โครงการ AT&T Virtual Classroom 1998 เปิดห้องเรียนไร้พรมแดนสำหรับนักเรียนไซเบอร์สเปซ - newswit
กรุงเทพ--19 ต.ค.--เอทีแอนด์ที เอทีแอนด์ที จัดโครงการแข่งขันออกแบบเว็บไซต์ AT&T Virtual Classroom Contets 98 เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2541 เป็นต้นไป โดยให้นักเรียนกว่า 3,000 คนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย และนักเรียนกว่า 7,500 คนจากทั่วโลกได้เรียนรู้ครบหลัก 3 R ได้แก่ Reading, Writing และ RAM โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ 300 แห่งจาก 38 ประเทศทั่วโลกได้เพิ่มพูนทักษะด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ด้วยเข้าร่วมทีมกับนักเรียนชาติต่างๆ ทั้งในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาเพื่อแข่งขันออกแบบเว็บไซต์ การแข่งขันในครั้งนี้ มีนักเรียนจากประเทศไทยเข้าร่วมด้วย 3 โรงเรียน โดยให้นักเรียนต่ออินเตอร์เน็ต เข้าสู้ห้องเรียนเสมือนจริงเพื่อทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่มาจากสถานที่แตกต่างกัน ทั้งจากโรงเรียน วิลนิอุส ในประเทศลิธัวเนีย และโรงเรียนพอร์ต โดเวอร์ ในประเทศแคนาดา แทนการจับปากกา ดินสอขีดเขียนงานอย่างที่เราคุ้นเคยกันในชีวิตหลังรั้วโรงเรียน “ดิฉันรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสจัดทำโครงการ AT&T Virtual Classroom ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3 แล้ว" โจแอน แพ็ททริค เอ็สเซ็ล ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของเอที แอนด์ ที เอเชีย-แปซิฟิก กล่าว และเสริมว่า "สำหรับในปีนี้เราได้ขยายโครงการและมีกิจกรรมเพิ่มขึ้นอีก 2 ประเภท เพื่อที่นักเรียนทุกคนจากทั่วโลกจะเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยเสริมสร้างให้นักเรียนได้มีประสบการณ์อันมีค่าในการใช้เทคโนโลยีทางอินเตอร์เน็ตโดยตรง" ในปีนี้มีโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 300 โรงเรียนจาก 38 ประเทศทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นทีมที่ประกอบด้วยนักเรียนจากโรงเรียนชาติต่าง ๆ ถึง 100 ทีม แต่ละทีมจะประกอบด้วยโรงเรียน 3 แห่งที่มาจากต่างประเทศและมักจะมาจากคนละทวีป ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างกันนักพัน ๆ ไมล์ แต่ในฐานะที่พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนแบบเสมือนจริง (virtual classmates) พวกเขาก็สามารถช่วยกันทำงานออกแบบเว็บไซต์ของพวกเขาได้ตลอดระยะเวลา 5 เดือนนับจากนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2542 อาจารย์ลออ เพิ่มสมบัติ หัวหน้างานอินเตอร์เน็ต รองหัวหน้าหมวดคอมพิวเตอร์ โรงเรียนบดินทร-เดชา (สิงห์ สิงหะเสนี) กล่าวว่า “ผมรู้สึกชอบโครงการนี้มาก เพราะว่าลูกศิษย์ของผมจะได้เรียนรู้การใช้อินเตอร์เน็ต เพื่อค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้วยตัวของพวกเขาเอง และยังได้ร่วมฝึกฝนการทำงานเป็นทีม โครงการนี้ยังช่วยให้นักเรียนได้มีโอกาสฝึกฝนและพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษ การปรับปรุงวิธีการสื่อสาร และเรียนรู้วัฒนธรรมของชาติอื่น ซึ่งพวกเขาจะได้ซึมซับประสบการณ์เหล่านี้จากเพื่อนๆ ผ่านทางไซเบอร์สเปซ นอกเหนือจากที่ได้เรียนรู้จากครูบาอาจารย์" ทั้งนี้ เอที แอนด์ ที ยังได้จัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบเสมือนจริงให้กับทุกทีม เช่น ห้องสนทนาส่วนตัว (private chat) และเว็บเซิร์ฟเวอร์เฉพาะสำหรับรองรับเว็บไซต์ของทีมนักเรียน โดยนักเรียนจะต้องวางแผน ออกแบบ และสร้างเว็บเพจโดยใช้ภาษา HTML (Hyper Text Mark-up Language) และเผยแพร่เว็บไซต์ผ่าน FTP (File Transfer Protocol) นอกจากนี้ยังได้รับความสนับสนุนจาก Adobe White Pine และ 