อินเทลประกาศรายได้ประจำไตรมาสที่สามสูงขึ้นร้อยละ 9 เป็นมูลค่า 7,300 ล้านเหรียญสหรัฐ
กรุงเทพ--19 ต.ค.--อินเทล คอร์ปอเรชั่น อินเทล คอร์ปอเรชั่น ประกาศรายได้ประจำไตรมาสที่สามรวมมูลค่า 7,300 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับรายได้ในไตรมาสที่สามของปี 2541 ซึ่งมีมูลค่า 6,700 ล้านเหรียญ โดยเป็นมูลค่าที่รวมรายได้ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการเข้าซื้อกิจการบริษัทต่างๆ ในช่วงไตรมาสที่สามด้วย รายได้ในไตรมาสที่สามนี้ สูงขึ้นร้อยละ 9 จากรายได้รวมมูลค่า 6,700 ล้านเหรียญ ที่ทำไว้ในไตรมาสที่สองของปี 2542 พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้แจ้งว่า ยอดการจัดส่งไมโครโปรเซสเซอร์ ชิปเซ็ต และหน่วยความจำแฟลช เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่สถิติใหม่ในช่วงระหว่างไตรมาสด้วย รายได้สุทธิก่อนหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการในไตรมาสที่สามมีมูลค่า 1,900 ล้านเหรียญ สูงกว่าไตรมาสที่สามของปี 2541 ร้อยละ 21 และสูงขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น กำไรต่อหุ้นก่อนหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการมีมูลค่า 0.55 เหรียญ ซึ่งสูงขึ้นร้อยละ 22 จาก 0.45 เหรียญ ในไตรมาสที่สามของปี 2541 และสูงขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น เมื่อหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการตามหลักของบัญชีทั่วไป อินเทลมีรายได้สุทธิ 1,500 ล้านเหรียญ ลดลงร้อยละ 6 จากไตรมาสที่สามของปี 2541 และลดลงร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น กำไรสุทธิต่อหุ้นมีมูลค่า 0.42 เหรียญ ลดลงร้อยละ 5 จาก 0.44 เหรียญ ในไตรมาสที่สามของปี 2541 และลดลงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการในไตรมาสที่สาม ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จที่ตัดบัญชีหนเดียวของการวิจัยและพัฒนาในช่วงของการซื้อกิจการจำนวน 333 ล้านเหรียญ และค่าใช้จ่ายจาก การตัดจำหน่ายมูลค่าของชื่อเสียงและสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการจำนวน 121 ล้านเหรียญ "ในไตรมาสนี้ ธุรกิจด้านไมโครโปรเซสเซอร์ของเราแข็งแกร่งมาก" เครก อาร์. บาร์เรตต์ ประธานและหัวหน้าสำนักบริหารของอินเทล กล่าว "บริษัทฯ มีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น มียอดการจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่สถิติใหม่ นอกจากนี้ เรายังได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ จำนวนมากสู่ตลาดทุกกลุ่มความต้องการอีกด้วย" "เราคาดว่าธุรกิจจะแข็งแกร่งต่อไปอีกในไตรมาสที่สี่" บาร์เรตต์ กล่าวเสริม "เราจะมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพของไมโครโปรเซสเซอร์สมรรถนะสูงในตระกูล เพนเทียม(tm) ทรี ของเราให้สูงขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบ 0.18 ไมครอน ในขณะเดียวกันยังได้มุ่งสู่ธุรกิจใหม่ๆ ด้านผลิตภัณฑ์เครือข่ายและการสื่อสาร รวมถึงบริการต่างๆ แบบออนไลน์ ดังจะเห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการต่างๆ ในไตรมาสที่สาม" ในช่วงไตรมาสนี้อินเทลได้เข้าซื้อกิจการของ 4 บริษัท คือ ไดอะลอจิก คอร์ปอเรชั่น เลเวล วัน คอมมิวนิเคชั่นส์ ซอฟต์คอม ไมโครซิสเต็มส์ อินค์ และ เน็ตบูสต์ คอร์ปอเรชั่น การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 3,000 ล้านเหรียญ ซึ่งมีผลทำให้อินเทลมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการตอบสนองต่อความต้องการผลิตภัณฑ์เครือข่ายและการสื่อสารอย่างเห็นได้ชัด สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการในไตรมาสที่สามนี้ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัททั้งสี่แห่งดังกล่าว ในระหว่างไตรมาสนี้ อินเทลได้จ่ายเงินปันผลประจำไตรมาสเป็นเงินสดจำนวน 0.30 เหรียญต่อหุ้น โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลนี้ให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 กันยายน 2542 ตามบัญชีรายนามผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2542 ทั้งนี้ อินเทลได้จ่ายเงินปันผลประจำไตรมาสให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอติดต่อกันมาเป็นเวลาถึง 7 ปี ในระหว่างไตรมาสนี้ บริษัทได้ซื้อหุ้นสามัญกลับคืนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 12.8 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 911ล้านเหรียญตามโครงการที่ดำเนินการอยู่ โดยบริษัทได้ซื้อหุ้นคืนมาแล้วรวมทั้งสิ้น 647.4 ล้านหุ้นซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 17,300 ล้านเหรียญ นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2533 แนวโน้มธุรกิจ ข้อความต่อไปนี้เป็นการคาดคะเนแนวโน้มจากสถานการณ์ปัจจุบันเป็นหลัก ซึ่งอาจแตกต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และไม่รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรวมหรือเข้าซื้อกิจการที่อาจกระทำเสร็จสิ้นหลังวันที่ 25 กันยายน 2542 ** บริษัทคาดว่ารายได้ในไตรมาสที่สี่ของปี 2542 จะสูงขึ้นจากจำนวนรายได้ 7,300 ล้านเหรียญของไตรมาสที่สาม ** อัตรากำไรเบื้องต้นในไตรมาสที่สี่ของปี 2542 คาดว่าจะสูงกว่าไตรมาสที่สามอีกเล็กน้อย ในระยะสั้นนี้ อัตรากำไรเบื้องต้นของอินเทลจะแปรผันไปตามระดับรายได้และสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนผลิตภัณฑ์ต่อหน่วยเป็นหลัก ** ค่าใช้จ่าย (การวิจัยและพัฒนา, ไม่รวมการวิจัยและพัฒนาที่อยู่ระหว่างการเข้าซื้อกิจการ) ในไตรมาสที่สี่ของปี 2542 คาดว่าจะสูงขึ้นร้อยละ 9-12 จากค่าใช้จ่ายจำนวน 1,800 ล้านเหรียญของไตรมาสที่สาม ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมด้านโฆษณาและการตลาด ตลอดจนการเข้าซื้อกิจการบริษัทต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดไตรมาสที่สาม โดยค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับระดับของรายได้ด้วย ** ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาซึ่งไม่รวมการวิจัยและพัฒนาที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าซื้อกิจการ คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 3,100 ล้านเหรียญ ตลอดปี 2542 สูงขึ้นเล็กน้อยจากจำนวน 3,000 ล้านเหรียญที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนาของบริษัทต่างๆ ที่อินเทลเข้าซื้อในระหว่างไตรมาส ** บริษัทคาดว่าดอกเบี้ยและรายรับอื่นๆ ในไตรมาสที่สี่ของปี 2542 จะมีจำนวนประมาณ 280 ล้านเหรียญ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย งบดุลเงินสดในบัญชี และความสามารถของบริษัทในการเพิ่มผลกำไรตามที่บริษัทคาดไว้ รวมถึงไม่มีเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้น ** อัตราภาษีสำหรับไตรมาสที่สี่ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับร้อยละ 33 ทั้งนี้ไม่รวมถึงผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรวมหรือเข้าซื้อกิจการทั้งก่อนหน้านั้นหรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ** ค่าใช้จ่ายด้านทุนสำหรับปี 2542 ขณะนี้คาดว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 3,300 ล้านเหรียญ สูงขึ้นจากเดิมที่เคยคาดว่าจะมีจำนวน 3,000 ล้านเหรียญ สาเหตุหลักเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านทุนของบริษัทต่างๆ ที่อินเทลได้เข้าซื้อในระหว่างไตรมาสที่สาม และค่าใช้จ่ายด้านทุนของ Intel Online Services ที่สูงขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ ** ค่าเสื่อมราคาในไตรมาสที่สี่ของปี 2542 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 830 ล้านเหรียญ ** ค่าการตัดจำหน่ายมูลค่าชื่อเสียงและสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการในไตรมาสที่สี่ของปี 2542 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 185 ล้านเหรียญ ข้อความที่กล่าวถึงข้างตนในหัวข้อแนวโน้มธุรกิจนี้ เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าโดยนำเอาความเสี่ยงและความไม่แน่นอนบางประการเข้ามาพิจารณาประกอบด้วย นอกจากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้ผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างออกไปจากการคาดการณ์นี้ ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ * ผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวในไต้หวัน ซึ่งส่งผลให้มีการขาดแคลนชิ้นส่วนสำหรับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ * สภาพของธุรกิจและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจรวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก * การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสั่งสินค้าของลูกค้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในการรักษาระดับสินค้าคงคลังของลูกค้า และตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาปี 2000 * ความเปลี่ยนแปลงของไมโครโปรเซสเซอร์ ทั้งในแง่ของรุ่นและความเร็ว ส่วนประกอบที่ซื้อมา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ * ปัจจัยต่างๆ ด้านการแข่งขัน เช่น สถาปัตยกรรมชิปและเทคโนโลยีการผลิตของคู่แข่ง การแข่งขันในการผลิตไมโครโปรเซสเซอร์เพื่อให้สามารถใช้กับซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้ และการยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาดจำเพาะบางตลาด * แรงกดดันด้านราคา * การพัฒนาและช่วงจังหวะการเปิดตัวแอพพิลเคชั่นซอฟต์แวร์ต่างๆ ออกสู่ตลาด * จำนวนสินค้าคงคลังที่มีไม่พอ มากเกินไปหรือตกรุ่น และความแตกต่างในการประเมินราคาสินค้าคงคลัง * ความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึงการพัฒนาขั้นตอนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์พิเศษสำหรับตลาดจำเพาะต่างๆ * การเริ่มใช้วิธีการผลิตแบบใหม่ รวมถึงการผลิต เพนเทียม ทรี โปรเซสเซอร์ และการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 0.18 ไมครอน * กำลังการผลิตที่มีมากหรือน้อยเกินไป * ความสามารถในการสร้างธุรกิจใหม่และการดำเนินธุรกิจที่ซื้อมาให้ประสบความสำเร็จ * ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากความคาดหมาย หรือผลกระทบอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องจากการที่โปรเซสเซอร์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทำงานผิดไปจากข้อกำหนดเฉพาะที่ระบุไว้ * ผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทที่เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาปี 2000 ทั้งที่เกิดขึ้นกับระบบภายในของบริษัท หรือระบบของซัพพลายเออร์ องค์กรที่ผลิตหรือให้บริการระบบพื้นฐาน และองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง * คดีความอันเนื่องจากวิกฤติปี 2000 ที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท หรือความพยายามในการแก้ไขปัญหาปี 2000 ของบริษัท * คดีความเกี่ยวกับกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ทรัพย์สินทางปัญญา ผู้บริโภค และปัญหาอื่นๆ * ปัจจัยความเสี่ยงอื่นๆ ที่ระบุไว้บ้างแล้วในรายงานที่บริษัทจัดทำเพื่อส่งต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวถึงในรายงานฟอร์ม 10-คิว (10-Q) สำหรับไตรมาสนี้ ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2542 (ส่วนที่ 2 ข้อ 7 ในหมวด "แนวโน้ม") สรุปผลการดำเนินธุรกิจประจำไตรมาสที่สามของปี 2542 กลุ่มธุรกิจสถาปัตยกรรมอินเทล ** ยอดจัดส่งไมโครโปรเซสเซอร์และชิปเซ็ตในไตรมาสที่สามสูงขึ้นทั้งคู่ ** ยอดจัดส่งมาเธอร์บอร์ดในไตรมาสที่สามมีจำนวนสูงขึ้น กลุ่มขยายธุรกิจคอมพิวเตอร์ ** ยอดจัดส่งโปรเซสเซอร์ชนิดฝังและไมโครคอนโทรลเลอร์ในไตรมาสที่สามมีจำนวนลดลง ** ยอดจัดส่งหน่วยความจำแฟลชในไตรมาสที่สามมีจำนวนสูงขึ้น กลุ่มธุรกิจการสื่อสารและผลิตภัณฑ์เครือข่าย ** ยอดจัดส่งอุปกรณ์ต่อเชื่อม ฟาสต์ อีเธอร์เน็ต ในไตรมาสที่สามมีจำนวนคงที่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการสื่อสาร ** ยอดจัดส่งสวิตช์ในไตรมาสที่สามมีจำนวนสูงขึ้น. ภาพรวมด้านการเงิน ** ราคาจำหน่ายของไมโครโปรเซสเซอร์โดยเฉลี่ยในไตรมาสที่สามมีจำนวนลดลงจากไตรมาสที่สอง ** รายได้ในไตรมาสสามสูงขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สอง รายได้ในไตรมาสที่สาม ซึ่งไม่รวมรายได้ของบริษัทต่างๆ ที่อินเทลเข้าซื้อกิจการในระหว่างไตรมาสนั้นมีมูลค่าสูงขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สอง ** อัตรากำไรเบื้องต้นในไตรมาสที่สามลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่สอง ทั้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการของทั้งสองไตรมาส ** ค่าใช้จ่ายต่างๆ (ด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งไม่รวมการวิจัยและพัฒนาที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าซื้อกิจการ และค่าใช้จ่ายทั้งในการบริหารและการจัดการ) ระหว่างช่วงไตรมาสที่สามสูงขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาสที่สอง หากไม่รวมค่าใช้จ่ายของบริษัทต่างๆ ที่อินเทลเข้าซื้อกิจการ ค่าใช้จ่ายไตรมาสที่สามมีจำนวนสูงขึ้นร้อยละ 5 ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ชี้ว่าค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4-6 ** อัตราภาษีที่บริษัทต้องชำระในไตรมาสที่สามอยู่ที่ประมาณร้อยละ 38.5 หรือประมาณร้อยละ 33 