อีริคสันรายงานผลประกอบการประจำปี 2541 - newswit

กรุงเทพ--10 ก.พ.--อีริคสัน 2541 เป็นปีแห่งประวัติการณ์ครั้งใหม่ มูลค่าบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีมูลค่าสูงขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ยอดขายเติบโตอย่างมากแต่โทรศัพท์มือถือมีการแข่งขันด้านราคาสูงมาก ยอดขายสุทธิ 184,438 ล้านสวีดิชโครน หรือ 835,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์รายได้ก่อนหักภาษี 18,210 ล้านสวีดิชโครน หรือ 82,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์รายได้ต่อหุ้น 6.66 สวีดิชโครน หรือ 30.17 บาท เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์กำไรต่อหุ้น 2 สวีดิชโครน หรือ 9.06 บาท เพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ยอดขายและยอดสั่งซื้อในปี 2541 ยอดขายสุทธิของอีริคสันเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปี 2540 โดยคิดเป็นมูลค่า 184,438 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 835,504 ล้านบาท ยอดขายสุทธิของ comparable units เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของอีริคสันโดยมียอดขายคิดเป็นร้อยละ 12 ของยอดขายรวมทั้งหมด ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรอังกฤษ บราซิล อิตาลี และสวีเดน ยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกลดลงร้อยละ 3 แม้ว่าตลาดในประเทศจีนจะเติบโตอย่างมากก็ตาม ลาตินอเมริกามียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ขณะที่ยุโรป ตะวันออกกลาง และอาฟริกา มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ส่วนยอดขายในอเมริกาเหนือลดลงร้อยละ 2 ยอดขายสุทธิในระหว่างไตรมาสที่สี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 มากกว่าไตรมาสที่สี่ของปีก่อนสำหรับ comparable units การส่งออกจากสวีเดนมีมูลค่า 110,400 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 500,112 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เป็น 187,415 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 848,990 ล้านบาท และ order backlog ณ สิ้นสุดปีนี้มีมูลค่า 78,990 ล้านสวิดิชโครน หรือประมาณ 357,825 ล้านบาท (หลังการปรับหน่วยงานด้านการขายและสั่งซื้อ) รายได้รายได้ก่อนหักภาษีมีมูลค่า 18,210 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 82,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 หรือ 992 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 4,494 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2540 หากไม่นับกำไรจาการขายสินทรัพย์(net capital gain) มูลค่า 234 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 1,060 ล้านบาทแล้วรายได้ก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 Net capital gain ยังรวมไปถึงรายได้จากการขาย Intracom มูลค่า 658 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 2,981 ล้านบาท ค่าเงินสวีดิชโครนที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2540 สร้างยอดเงินอีกจำนวน 800 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 3,624 ล้านบาท ให้กับรายได้ก่อนหักภาษี รายได้ก่อนหักภาษีในไตรมาสที่สี่ไม่รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์มีมูลค่า 5,971 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 27,049 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15 จากปีก่อน ภาษีต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ต้องเสียภาษี(non-taxable capital gains) และการลดอัตราภาษีในอิตาลี ทำให้ภาษีในปีนี้ลดลงร้อยละ 28.4 ของรายได้ก่อนหักภาษีร้อยละ 30.6 ในปีที่ผ่านมา รายได้ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 คิดเป็นมูลค่า 6.66 สวีดิชโครน หรือคิดเป็น 30.17 บาท รายได้ต่อหุ้นคำนวณโดยวิธีลดลงเต็มที่ (fully diluted) รายได้สุทธิสำหรับปีนี้ได้รับการปรับปรุงด้วยดอกเบี้ยหลังภาษีสำหรับหุ้นกู้แปลงสภาพ และจำนวนหุ้นโดยเฉลี่ยได้รับการปรับปรุงสำหรับหุ้นกู้ที่ออกแล้วแต่ยังไม่แปลงเป็นหุ้นสามัญ สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 อีริคสันมีพนักงานทั้งสิ้น 103,667 คน เพิ่มขึ้น 2,893 คนจากเดือนธันวาคมปีก่อน และจำนวนพนักงานในสวีเดนมีทั้งสิ้น 