ไอเอ็นจี แบริ่งส์ มองว่าปัจจัยพื้นฐานของตลาดในประเทศไทยและภูมิภาคนี้กำลังพัฒนาดีขึ้น - newswit

กรุงเทพ--25 มี.ค.--ไอเอ็นจี แบริ่งส์ บทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มตลาดในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ของ มร. พอล โชตี้ หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การลงทุนประจำภูมิภาคเอเชียของไอเอ็นจี แบริ่งส์ และมร. ปีเตอร์ เร็ดเฮด ผู้อำนวยการหลักทรัพย์ ประจำประเทศไทย สรุปว่า ต้นทุนของเงินทุนที่ต่ำลง ทำให้ตลาดหุ้นในเมืองไทยและในภูมิภาคนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น เนื่องจากตัวแปรสำคัญคือ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนลดลง ขณะเดียวกัน การผ่านร่างพระราชบัญญัติกฎหมายล้มละลายและกฎหมายบังคับจำนองของประเทศไทย รวมถึงความคืบหน้าในการพยายามปฏิรูปในหลายๆ ด้าน ต่างมีส่วนช่วยให้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นอย่างมาก มร. โชตี้ กล่าวว่า “การลดอัตราดอกเบี้ยลง มีผลทำให้การต้นทุนของเงินลงทุนในภูมิภาคนี้ต่ำลง อันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งทำให้หุ้นในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยมีราคาถูกลงอย่างมาก ขณะเดียวกัน แนวโน้มของวงจรสินค้าพืชผลทางการเกษตรทั่วโลก ชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวของหุ้นของผู้ผลิตสินค้าพืชผลทางการเกษตรที่ผ่านสถานการณ์เลวร้ายมาแล้วทั่วภูมิภาคอย่างน้อยก็เป็นการชั่วคราว ปัจจัยเหล่านี้ชี้ให้ภาพรวมที่สดใสของตลาดในภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะประเทศเกาหลีและฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม ในระยะปานกลางถึงระยะยาว ยังต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และการหยุดยั้งภาวะเงินฝืดของญี่ปุ่นด้วย” มร. เร็ดเฮด กล่าวถึงเหตุผลที่มองตลาดเมืองไทยในแง่ดีว่า “จากความสำเร็จในการผ่านร่าง พ.ร.บ.กฎหมายล้มละลายและกฎหมายบังคับจำนองเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเครื่องหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปฏิรูปและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย กระนั้นก็ตาม ตลาดหุ้นอาจยังไม่ขานรับต่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้โดยทันที แต่แน่นอนว่าจะมีผลต่อไปในอนาคต | เรามองเห็นปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจมีการพัฒนาที่ดีขึ้น” มร. เร็ดเฮด คาดว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นอีกครั้งจะทำให้หุ้นในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค และหมวดสาธารณูปโภคของรัฐบาลมีราคาสูงขึ้น เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับหุ้นในหมวดธนาคารนั้น มร. เร็ดเฮด กล่าวว่า “ราคาหุ้นในหมวดธนาคารของประเทศไทยยังสูงอยู่ การเพิ่มทุนของธนาคารต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะสำเร็จ -- และหลายธนาคารดูเหมือนว่าจะต้องพึ่งพาโครงการเงินกองทุนชั้นที่ 1 ของรัฐบาล ในขณะที่ธนาคารที่ถูกรัฐบาลแทรกแซง ก็กำลังมองหาผู้ร่วมทุนชาวต่างประเทศ ดังนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่จะสนใจธนาคารที่เพิ่มทุนได้สำเร็จแล้วมากกว่า” โดยรวมแล้ว มร. เร็ดเฮด หวังจะเห็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยค่อยๆ ทะยานขึ้นไปสู่ระดับ 450 