การเคหะแห่งชาติพิจารณาให้ความช่วยเหลือชาวชุมชนตามข้อเรียกร้อง
กรุงเทพ--19 ต.ค.--การเคหะแห่งชาติ นายพิชัย เศรษฐพานิช รักษาการผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการที่สมาพันธ์ชุมชนแห่งประเทศไทยได้รวบรวมข้อเรียกร้องของชาวชุมชน ขอความช่วยเหลือจากการเคหะแห่งชาติ ในเรื่องการเช่าซื้อโครงการของการเคหะฯ ซึ่งจากการพิจารณาข้อเรียกร้องของชาวชุมชน ปรากฏว่า เป็นสิ่งที่การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการมาโดยตลอด ตามนโยบายหลักในการช่วยเหลือในเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพียงแต่ชาวชุมชนยังไม่เข้าใจในรายละเอียดของความช่วยเหลือ จึงมีการเรียกร้องกันเกิดขึ้น ซึ่งผลการประชุมพิจารณาข้อเรียกร้อง โดย นายวัฒนา อัศวเหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน สรุปได้ดังนี้ 1. ชาวชุมชนที่จะถูกดำเนินคดีทางศาลทางการเคหะแห่งชาติจะระงับไว้ก่อน ขอให้ผู้มีหนี้ค้างชำระหรือผู้ที่ถูกดำเนินคดีมาทำความตกลงกับ กคช. เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือ 2. จะให้พักชำระหนี้เฉพาะคนตกงานและคนยากจนได้ไม่เกิน 3 ปี แล้วเปลี่ยนสัญญาจากเช่าซื้อมาเป็นเช่า โดยคิดอัตราค่าเช่าประมาณ 5% ของราคาขาย 3. การเคหะฯ อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการผ่อนส่งค่างวดออกไปอีกได้ไม่เกิน 30 ปี เพื่อลดภาระค่างวดลง 4. ชาวชุมชนต้องการใช้การเคหะฯ ลดอัตราดอกเบี้ยลงให้ต่ำกว่าร้อยละ 19 ต่อปี โดยปกติ การเคหะฯ คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีอยู่แล้ว 5. ในส่วนของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้มีสิทธิเช่าซื้อที่ดิน การเคหะฯ จะยกเว้นค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิให้ แต่ผู้รับโอนสิทธิจะต้องมีคุณสมบัติตามที่การเคหะฯ กำหนดด้วย 6. ในส่วนของค่าปรับ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าทนายความ สำหรับผู้ตกงานและยากจน การเคหะฯ จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษตามที่เป็นจริง 7. ชาวชุมชนที่เช่าแฟลตของการเคหะฯ ถ้าไม่สามารถจ่ายค่าเช่าในอัตราที่การเคหะฯ กำหนด สำหรับผู้ตกงานและยากจน ทางการเคหะฯ จะพิจารณาหาอาคารเช่าที่ผู้เช่ามีความสามารถในการจ่ายค่าเช่า โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายๆ ไป 8. การชำระค่าเช่าซื้อที่ดินส่วนเกิน ทางการเคหะฯ ให้ชาวชุมชนผ่อนชำระได้เป็นงวดๆ หรือจะผ่อนชำระภายหลังจากชำระค่าเช่าซื้อปกติหมดแล้วก็ได้ โดยการเคหะฯ จะคิดดอกเบี้ยตามสัญญาที่กำหนดไว้แต่ไม่เกิน 15% 9. การช่วยเหลือผู้ตกงานหรือผู้อยู่อาศัยให้มีงานทำ การเคหะฯ จะจัดให้มีการฝึกอาชีพ แนะนำช่วยเหลือตลอดจนการจัดหาสถานที่ประกอบการค้า หรือตลาดรองรับให้ตามความเหมาะสม โดยจะประสานกับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ความช่วยเหลือ การเคหะแห่งชาติ ขอให้ชาวชุมชนที่ประสบปัญหาเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัยและปัญหาต่างๆ ดังกล่าว ให้ติดต่อได้ที่สำนักงานเคหะชุมชนที่ดูแลโครงการนั้นๆ โดยเฉพาะความช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องต่างๆ ของสมาพันธ์ ให้ติดต่อได้ที่สำนักงานดูแลชุมชน ภายในเดือนธันวาคม 2541 โดยไม่เยค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น--จบ--