบหรือการดำเนินการของรัฐบาลในตลาดต่างๆของทางบริษัท และความสัมพันธ์ในแง่บวกที่ย่ำแย่ลงของทางบริษัทในด้านการนำผู้จัดจำหน่าย

บริษัทแอมเวย์ เอเชีย แปซิฟิก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวสำหรับบริษัทแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่นในออสเตรเลีย, บรูไน, จีน, มาเก๊า, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ไต้หวัน และไทย โดยทางบริษัทแอมเวย์ เอเชีย แปซิฟิก เป็น 1 ในบริษัทจำหน่ายตรงรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เมื่อพิจารณาถึงยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคของแอมเวย์ที่เสนอผ่านทางผู้จัดจำหน่ายหลัก โดยมีผู้จัดจำหน่ายอิสระประมาณ 667,000 ราย ณ วันที่ 31 ส.ค.ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทางบริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (AAP) และตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย (AMW) --จบ--


--บิสนิวส์แปลและเรียบเรียง-กช,จพ,สจ/กก--

ข่าว สตีฟ แวน แอนเดล ล่าสุด