อีริคสันผงาดเป็นผู้นำ 3G ซื้อกิจการระบบพื้นฐาน CDMA จากควอลคอมม์! - newswit

กรุงเทพ--1 เม.ย.--อีริคสัน อีริคสันและควอลคอมม์ได้ประกาศว่า บริษัททั้งสองได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี CDMA (Code Division Multiple Access) ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อีริคสันและควอลคอมม์ตกลงใจที่จะร่วมกันสนับสนุนมาตรฐานโลกของ CDMA เพียงมาตรฐานเดียว โดยจะมี Optional mode 3 ระบบ นอกจากนี้ยังมีการตกลงให้บริษัททั้งสองมีสิทธิร่วมกันในการใช้สิทธิบัตรของกันและกันได้ และถือเป็นการยุติการฟ้องร้องและข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่ยืดเยื้อกันมานาน (เฉพาะในส่วนของสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ CDMA) โดยค่าธรรมเนียมในการใช้สิทธิบัตรร่วมกันจะถูกรวมไว้ในราคาของเครื่องมือถือในระบบ CDMA ที่ขายโดยบริษัททั้งสอง และเพื่อให้บรรลุถึงข้อตกลงต่างๆ ที่กล่าวมา ทางบริษัทอีริคสันได้เข้าซื้อกิจการในส่วนธุรกิจระบบโครงสร้างพื้นฐาน CDMA รวมทั้งฝ่ายวิจัยและพัฒนาที่ตั้งอยู่ในเมืองซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย และที่เมืองโบลเดอร์ ในมลรัฐโคโลราโด ได้มีการคาดหมายว่าทางอีริคสันจะเข้าถือพันธะสัญญาที่มีต่อลูกค้า และข้อตกลงทางด้านไฟแนนซ์กับทาง Vendor รวมทั้งทรัพย์สินและพนักงานในส่วนธุรกิจดังกล่าวของควอลคอมม์ทั้งหมด ข้อตกลงดังกล่าวต้องผ่านเข้าสู่การพิจารณาเพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการควบคุม (Regulatory body) ต่างๆที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไป ข้อตกลงดังกล่าวได้ยุติการฟ้องร้องที่มีขึ้นระหว่างอีริคสันและควอลคอมม์ รวมทั้งการให้สิทธิร่วมกันในทรัพย์สินทางปัญญา (IPRs, Intellectual Property Rights) ทั้งหมดของเทคโนโลยี CDMA รวมถึง CDMA One, WCDMA และ CDMA 2000 ข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้บริษัทควอลคอมม์สามารถส่งต่อลิขสิทธิ์ (Sublicense) แก่บริษัทอื่นๆ ในการใช้สิทธิบัตรบางส่วนของอีริคสัน รวมทั้งสามารถนำลิขสิทธิ์ที่ทางอีริคสันอ้างสิทธิ์ในระหว่างการฟ้องร้องมาใช้ใน ASIC (Application Specitic Integrated Circuit) ที่ขายให้กับลูกค้าของควอลคอมม์ บริษัททั้งสองยังได้ตกลงที่สนับสนุนข้อเสนอที่ทำขึ้นเพื่อขออนุมัติจาก ITU (International Telecommunication Union) และองค์กรมาตรฐานอื่นๆ ซึ่งรวมถึง TIA (U.S Telecommunication Industry Association) และ ETSI (European Telecommunication Standard Institute) โดยจะเสนอให้มีมาตรฐาน CDMA 3G เพียงหนึ่งเดียว ซึ่งจะประกอบด้วย Optional Operation mode 3 ระบบคือ 1) Direct Sequence FDD 2) Multi-carner FDD, และ 3)TDD ซึ่งในแต่ละ mode จะสนับสนุนการใช้งานของทั้งโครงข่ายแบบ GSM MAP และ ANSI-41 ควอลคอมม์และอีริคสันเชื่อมั่นว่าการนำเอามาตรฐาน CDMA เพียงหนึ่งเดียวมาใช้งานให้เร็วที่สุดนั้นถือเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่ายในธุรกิจโทรคมนาคม และยังอนุญาติให้ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมเลือกใช้งาน Operation mode ที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดแต่ละแห่ง ส่วนหนึ่งของข้อตกลงดังกล่าวยังระบุด้วยว่า บริษัททั้งสองจะให้คำมั่นกับทาง ITU และองค์กรมาตรฐานอื่นๆ ในการให้สิทธิ์ ในการใช้สิทธิบัตรที่จำเป็นสำหรับมาตรฐานเดียวของ CDMA แก่บริษัทอื่นๆในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างยุติธรรม และไม่มีการแบ่งแยกใดๆทั้งสิ้น บริษัททั้งสองยังแจ้งแก่ทาง ITU ว่าจะมีข้อตกลงที่จะยกเลิกการห้ามใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (IPR) ที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน การอนุญาติให้ใช้สิทธิบัตรและการยุติการฟ้องร้องระหว่างกัน รวมทั้งการให้คำมั่นกับองค์กรมาตรฐานในการให้สิทธิ์ในการใช้ IPR ที่สำคัญๆ ทั้งหมดนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อการซื้อกิจการของส่วนธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน CDMA จากทางควอลคอมม์เสร็จสิ้นลง ดร.