จุดในปลายปีนี้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วและความสำเร็จของการปรับโครงสร้างของบริษัทต่างๆ ด้วย เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานด้านการตลาดเริ่มดีขึ้น ไอเอ็นจี แบริ่งส์ จึงประกาศแผนการดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อรายย่อยในประเทศไทย โดยผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ไอเอ็นจี แบริ่งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับเดลินิวส์ กรุ๊ปส์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2541 นักลงทุนรายย่อยในประเทศ มีประมาณร้อยละ 50 ที่เข้ามาซื้อ-ขายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในแต่ละวัน ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 เป็นนักลงทุนประเภทสถาบัน นายธเนศ ภู่ตระกูล ผู้จัดการสาขาประเทศไทย ของไอเอ็นจี แบริ่งส์ กล่าวว่า “ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ไอเอ็นจี แบริ่งส์ ได้ยกระดับขีดความสามารถในส่วนของงานวิจัย และการจำหน่ายหุ้นให้แก่นักลงทุนสถาบัน แม้ว่า ไอเอ็นจี แบริ่งส์ ไม่ได้เน้นธุรกิจการเป็นตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับผู้ซื้อรายย่อยในประเทศอื่นๆ แต่เราเห็นว่า ควรจะสร้างฐานของนักลงทุนทั้งสองกลุ่มในประเทศไทย เพราะการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ตลาดค้าหุ้นรายย่อย” “การเป็นตัวแทนซื้อขายหุ้นให้รายย่อยนั้น บริษัทเน้นลูกค้ารายย่อยที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีความมั่นใจในความน่าเชื่อถือในอันดับ AA ของไอเอ็นจี แบริ่งส์ และต้องการหาบริการที่มีคุณภาพสูง และบริการเสริมอื่นๆ เช่น งานวิจัย และการบริหารของไอเอ็นจี แบริ่งส์” นายธเนศ กล่าวเสริม หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ นายเอ็ดเวิร์ด เนย์เลอร์ , ไอเอ็นจี แบริ่งส์ คอร์เปอเรท คอมมิวนิเคชั่นส์ ฮ่องกง โทรศัพท์ (852) 2913 8780 / (852) 9038 1440 นายธเนศ ภู่ตระกูล , ไอเอ็นจี แบริ่งส์ ประเทศไทย โทรศัพท์ (66 2) 263 2888 คุณปองปรัชญ์ สุโรจนะเมธากุล , เพรสโก้ แชนด์วิค (ประเทศไทย) จำกัด โทรศัพท์ (66 2) 273 8800 ไอเอ็นจี แบริ่งส์ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจนายหน้าหลักทรัพย์ชั้นนำ ในตลาดหุ้นของประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 4 บริษัทหลักทรัพย์ ไอเอ็นจี แบริ่งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัท อาฟโก้ โฮลดิ้ง จำกัด ของเดลินิวส์ กรุ๊ปส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสื่อรายใหญ่และดำเนินธุรกิจ เครื่องดื่ม รวมทั้งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่มียอดจำหน่ายมากเป็นอันดับสองของไทยด้วย นอกจากนี้ ไอเอ็นจี แบริ่งส์ ยังดำเนินธุรกิจวาณิชธนกิจในประเทศไทย แยกออกจากการดำเนินธุรกรรมวิเทศธนกิจ (BIBF) ปัจจุบัน บริษัทฯ มีพนักงานในประเทศไทย ประมาณ 75 คน ไอเอ็นจี แบริ่งส์ เป็นบริษัทและชื่อการค้าของไอเอ็นจี แบงก์ เอ็น.วี. ดำเนินธุรกิจด้านวาณิชธนกิจและการลงทุนระหว่างประเทศ รวมทั้งการบริหารหลักทรัพย์ (treasury services) การควบกิจการและซื้อกิจการ (M&A) การให้กู้ยืมแก่องค์กรธุรกิจและภาครัฐ การเพิ่มทุนและกำหนดรายได้ประจำ (fixed income and equity origination) การซื้อ-ขายหลักทรัพย์ (trading) และงานวิจัย ไอเอ็นจี แบงก์ เอ็น.วี. เป็นบริษัทหนึ่งในกลุ่มไอเอ็นจี ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในยุโรป --จบ--

ข่าว ธเนศ ภู่ตระกูล ล่าสุด