มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งสู่ ISO 9000: มาตรฐานระบบคุณภาพ

กรุงเทพ--16 ธ.ค.--มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เร่งปรับโครงสร้างการบริหารงาน เตรียมเข้าสู่ระบบ ISO 9000 เพื่อให้การพัฒนาระบบคุณภาพอันเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สู่ความเป็นมาตรฐานสากลระดับนานาชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อินนา รองอธิบดีฝ่ายวางแผนพัฒนาและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า ISO ย่อมาจาก International Organization for Standardization หรือ องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน ISO 9000 เป็นมาตรฐานระบบคุณภาพที่องค์กรทั่วโลกใช้เพื่อพัฒนาและยกระดับการบริหารการดำเนินงานขององค์กร เพื่อสร้างความมั่นใจแก่องค์กรว่าสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการซึ่งเป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ มีคุณภาพสม่ำเสมอและมีความปลอดภัย โดยจัดระบบบริหารเพื่อการประกันคุณภาพ (Quality Assurance) ที่สามารถตรวจสอบได้จากระบบเอกสาร ในส่วนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กองแผนงาน ฝ่ายวางแผนพัฒนาและเทคโนโลยีเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ได้เร่งปรับโครงสร้างการบริหารงานพร้อมทั้งจัดทำแผนการดำเนินงานและระบบเอกสารใหม่ ให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อเตรียมเข้าสู่ระบบ ISO 9000 เนื่องจากเห็นว่าการพัฒนาระบบคุณภาพเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สู่ความเป็นมาตรฐานสากลระดับนานาชาติ แนวคิดที่สำคัญของ ISO 9000 คือการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าหรือผู้รับบริการบนพื้นฐานภารกิจขององค์กร โดยการจัดวางระบบการบริหารเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของระบบงานที่สามารถตรวจสอบได้ โดยผ่านระบบเอกสาร รวมทั้งมีระบบการแก้ไขและป้องกันปัญหาในระบบเป็นอย่างดี เพื่อสนองตอบต่อความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งมีขั้นตอนในการก้าวไปสู่ระบบคุณภาพ 4 ขั้นตอน คือ - การทบทวนสถานภาพกิจการปัจจุบัน โดยศึกษาอนุมาตรฐาน ISO ให้เข้าใจถ่องเท้และศึกษาความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ แล้วผู้บริหารระดับสูงกำหนดเป็นนโยบายพร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงาน - การจัดทำแผนการดำเนินงานและระบบเอกสาร คณะทำงานจัดทำแผนการดำเนินการจัดทำระบบเอกสารให้มีความกระทัดรัดชัดเจน เข้าใจง่ายและสามารถนำไปปฏิบัติได้ และฝึกอบรมให้ความเข้าใจแก่บุคลากรในองค์กร - การนำเอกสารระบบบริหารงานคุณภาพไปปฏิบัติ เป็นการทดสอบการปฏิบัติตามเอกสารที่ได้จัดทำไว้ - การตรวจสอบระบบบริหารงานคุณภาพ ว่าระบบที่จัดทำขึ้นมีความเหมาะสมอย่างไร หากพบข้อบกพร่องต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อความถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ การนำระบบคุณภาพไปปฏิบัติ อาจใช้เวลาโดยเฉลี่ย 6 เดือน ถึง 1 ปีครึ่ง จึงจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารระดับสูงต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง บุคลากรในองค์กรมีจิตสำนึกด้วยคุณภาพและให้ความร่วมมือ มีการติดตามและปรับปรุงแก้ไขระบบบริหารงานคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และมีงบประมาณเพียงพอ องค์กรที่ดำเนินการและใช้ระบบคุณภาพอย่างมีประสิทธืภาพและประสิทธิผลแล้วจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การโดยการจัดทำระบบการดำเนินงานอย่างถูกต้อง ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รับการคุ้มครองด้านคุณภาพสินค้าและบริการได้รับการยอมรับนับถือทั้งประเทศและระดับนานาชาติ รวมถึงได้รับการเผยแพร่ชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศในเอกสารเผยแพร่ของสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเข้าสู่ระบบ ISO 9000 ให้สำเร็จ--จบ--

ข่าว มหาวิทยาลัยธรรมศาส ล่าสุด