กระทรวงแรงงานฯ สั่งรับมืออุทกภัยทั่วทุกภาค
กรุงเทพ--19 ต.ค.--กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ตามที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศในขณะนี้ นายประสงค์ รณะนันทน์ ปลัดกระทรวงแรงงานฯ ได้สั่งการให้กรมประชาสงเคราะห์เตรียมรับมือและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ในทุกสถานการณ์ จากการรายงานของกองสงเคราะห์ผู้ประสบภัย กรมประชาสงเคราะห์ ในช่วงวันที่ 1 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม 2541 ปรากฎว่า มีพื้นที่ในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ได้รับความเสียหายจากการเกิดอุทกภัย โดยในภาคเหนือมีพื้นที่ประสบภัย 2 จังหวัด 15 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 20,301 ครอบครัว 72,681 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ประสบภัย 2 จัวหวัด 9 อำเภอ ราษฎรเดือดร้อน 5,417 ครอบครัว 30,769 คน ภาคกลาง 4 จังหวัด 10 อำเภอ ราษฎรเดือดร้อน 1,965 ครอบครัว 8,870 คน และภาคใต้จำนวน 4 จังหวัด 7 อำเภอ ราษฎรเดือดร้อน 508 ครอบครัว 3,324 คน รวมในขณะนี้ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2541 มีพื้นที่ประสบภัย 12 จังหวัด 41 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 28,191 ครอบครัว 115,644 คน จากสภาพการณ์ดังกล่าว นายประสงค์ รณะนันทน์ ปลัดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ได้สั่งการให้กรมประชาสงเคราะห์เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถลงไปช่วยเหลือได้อย่างฉับพลันทันที โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6-7 ตุลาคมที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าม่วง อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอไทรโยค อำเภอบ่อพลอย และอำเภอพนมทวน เป็นเหตุให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 290 ครอบครัว 1,500 คน ในการนี้ ได้สั่งการให้กรมประชาสงเคราะห์เตรียมพร้อมรับมือแล้ว โดยศูนย์สงเคราะห์ผู้ประสบภัยประจำภาคได้จัดเตรียมรถยนต์บรรทุก เรืออลูมิเนียมท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ ไว้พร้อมที่จะปฎิบัติงานได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอจากจังหวัดในเขตรับผิดชอบ พร้อมทั้งได้จัดเวรยามรับฟังข่าวสารไว้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย สำหรับการช่วยเหลืออย่างกรณีของการเกิดอุทกภัยนี้ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 นายอำเภอและหรือหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอมีอำนาจในการอนุมัติเงินทดรองราชการไปดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในวงเงินเหตุการณ์ละไม่เกิน 5 แสนบาทได้ เช่น ในขณะที่เกิดภัย สามารถช่วยเหลือข้าวสาร อาหารแห้ง ในอัตรา 50 บาทต่อวันต่อคน จัดหาหรือสร้างที่พักชั่วคราวใหักับผู้ประสบภัย ส่วนหลังจากเกิดภัยแล้ว หากผู้ประสบภัยเสียชีวิต จะช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพรายละ 12,000 บาท และถ้าผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้ที่หารายได้เลี้ยงดูครอบครัวด้วยจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีกรายละ 25,000 บาท และหากบ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน จะช่วยเหลือเป็นค่าวัสดุสมทบซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หลังละไม่เกิน 15,000 บาท และกรณีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง จะช่วยเหลือเป็นค่าวัสดุสมทบ ซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยหลังละไม่เกิน 25,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 245-4780--จบ--