หากไม่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ การดำเนินธุรกิจที่โดดเด่นประจำไตรมาสที่สามของปี 2542 กลุ่มธุรกิจสถาปัตยกรรมอินเทล ** ในเดือนสิงหาคม อินเทลได้เปิดตัวโปรเซสเซอร์พร้อมกันถึงสองรุ่น ได้แก่ เพนเทียม ทรี โปรเซสเซอร์ ความเร็ว 600 MHz ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วให้กับพีซีสำหรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งขององค์กรธุรกิจและผู้ใช้ตามบ้าน ตลอดจนไซต์อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ต้องการประสิทธิภาพด้านการประมวลผลสูงมาก และอินเทล(tm) เซลเลอรอน(tm) โปรเซสเซอร์ ความเร็ว 500 MHz ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นความเร็วสูงสุดสำหรับแวลูพีซี ** ในเดือนสิงหาคม อินเทลเปิดตัว เพนเทียม(tm) ทรี ซีออน(tm) โปรเซสเซอร์ ความเร็ว 550 MHz จำนวนสามรุ่น ซึ่งสนับสนุนคอนฟิกูเรชั่นส์ของเซิร์ฟเวอร์และเวิร์กสเตชั่นสมรรถนะสูงแบบสี่ทาง รวมทั้งยังได้จัดส่งชิปเซ็ต Profusion(r) ซึ่งใช้สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เพนเทียม ทรี ซีออน โปรเซสเซอร์ แบบแปดทาง ** ในเดือนกันยายน อินเทลได้แนะนำโปรเซสเซอร์แบบพกพาที่มีความเร็วสูงขึ้นอีกสองรุ่น สำหรับตลาดแวลูโน้ตบุ๊ค คือ โมบายล์ อินเทล เซลเลอลอน โปรเซสเซอร์ ความเร็ว 466 และ 433 MHz ** ในวันที่ 27 กันยายน อินเทลได้แนะนำ เพนเทียม ทรี โปรเซสเซอร์ ความเร็ว 600 และ 533 MHz ซึ่งสนับสนุนซิสเต็มบัสที่มีความเร็วสูงขึ้นถึง 133 MHz รวมทั้งยังได้เปิดตัวชิปเซ็ตรุ่น 810E สำหรับพีซีที่ใช้เพนเทียม ทรี โปรเซสเซอร์ ในระดับราคาที่จับจ่ายได้ โดยเป็นชิปเซ็ตที่สนับสนุนความเร็วของบัสถึง 133 MHz และมีความสามารถด้านการเร่งความเร็วในการแสดงผลกราฟิกรวมอยู่ในตัวด้วย ** ในวันที่ 4 ตุลาคม อินเทล คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศใช้ชื่อ Itanium(tm) เป็นยี่ห้อใหม่ของโปรเซสเซอร์ตัวแรกในตระกูล IA-64 ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ชื่อรหัสว่า "Merced" จากการประชุม Intel Developer's Forum ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อินเทลได้สาธิตประสิทธิภาพของ Itanium(tm) โปรเซสเซอร์ ด้วยการรันต้นแบบซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการของวินโดว์ส* และลีนุกซ์ ที่สนับสนุนสถาปัตยกรรมแบบ 64 บิต ** ในเดือนสิงหาคม อินเทล และบริษัท แปซิฟิก เซ็นจูรี่ กรุ๊ป (พีซีจี) ซึ่งประจำอยู่ที่ฮ่องกง ได้ประกาศข้อตกลงเพื่อสนับสนุนการใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบบรอดแบนด์ในเอเชีย โดยอินเทลจะรับผิดชอบด้านการจัดหาเครื่องแปลงสัญญาณและโซลูชั่นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่สมบูรณ์แบบ เพื่อช่วยในการผสมผสานระบบการถ่ายทอดและบริการต่างๆ ด้านอินเตอร์เน็ตของบริษัท แปซิฟิก เซ็นจูรี่ คอร์ป (พีซีซี) กลุ่มธุรกิจที่สนับสนุนคอมพิวเตอร์** ในระหว่างไตรมาส อินเทลได้เปิดตัว หน่วยความจำแบบแฟลช ขนาด 1.8 โวลต์ 32 Mbit เพื่อผสานการทำงานในระดับสูงของรหัสและการเก็บข้อมูลของโทรศัพท์มือถือระบบเซลลูล่าร์ และอุปกรณ์มือถือระบบไร้สายอื่นๆ ในช่วงต้นไตรมาส บริษัทได้แนะนำหน่วยความจำ Intel(r) StrataFlash(tm) Memory ขนาด 3 โวลต์ 128 Mbit ซึ่งผลิตโดยใช้เทคโนโลยีแบบ 0.25 