เออร์วิน มาร์ค จาคอบ ประธานและ CEO ของบริษัทควอลคอมม์กล่าวว่า "เมื่อเราสามารถแก้ปัญหาในเรื่องของ 3G และการใช้สิทธิ์ร่วมกันในเรื่องของสิทธิบัตรระหว่างอีริคสันและควอลคอมม์จะถือเป็นการปูทางไปสู่การขยายตัวของการสื่อสารไร้สายในระบบ CDMA ทั่วโลก" และ ดร.เออร์วินยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่า "การที่อีริคสันซื้อกิจการของแผนกโครงสร้างพื้นฐาน CDMA ถือเป็นการให้คำมั่นสัญญาที่จะสนับสนุนระบบ CDMA และยังทำให้บริษัทอีริคสันซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านโทรคมนาคมของโลกสามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถทางด้านระบบ CDMA ของตนให้สูงยิ่งขึ้น ในขณะที่ควอลคอมม์จะมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักอันได้แก่ การผลิตโทรศัพท์มือถือในระบบ CDMA และวงจรรวมที่ใช้ในการผลิต (Chip sets), ระบบ Globalstar และ OmniTRACS, กล้องดิจิตอล, Wirless Data รวมทั้ง Eudora ซึ่งเป็นซอฟแวร์และบริการทางด้านอินเตอร์เนต" มิสเตอร์ สเวน คริสเตอร์ นิลสัน ประธานและ CEO ของอีริคสันให้ได้ความเห็นว่า "จากข้อตกลงที่มีกับทางควอลคอมม์ซึ่งเป็นบริษัทผู้บุกเบิกทางด้านเทคโนโลยี CDMA จะทำให้อีริคสันมีความสามารถในการแข่งขันทางด้านระบบสื่อสารไร้สายในยุคที่ 3 (3G) ครบทุกด้านอย่างสมบูรณ์" และยังเพิ่มเติมว่า "เราอยู่ในฐานะที่ดีที่สุด ที่จะทำงานสนับสนุนแก่ผู้ให้บริการทางด้านโทรคมนาคมไม่ว่าจะอยู่ที่ใดๆในโลก ในการที่จะเปลี่ยนระบบเข้าสู่ 3G ไม่ว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมมาจากค่ายใด หรือจะเลือกใช้เทคโนโลยีใดๆก็ตาม" ฝ่ายการผลิตวิจัย และพัฒนา ทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน CDMA ของความควอลคอมม์ประกอบด้วย ระบบโครงสร้างพื้นฐานของ Cellular, PCS และ Wireless local loop การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้อีริคสันเป็นเจ้าของฝ่ายวิจัยและพัฒนาชั้นนำในด้าน CDMA รวมถึง cdmaone และ CDMA2000 ซึ่งในอนาคตอีริคสันจะทำการพัฒนาและทำตลาดต่อไป โดยทางอีริคสันจะจัดตั้งศูนย์ CDMA ในระดับโลก ขึ้นที่เมืองซานดิเอโก มลรัฐ แคลิฟอร์เนีย มิสเตอร์ นิลสัน กล่าวเสริมว่า "ด้วยการเพิ่มเข้ามาของ cdmaOne และ CDMA 2000 อีริคสันจะอยู่ในฐานะที่ดีเยี่ยม และพร้อมในการตอบสนองความต้องการของตลาด CDMA ทั้งในปัจจุบันแลละอนาคต รวมทั้งตลาดของเครื่องโทรศัพท์มือถือ (Hand set) ในระบบ CDMA ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเมื่อเรารวมความสามารถในด้านที่กล่าวมาแล้วเข้ากับ WCDMA ที่อีริคสันเป็นผู้นำอยู่ในปัจจุบัน เราพร้อมในการเป็นผู้นำในการให้บริการในโลกแห่งการรวมกันของ mobility และ datacom หรือที่เรียกว่า Wirless Data Service นั่นเอง" อีริคสันเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ชั้นนำในโลกการสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่ ด้วยระบบการสื่อสารที่ผสานเทคโนโลยีของการสื่อสารโทรคมนาคมและการสื่อสารข้อมูลเข้ากับความสามารถในการเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นอิสระแก่ผู้ใช้ บริษัทฯ มีพนักงานกว่า 100,000 คนใน 140 ประเทศ อีริคสันทำให้การสื่อสารเป็นเรื่องง่ายสำหรับสำหรับลูกค้าที่เป็นผู้บริหารโครงข่ายและผู้ให้บริการ องค์กรวิสาหกิจ และผู้บริโภคทั่วโลกท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมห้องข่าวของอีริคสันได้ที่ http:///www.ericsson.se/pressroom ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อนายอำนวยศักดิ์ ทูลศิริ รองประธานอาวุโสด้านการตลาดและสื่อสารองค์กรบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัดโทร.299-7111 แฟ๊กซ์ 299-7112 อีเมล์: [email protected] จบ--

ข่าว แคลิฟอร์เนีย ล่าสุด