3Com บริจาคซอฟต์แวร์ฟรีสำหรับเขียนเว็บเพจ ซอฟต์แวร์สนทนาผ่านวิดีโอ และกล้องวิดีโอโฟน ซึ่งจะจัดตามคำร้องขอของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ) เอที แอนด์ ที ยังได้ให้สมาชิกต่ออินเตอร์เน็ตกับโรงเรียนต่างๆในประเทศออสเตรเลีย, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และเกาหลี และยังมีโต๊ะบริการ (helpdesk) คอยให้ความช่วยเหลือด้วยภาษาอังกฤษ จีนกวางตุ้ง ญี่ปุ่น และเกาหลีตลอดช่วงระยะเวลาการแข่งขัน โครงการ AT&T Virtual Classroom 1998 เริ่มเปิดตัวขึ้นไม่นานภายหลังจากที่สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งประเทศไทยประกาศวางเป้าหมายโครงการ SchoolNet เพื่อเชื่อมโยงโรงเรียนของภาครัฐจำนวน 5,000 โรงเรียนเข้าด้วยกันทั่วประเทศผ่านทางอินเตอร์เน็ตภายในปี 2543 ซึ่งในขณะนี้มีโรงเรียนที่ได้รับการเชื่อมโยงเสร็จแล้วจำนวน 2,000 โรงเรียน นายจำรัส เจนวาณิชย์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท เอที แอนด์ ที กล่าวว่า "ทักษะความรู้ความสามารถในการใช้งานอินเตอร์เน็ตจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 โครงการห้องเรียนเสมือนจริงของเอที แอนด์ ที จะช่วยให้ทักษะความรู้ด้านอินเตอร์เน็ตแก่นักเรียนเหล่านี้ ซึ่งอาจจะเป็นผู้นำ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญในอาชีพต่างๆในอนาคตข้างหน้า นับเป็นโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนไทยที่จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีและเรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของยุคโลกาภิวัฒน์ได้ด้วยตนเอง" ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินเว็บไซต์จะตัดสินโดยพิจารณาจากเนื้อหา การนำเสนอ และความสามัคคีในการทำงาน โดยจะแบ่งการพิจารณาแยกกันสำหรับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สำหรับทีมผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่เกียรติยศและรางวัลต่าง ๆ อาทิ โมเด็ม และซอฟต์แวร์จากผู้ให้ความสนับ-สนุน นอกจากนี้ทีมผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัลใหญ่คือ ได้รับเชิญไปร่วมพิธีมอบรางวัลที่ประเทศฮ่องกง ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2542 และยังมีโอกาสพบกับเพื่อนร่วมชั้นในห้อง virtual classroom เป็นครั้งแรกอีกด้วย โจแอน แพ็ททริค เอ็สเซ็ล กล่าวเสริมว่า "เอที แอนด์ ที มีเจตนารมณ์อย่างแรงกล้าในการจัดทำโปรแกรม Virtual Classroom ขึ้น ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นให้นักเรียนใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ แต่ยังสร้างเสริมโอกาสให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกับนักเรียนต่างชาติที่มีความแตกต่างทั้งด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม การส่งเสริมให้ทักษะและพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จด้านเศรษฐกิจของเอเชียในอนาคต และเอที แอนด์ ที มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นผู้ผลักดันและส่งเสริมเยาวชนของเราให้เป็นผู้นำในอนาคต" ทั้งนี้โครงการ AT&T Virtual Classroom (VC) 1998 ยังได้นำเสนอสองโครงการใหม่ ได้แก่ AT&T VC Clubhouse และ AT&T VC Race Across Time โรงเรียนทุกแห่งสามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้ตลอดเวลา - โครงการ AT&T VC Clubhouse จะมี “โรงเรียนเสมือนจริง” ให้กับโรงเรียนต่างๆ เหมือนกับที่จัดให้ในโครงการประกวดการออกแบบเว็บไซต์ แต่จะลักษณะที่ยืดหยุ่นมากกว่า และไม่มีการแข่งขันเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยแต่ละทีมสามารถเลือกเพื่อนร่วมกลุ่มที่มีอยู่ทั่วโลกได้ตามจำนวนที่ต้องการ และร่วมทำงานในโครงการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตได้ตามระยะเวลาที่มีของกลุ่ม - โครงการ AT&T VC Race Across Time เป็นเกมส์เกี่ยวกับการศึกษาแบบออนไลน์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการใช้อินเตอร์เน็ตของนักเรียน และให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป Powerhouse Museum of Sydney ซึ่งเป็นสถาบันวัฒนธรรมชั้นนำแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลียเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ขึ้นมา สำหรับใช้ในโครงการ AT&T Virtual Classroom ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2541 ผู้ให้ความสนับสนุนหลักของโครงการ AT&T Virtual Classroom 1998 มีดังนี้ Adobe, Newsweek International ผู้ให้ความสนับสนุนด้านสื่ออย่างเป็นทางการ, 3Com, White Pine และ Yahoo! ผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลทางเครือข่ายผ่านไซต์ต่าง ๆ ในเอเชีย (รวมถึง www.yahoo.com.sg) นอกจากนี้ผู้ให้ความสนับสนุนอื่น ๆ ประกอบด้วย เน็ทสเคป และโรงแรมเดอะ พาร์ค เลน ในประเทศฮ่องกง โครงการ AT&T Virtual Classroom จัดขึ้นโดยเอที แอนด์ ที เอเชีย-แปซิฟิค โดยร่วมมือกับ Powerhouse Museum of Sydney และได้รับความสนับสนุนจากมูลนิธิเอที แอนด์ ที นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจาก AT&T Jens, AT&T EasyLink Services Australia, AT&T EasyLink Services Hong Kong และ Samsung SDS. หากผู้สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ AT&T Virtual Classroom สามารถค้นได้ที่ http://www.vc.attjens.co.jp or http://www.ap.att.com/vc/. เอที แอนด์ ที เป็นผู้ให้บริการด้านอินเตอร์เน็ตแก่ลูกค้านับล้าน ๆ คนจากทั่วโลก ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เอที แอนด์ ทีให้บริการอันหลากหลายนับตั้งแต่ ด้านอินเตอร์เน็ต อิเล็กทรอนิกส์วาณิชย์ และ โซลูชั่นด้านการส่งข่าวสารในประเทศออสเตรเลีย, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และมีข้อตกลงรับช่วงให้บริหารกับซัมซุง เอสดีเอส ในประเทศเกาหลีใต้ เอที แอนด์ ที เป็นบริษัทแรกที่วางโครงสร้างระบบอินเตอร์เน็ตหลักในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งในปัจจุบันนี้สามารถเชื่อมโยงประเทศออสเตรเลีย, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น และเกาหลี ผ่านทางเครือข่ายความเร็วสูงไปยังสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทย เอที แอนด์ ที ร่วมมือกับการสื่อสารแห่งประเทศไทย เพื่อให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมคุณภาพสูง อาทิ บริการเช่าสายสัญญาณส่วนบุคคล บริการเวอร์ชวล เน็ทเวิร์ค, บริการเฟรมรีเลย์ การจัดหาโซลูชั่นเครือข่าย บริการโทรฟรีข้ามประเทศ บัตรโทรศัพท์ และเอที แอนด์ ที ไดเร็ค นอกจากนี้เอที แอนด์ ที ยังให้บริการด้านการสื่อสารแบบครบวงจรแก่ลูกค้าภาคธุรกิจ ผู้บริโภค ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม และภาครัฐ เอที แอนด์ ทีเริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างจริงจัง โดยมีสำนักงานใน 12 ประเทศ และมีพนักงานทั้งสิ้น 1,000 คนทั่วภูมิภาค เอที แอนด์ ที ได้ดำเนินการร่วมทุนในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอที แอนด์ ที เอเชีย-แปซิฟิค สามารถค้นได้ที่ http://www.ap.att.com/. สอบถามรายละเอัียดและข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ: พรทิพย์ เลิศเวชกุล คริสตีน่า โจฮันนัส เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ เอที แอนด์ ที พับลิครีเรชั่น - สิงคโปร์ โทร. 254-8353 โทร: 65-390 5374 โทรสาร 252-9871 โทรสาร 65-390 5480 อีเมลล์: [email protected] อีเมลล์ : [email protected] จบ--