ไมครอน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถอ่านรหัสได้เร็วขึ้นถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับหน่วยความจำรุ่นก่อน ๆ กลุ่มธุรกิจการสื่อสารและผลิตภัณฑ์เครือข่าย ** ในเดือนสิงหาคม อินเทลได้แนะนำโปรเซสเซอร์ใหม่สำหรับระบบเครือข่าย และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีซิลิกอนอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมเครือข่ายและการสื่อสารสามารถสร้างเครือข่ายอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพและความเร็วสูงขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้สถาปัตยกรรม Internet Exchange (IX) Architecture ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของอินเทลในการออกแบบอุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคมโดยใช้ซิลิกอนในการตั้งโปรแกรมใหม่ได้ และอินเตอร์เฟสแบบเปิด ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ โปรเซสเซอร์สำหรับเครือข่ายซึ่งมีชื่อว่า Level One IXP1200 ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นอุปกรณ์เครือข่ายซึ่งตั้งโปรแกรมใหม่ได้ ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์หลักคือ StrongARM *** และ RISC แพ็กเก็ต โปรเซสซิ่ง ไมโคร เอ็นจิ้น ที่ตั้งโปรแกรมได้จำนวน 6 ตัว ** ในเดือนสิงหาคม อินเทลได้เข้าซื้อกิจการของเลเวล วัน คอมมิวนิเคชั่นส์ อินค์ ได้เสร็จสมบูรณ์ โดยการแลกเปลี่ยนแบบหุ้นต่อหุ้นมูลค่าประมาณ 2.3 พันล้านเหรียญ บริษัท เลเวล วัน ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซาคราเมนโต เป็นบริษัทพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อที่ใช้เทคโนโลยีซิลิกอน โซลูชั่น สำหรับระบบสวิตชิ่งของระบบแลน (LAN) และการเข้าสู่เครือข่ายแวน (WAN) สำหรับแอพพลิเคชั่นของระบบโทรศัพท์และเครือข่ายความเร็วสูง ** ในเดือนกรกฎาคม อินเทลได้เข้าซื้อกิจการของ ซอฟต์คอม ไมโครซิสเต็มส์ อินค์ ด้วยการชำระเป็นเงินสด ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีซิลิกอนของซอฟต์คอม เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการประมวลข้อมูลบนเครือข่ายความเร็วสูงซึ่งใช้โปรโตคอลระบบ Asynchronous Transfer Mode (ATM) และ Synchronous Optical Network (SONET) ** ในเดือนกันยายน อินเทล คอร์ปอเรชั่น ได้ซื้อกิจการของเน็ตบูสต์ คอร์ปอเรชั่น ด้วยการชำระเป็นเงินสด เน็ตบูสต์เป็นบริษัทซึ่งผลิตและพัฒนา Application Programming Interface (API) ประสิทธิภาพสูงและซอฟต์แวร์ที่ใช้ระบบดังกล่าว ซึ่งช่วยให้ ISVs และซัพพลายเออร์อุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ สามารถให้บริการระบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูงได้ตรงตามนโยบาย เช่น ไฟล์วอลล์ การตรวจจับการบุกรุก เกตเวย์ของ Virtual Private Network (VPN) ระบบสมดุลข้อมูล และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ** ในเดือนกรกฎาคม อินเทลเจรจาในข้อตกลงด้านเทคโนโลยีร่วมกับบริษัท ซิสโก ซิสเต็มส์ เพื่อพัฒนา ผลิต และจำหน่าย โมเด็มระบบ Asymmatrical Digital Subscriber Line (ADSL) ซึ่งสามารถใช้กับอุปกรณ์ DSL สำหรับออฟฟิศส่วนกลางของบริษัทโทรคมนาคมต่างๆ ได้ ** ในเดือนกันยายน อินเทลได้ประกาศถึงข้อตกลงในการเข้าซื้อธุรกิจอุปกรณ์โทรคมนาคมของสแตนฟอร์ด เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ อินค์ ด้วยการชำระเป็นเงินสดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยีซิลิกอนให้กับเครือข่ายเคเบิลไร้สายและบรอดแบนด์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการสื่อสาร** ในเดือนกรกฎาคม อินเทลได้เข้าซื้อกิจการของ ไดอะลอจิก คอร์ปอเรชั่น ด้วยการชำระเป็นเงินสดมูลค่าประมาณ 830 ล้านเหรียญ การผนวกกิจการของไดอะลอจิก ได้ขยายโอกาสทางธุรกิจด้านเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง - เอสเอชวี (standard-high-volume - SHV) ในตลาดเครือข่ายและโทรคมนาคมซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ โดยอินเทลสามารถผลิตโครงสร้างหลักของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบมาตรฐานสำหรับการผนวกสัญญาณข้อมูลและสัญญาณเสียงเข้าด้วยกัน ** ในระหว่างไตรมาส อินเทลได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Intel 6000 Series Switch และ เราท์เตอร์ รุ่น Intel Express 9500 และ 8200 ซึ่งเป็นการขยายฐานครั้งสำคัญของผลิตภัณฑ์อินเทล Intel 6000 Series Switch เป็นโซลูชั่นสวิตชิ่งแบบกิกะบิต อีเธอร์เน็ต โมดูล่าร์ ประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยให้ผู้บริหารเครือข่ายสามารถรวมเวิร์กกรุ๊ปและเซิร์ฟเวอร์เข้าด้วยกันในระบบเครือข่ายแบบแลน (LAN) ได้ ส่วนเราท์เตอร์ในตระกูล Intel Express 9500 และ 8200 ของอินเทลนั้น ช่วยให้ผู้บริหารเครือข่ายสามารถเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างสำนักงานสาขา สำนักงานภูมิภาค และสำนักงานส่วนกลางเข้าด้วยกันได้ ** ในเดือนกันยายน อินเทลได้ขยายผลิตภัณฑ์เครือข่ายสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ Intel InBusiness(tm) Internet Station 56K ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเครือข่ายที่ช่วยให้พนักงานของธุรกิจขนาดเล็กสามารถใช้อินเตอร์เน็ตร่วมกันได้ โดยใช้เพียงแอคเคาน์เดียว นอกจากนี้ยังได้แนะนำ Intel InBusiness Storage Station เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ไฟล์ข้อมูลร่วมกัน ความปลอดภัยของไฟล์ข้อมูล และการจัดเก็บข้อมูล ** ในเดือนกันยายน อินเทลได้ตกลงว่าจ้างกลุ่มนักพัฒนาอีเธอร์เน็ต ของบริษัท โอลีคอม เอ/เอส รวมทั้งซื้อลิขสิทธิ์และสินทรัพย์อื่นๆ ของกลุ่มนี้ด้วย โดยวิศวกรระบบเครือข่ายของโอลีคอมจำนวน ประมาณ 200 คน จากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และเมืองดังส์ค ประเทศโปแลนด์ จะมีฐานะเป็นพนักงานของอินเทล ** ในวันที่ 5 ตุลาคม อินเทลได้ทำสัญญาตกลงซื้อบริษัท IPivot Inc. ด้วยการชำระเป็นเงินสดมูลค่าประมาณ 500 ล้านเหรียญ IPivot เป็นบริษัทออกแบบและผลิต "อุปกรณ์เพื่อการค้าบนอินเตอร์เน็ต" ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นพิเศษที่ช่วยจัดการส่งผ่านข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น กลุ่มธุรกิจใหม่ ** ในวันที่ 28 กันยายน อินเทลได้เปิดตัวธุรกิจใหม่ คือ Intel Online Services เพื่อเป็นผู้ให้บริการรับฝากเว็บด้วยเทคโนโลยีใหม่สำหรับลูกค้าทั่วโลก อินเทลได้เปิดโรงงานแห่งแรกขึ้นในเมืองซานตา คลาร่า และได้ประกาศแผนการเปิดโรงงานเพิ่มในตอนเหนือของรัฐเวอร์จิเนีย ในประเทศญี่ปุ่น และประเทศอังกฤษ นอกจากนี้บริษัทยังได้ประกาศการเป็นพันธมิตรในการให้บริการร่วมกับบริษัท