44,979 คนลดลง 381 คน รายจ่ายรวมสำหรับด้านการวิจัยและพัฒนา การขาย และการบริหารมีมูลค่าทั้งสิ้น 61,057 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 276,588 ล้านบาท ตามเปอร์เซ็นต์ของการขายต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายรวมคิดเป็นร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับร้อยละ 31 เมื่อปี 2540 ค่าใช้จ่ายทางด้านเทคนิคโดยรวมของอีริคสันมีมูลค่า 30,190 ล้านสวีดิชโครนหรือประมาณ 136,760 ล้านบาท เท่ากับร้อยละ 16 ของยอดจำหน่าย จำนวนนี้รวมไปถึงค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนามูลค่า 25,189 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 114,106 ล้านบาทในบัญชีส่วนตัวและสำหรับการสั่งซื้อของ ลูกค้าที่คิดเป็นร้อยละ 14 ของยอดขายสุทธิ ในปี 2541 อีริคสันเพิ่มการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม (WCDMA, GPRS และ EDGE) ผลิตภัณฑ์ด้านอินเตอร์เน็ท และโทรศัพท์มือถือ จำนวนแอพพลิเคชั่นส์ต่าง ๆ ที่อีริคสันจดทะเบียนสิทธิบัตรอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมาคือประมาณ 1,200 ฉบับ กำไรจากการดำเนินงานคิดเป็น 19,273 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 87,307 ล้านบาท โดยมีธุรกิจด้านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรศัพท์มือถือและเครื่องลูกข่ายเป็นตัวสร้างรายได้หลัก กำไรจากการดำเนินงานลดลงเพียงเล็กน้อยจากร้อยละ 11 เป็นร้อยละ 10 เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาและส่วนผสมผลิตภัณฑ์ (product mix)ในโทรศัพท์มือถือ ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น การสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรด้านการขายและกิจกรรมด้านการส่งเสริมตราผลิตภัณฑ์ในโครงการด้านโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นและการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ของระบบสนับสนุนธุรกิจและการปรับโครงสร้างขั้นตอนการทำงาน Financial net ของอีริคสันมีมูลค่า -237 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 1,074 ล้านบาท เนื่องจากรายรับจากดอกเบี้ยที่ลดลงอันเกี่ยวเนื่องกับเงินสดที่ลดลงและค่าใช้จ่ายกับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการกู้ยืมมากขึ้น การลงทุน การเงิน และกระแสเงินสดในปี 2541 กระแสเงินสดก่อนกิจกรรมทางการเงินต่าง ๆ มีมูลค่า -9,825 ล้านสวีดิชโครนหรือประมาณ 44,507 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่า 7,746 ล้านสวีดิชโครนหรือประมาณ 35,089 ล้านบาทในปี 2540 จำนวนนี้รวมไปถึงมูลค่าของการเข้าซื้อกิจการในเชิงกลยุทธ์กว่า 10,000 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 45,300 ล้านบาท หากไม่รวมการเข้าซื้อกิจการเหล่านี้ กระแสเงินสดค่อนข้างเป็นบวกแม้ว่าจะมีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 5,700 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 25,821 ล้านบาท อัตราของ capital turnover ลดลงจาก 2.4 เท่าเป็น 2.1 เท่าอันเป็นผลต่อเนื่องจากการลงทุนและการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกค้า สินค้าคงคลังเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นร้อยละ 15 ของยอดขาย การจัดหาโดยรวมเพิ่มขึ้นบ้างในระหว่างปี เงินสำรองอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากเงินบำนาญ เงินสำรอง และสินค้าคงเหลือมีมูลค่า 11,840 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 53,635 ล้านบาท ณ สิ้นสุดของปี เกี่ยวเนื่องกับการรับประกันความเสี่ยงที่เกี่ยวกับสินเชื่อที่ให้แก่ลูกค้า และการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีและตลาดต่าง ๆ รวมทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร การลงทุนต่าง ๆ ของอีริคสันในสินทรัพย์ที่มีตัวตน รวมทั้งการสร้างอาคารในลอนดอนมีมูลค่า 8,965 ล้านสวีดิชโครนหรือประมาณ 40,612 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นการลงทุนด้านอาคารในสวีเดนจำนวน 3,389 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 15,352 ล้านบาท การลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน มีมูลค่า 6,013 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 27,239 