มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรม จัดตั้งสถาบัน SMEs แห่งแรกของประเทศไทย

กรุงเทพ--12 พ.ค.--มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม จัดตั้งสถาบัน พัฒนา SMEs (Small and Medium Sized Enterprises) ณ ศูนย์รังสิต เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูล องค์ความรู้ และการฝึกอบรมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระดับชาติ จากการแถลงข่าวโครงการจัดตั้งสถาบัน SMEs เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ณ ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ รองศาสตราจารย์ ดร.นริศ ชัยสูตร อธิบการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมจัดตั้งสถาบันพัฒนา SMEs นั้นด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งแนวคิดของโครงการนี้ได้ริเริ่มขึ้นโดยท่านอธิการบดีได้หารือกับ ฯพณฯ สุวัจน์ลิปตพัลลภ ก่อนที่จะมารับหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และเหตุผลที่เลือกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นศูนย์กลางนั้นเนื่องจาก ฯพณฯ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เห็นว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความพร้อม ทั้งด้านสถานที่ที่เหมาะสมและบุคลากร ซึ่งมีอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกสาขาอาชีพทั้งทางด้านสังคมศาสตร์ สุขศาสตร์ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นพดล อินนา รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนพัฒนาและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานในส่วนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงแนวคิดการจัดตั้งสถาบันพัฒนา SMEs ว่าก่อนที่เศรษฐกิจของประเทศจะเข้าสู่ยุควิกฤติ ประเทศไทยเน้นแต่การพัฒนาธุรกิจขนาดใหญ่ โดยละเลยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นพื้นฐานหลักใการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งสถาบันพัฒนา SMEs ก่อนที่จะสายเกินไป โดยแนวคิดของสถาบันนี้เพื่อเป็นศูนย์การวิจัย ให้คำปรึกษา และข้อมูลที่ทันสมัยสำหรับทั้งนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมทั้งสำหรับการวางแผนและนโยบาย ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ทางด้าน อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานร่วมกับรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนพัฒนาและเทคโนโลยี กล่าวว่าโครงการพัฒนาสถาบัน SMEs มีรูปแบบเป็น 3 ระดับ คือ สถาบันระดับชาติ ระดับภาคที่กระจายเครือข่ายไปยังภาคต่าง ๆ และระดับท้องถิ่น ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จะเป็นที่ตั้งของสถาบันระดับชาติ และเครือข่ายให้บริการภาคกลางร่วมกับเครือข่ายอื่นในมหาวิทยาลัยอื่น โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ยิมแบดมินตัน ศูนย์กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และในพื้นที่ส่วนหน้าด้านติดกับถนนพหลโยธิน จะจัดเป็นศูนย์ข้อมูล ศูนย์แสดงสินค้า เป็นที่พบปะกันระหว่างผู้ประกอบการ เป็นจุดเชื่อมต่อของธุรกิจต่าง ๆ ต่อไป ส่วนดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด ผู้อำนวยการโครงการหลักสูตรปริญญาโทการบริหารเทคโนโลยี วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ดูแลด้านการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการของ SMEs กล่าวว่าพันธกิจในการสร้างฐานข้อมูล สร้างฐานเครือข่ายธุรกิจ วิจัยและพัฒนา จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ด้วยการออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมที่เหมาะสมกับความต้องการ ใช้งานได้จริง สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้ แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพันธกิจเท่านั้น สถาบันพัฒนา SMEs ยังมีกิจกรรมหลักคือการให้บริการข้อมูล ผลการวิจัยสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รองศาสตราจารย์ ดร.นริศ ชัยสูตร กล่าวในตอนท้ายว่า ระยะเริ่มแรกกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับงบประมาณจากโครงการมิยาซาวา เพื่อมาดำเนินการโครงการนี้ทั้งหมดจำนวน 1,000 ล้านบาท ซึ่งงบพัฒนา ในส่วนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะได้รับการจัดแบ่งจากก้อนนี้ร่วมกับส่วนงานอื่น โดยโครงการทุกส่วนจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน 2542 เป็นต้นไป และผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้คือ จะเป็นการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เกิดความแข็งแกร่ง มีมาตรฐานสากล ตลอดจนเป็นการเพิ่มทักษะความรู้และสร้างโอกาสของ SMEs ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบยั่งยืนต่อไป โดยโครงการนี้ทุก ๆ คณะ สำนัก สถาบันในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีส่วนร่วมในการช่วยกันแก้ปัญหาของชาติร่วมกัน--จบ--

ข่าว มหาวิทยาลัยธรรมศาส ล่าสุด