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็น goodwill จำนวน 5,913 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 26,786 ล้านบาท อัตราส่วนหุ้นมีมูลค่าร้อยละ 38.9 หรือประมาณ 176.2 ด้านธุรกิจต่าง ๆระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงแสดงอัตราการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและรักษาสถานะในฐานะซัพพลายเออร์ทางด้านระบบชั้นนำไปอย่างชัดเจน การเติบโตในจำนวนผู้ใช้มือถือยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามมาตรฐานโลกของอีริคสันได้รับการนำไปใช้เกือบร้อยละ 95 ของจำนวน ผู้ใช้รวมทั่วโลก ระบบ GSM รักษาสถานะการเป็นมาตรฐานที่ได้รับการนำไปใช้อย่างกว้างขวางที่สุดไว้อย่างแข็งแกร่ง ยอดขายสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นและเป็นส่วนสำคัญของรายได้รวมทั้งหมดของอีริคสัน ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 ยอดขายสุทธิของระบบสื่อสารสารสนเทศยังคงรักษาระดับเดิมไว้เช่นเดียวกับปีที่แล้วแม้ว่าจะมีการพัฒนาน้อยมากในตลาดที่แน่นอนอย่างเอเชียและลาติน อเมริกา ปัญหาด้านการส่งมอบระบบชุมสาย AXE ที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่อย่างไรก็ตามส่งผลกระทบต่อยอดขายในธุรกิจด้านนี้ระหว่างช่วงครึ่งปีหน้าของปี 2541 ยอดสั่งซื้อลดลงร้อยละ 14 โดยส่วนใหญ่มาจากตลาดต่างๆ ในลาติน อเมริกา และเอเชีย และการก่อสร้างโครงข่ายธุรกิจในอิตาลี รายรับสำหรับธุรกิจด้านนี้ยังคงไม่เป็นที่น่าพึงพอใจอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากยอดขายที่ลดลง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สำหรับสมรรถนะส่วนเกินในการก่อสร้างโครงข่ายบริษํท Cosir การสูญเสียต้นทุนและโปรแกรมการปรับโครงสร้างในส่วนธุรกิจด้านโครงข่ายสาธารณะ สำหรับการเติบโตด้านการขยายของโทรศัพท์มือถือและเครื่องลูกข่ายลดลงร้อยละ 7 การแข่งขันด้านราคายังคงมีต่อเนื่องและส่งผลทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ของอีริคสันลดลงร้อยละ 30 ต่อปี ลูกค้าสนใจในบริการจ่ายล่วงหน้าส่งผลให้เกิดความต้องการมือถือระดับผู้เริ่มใช้รายใหม่เพิ่มขึ้น การแข่งขันด้านราคาในส่วนนี้ยังคงดำเนินไปอย่างรุนแรง ซึ่งมีอิทธิพลต่อยอดขายในช่วงปีนี้ แนวโน้มนี้เห็นได้อย่างเด่นชัดในยุโรป ธุรกิจด้านนี้แสดงให้เห็นการเติบโตด้านปริมาณเพิ่มเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งโดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ในจำนวนยอดขายโทรศัพท์ ส่วนแบ่งตลาดของอีริคสันยังคงรักษาไว้ได้เป็นอย่างดี กำไรจากการดำเนินงานแม้ว่าจะลดลงอย่างมากจากปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญของกำไรจากการดำเนินงานรวมของอีริคสัน การดำเนินงานอื่น ๆ (รวมถึงระบบพลังงาน ชิ้นส่วนประกอบ เคเบิ้ล และอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์สำหรับด้านยุทธศาสตร์) ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 และสร้างผลกำไรอย่างน่าพึงพอใจ ยอดสั่งซื้อลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปี 2541 โดยส่วนใหญ่เนื่องจากปริมาณยอดสั่งซื้อจำนวนมากสำหรับ airborne surveillance radar ให้กับโครงการเครื่องบินทหารของบราซิลและสวีเดิน ชื่อโครงการ Gripen สาระสำคัญในปี 2542 วัตถุประสงค์ระยะยาวของอีริคสันคือเติบโตเร็วกว่าตลาด สำหรับปี 2542 เราคาดว่าการเติบโตด้านยอดขายจะอยู่ในระดับเดียวกับการเติบโตทางตลาดเป็นอย่างน้อยที่สุด ตลาดสำหรับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเพิ่มขึ้นอันมีฐานมาจากการเติบโตด้านสมาชิกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ความสำเร็จของอีริคสันในตลาดนี้ให้พื้นฐานที่ดีสำหรับการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปสู่การพัฒนาของอีริคสันในปี 2542 อีริคสันตั้งใจที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะการเป็น ซัพพลายเออร์ชั้นนำผ่านการลงทุนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีระบบยุคหน้า จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในโทรศัพท์มือถือ อีริคสันจะยังคงลงทุนในเทคโนโลยีด้าน IP และโทรคม/การสื่อสารข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดด้านนี้ที่กำลังเติบโต การเปลี่ยนแปลงของตลาดเหล่านี้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบการพัฒนาความต้องการของลูกค้าอย่างใกล้ชิด คาดว่าปี 2542 จะเป็นปีที่มีการขยายอย่างจำกัดในเศรษฐกิจระดับโลก ตลาดต่าง ๆในเอเชียและลาตินอเมริกาจำเป็นต้องให้ความสนใจเนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเงิน ผลกระทบของการลดค่าเงินบราซิลในเดือนมกราคม 2542 ถูกจำกัดในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทั้งหมดทั้งมวลสำหรับอีริคสันแล้ว รายได้สำหรับ 6 เดือนแรกของปีนี้คาดว่าจะต่ำกว่า 6 เดือนแรกของปี 2541 เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเงินในตลาดจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ข้อเท็จจริงที่ว่าการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือใหม่ ๆ จะส่งผลกระทบต่อรายรับในครึ่งหลังเป็นส่วนใหญ่และ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการปรับโครงสร้างซึ่ง คาดว่าจะยังไม่ส่งผลกระทบทางด้านบวกจนกว่าจะถึงปลายปีหน้า อีริคสันกำลังดำเนินงานที่เกี่ยวข้องการประเด็นด้านปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ปีค.ศ. 2000 ผ่านโครงการ corporate millennium โครงการนี้รวมไปถึง contingency plans วัตถุประสงค์คือเพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าและการดำเนินงานของบริษัทเอง การเตรียมตัว รวมทั้งการตรวจสอบและทดสอบระบบ และการปรับเปลี่ยนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โครงการทบทวนของผู้ค้าและการติดตั้งอุปกรณ back-up power เพิ่มเติมมีกำหนดที่จะเสร็จสิ้นช่วงกลางปี 1999 การเปลี่ยนแปลงสำคัญของอีริคสันระหว่างปี 1998 ในวันที่ 30 มีนาคม มร.สเวน-คริสเตอร์ นีลสัน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร แทนที่ มร.ลาร์ส แรมควิสท์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการ ในช่วงปีนี้ อีริคสันเข้าครอบครองหุ้นส่วนน้อยในบริษัท MET S.A. (ฝรั่งเศส) อีริคสัน โฮลดิ้ง II อิงค์ (สหรัฐอเมริกา) และอีริคสัน เทเลคอมมินิเคโคส เอส.เอ.(บราซิล) และได้เข้าซื้อกิจการบริษัทแอดว๊านซ์ คอมพิวเตอร์ คอมมิวนิเคชั่นส์ อิงค์ (สหรัฐอเมริกา) และได้ร่วมทุนสองโครงการกับซัพพลายเออร์หลักอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม นั่นคือได้ร่วมก่อตั้ง Symbian ที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการ EPOC และ Bluetooth สำหรับการสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุระยะสั้นระห่างคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ การมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงและความรับผิดชอบด้านการบริหารของอีริคสัน SAAB Avioncs ได้รับการเปลี่ยนแปลงตามที่มีการวางแผนไว้เมื่อสิ้นปี ปัจจุบันอีริคสันถือหุ้นส่วนจำนวนร้อยละ 49.9 และขณะนี้บริษัทได้รับการจัดประเภทเป็นบริษัทร่วมในกลุ่มอีริคสันลดการถือหุ้นในบริษัทอินทราคอม เอส.เอ ของกรีก ซึ่งสร้างรายได้จากกำไรจากการขายสินทรัพย์มูลค่า 658 ล้านสวีดิชโครน หรือประมาณ 2,980 ล้านบาท บริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับ Group ในอิตาลีเพื่อจำหน่ายร้อยละ 80 ของหุ้นใน Cosir ในต้นปี 2542 ในเดือนกันยายน อีริคสันตัดสินใจดำเนินการเกี่ยวกับองค์กรใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับสถานะของบริษัทว่าเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญในโลกการสื่อสารโทรคมนาคมใหม่ โดยองค์กรใหม่นี้คาดว่าจะสร้างพลังร่วมอย่างสำคัญขึ้น อีริคสันเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ชั้นนำในโลกการสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่ ด้วยระบบการสื่อสารที่ผสานเทคโนโลยีของการสื่อสารโทรคมนาคมและการสื่อสารข้อมูลเข้ากับความสามารถในการเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นอิสระแก่ผู้ใช้ บริษัทฯ มีพนักงานกว่า 100,000 คนใน 140 ประเทศ อีริคสันทำให้การสื่อสารเป็นเรื่องง่ายสำหรับสำหรับลูกค้าที่เป็นผู้บริหารโครงข่ายและผู้ให้บริการ องค์กรวิสาหกิจ และผู้บริโภคทั่วโลก ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อนายอำนวยศักดิ์ ทูลศิริ รองประธานอาวุโสด้านการตลาดและสื่อสารองค์กรบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัดโทร.299-7111 แฟ๊กซ์ 299-7112 อีเมล์: [email protected] จบ--

ข่าว อำนวยศักดิ์ ทูลศิริ ล่าสุด