iXL, PricewaterhouseCoopers, Proxicom, Razorfish, US Interactive และ UUNET อินเทลและเอ็นอีซีได้แยกกันประกาศแผนในการให้บริการระดับโลกแก่ลูกค้าของเอ็นอีซี เกี่ยวกับพีซีที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายในราคาย่อมเยา ตลอดจนบริการอื่นๆ สำหรับลูกค้าด้วย การลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัท ** ในเดือนกันยายน อินเทลประกาศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 200 ล้านเหรียญ เพื่อลงทุนในบริษัทต่างๆ ที่มีธุรกิจสนับสนุนโครงการสำคัญด้านการพัฒนาการสื่อสารข้อมูลและเสียงของอินเทล กองทุนดังกล่าวซึ่งมีชื่อเรียกว่า Intel Communications Fund มุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทต่างๆ ที่พัฒนาโซลูชั่น ซึ่งใช้ระบบสถาปัตยกรรม Internet Exchange (IX) ของอินเทล และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของ CT Media เป็นหลัก ต่อมาราวกลางเดือนกันยายน อินเทลได้ประกาศว่าบริษัท ทริลเลี่ยม ดิจิตอล ซิสเต็มส์ อินค์ ได้รับเลือกให้เป็นบริษัทแรกที่อินเทลจะเข้าไปลงทุนโดยใช้เงินจากกองทุนดังกล่าว โดยทริลเลี่ยมจะพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ สำหรับเครือข่ายโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ระบบเครือข่ายแบบไร้สาย และแบบบรอดแบรนด์ ของบริษัท ให้สามารถใช้งานร่วมกับโปรเซสเซอร์สำหรับเครือข่าย และสถาปัตยกรรม Internet Exchange (IX) ที่อินเทลได้เปิดตัวไปเมื่อไม่นาน รวมทั้งโปรเซสเซอร์แบบฝังอื่นๆ ที่ใช้สถาปัตยกรรมของอินเทล ** เมื่อสิ้นสุดไตรมาส อินเทลมีการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัทต่างๆ ทั่วโลกรวมแล้วกว่า 300 บริษัท โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,800 ล้านเหรียญ การลงทุนทั้งหมดนี้ยังรวมถึงหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ทั้งที่ทำการขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private) และแบบทั่วไป (Publicly-traded) ทั้งนี้มูลค่าการลงทุนอาจแปรผันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น การขึ้น-ลงของราคาในตลาด การซื้อกิจการ และการโอนกิจการ สรุปผลงานด้านเทคโนโลยีและการผลิต ** ในไตรมาสนี้ อินเทลได้เริ่มมีการจัดส่งเพนเทียม ทรี โปรเซสเซอร์ ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 0.18 ไมครอน เป็นครั้งแรก ปัจจุบันอินเทลมีโรงงานผลิตเวเฟอร์ด้วยเทคโนโลยี 0.18 ไมครอน จำนวน 4 แห่ง โดยได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ล่าสุด (Fab 18) ขึ้นที่ประเทศอิสราเอล ข้อมูลทางด้านการเงิน หมวดการทบทวนผลประกอบการทางด้านการเงินได้จัดทำในรูปของตารางต่างๆ ตามเอกสารที่แนบมากับข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับงบกำไรขาดทุน และงบดุล ได้จากเว็บไซต์ www.intc.com โดยข้อมูลจะปรากฎอยู่ในรูปของสเปรดชีต ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ สำเนาของข่าวผลกำไรและรายงานประจำปีของอินเทล สามารถหาได้จากอินเตอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ www.intc.com หรือติดต่อไปที่ธนาคาร แฮริส ทรัสต์แอนด์เซฟวิ่ง แบงค์ ซึ่งเป็นตัวแทนของอินเทล ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข (800) 298-0146 อินเทลเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นผู้นำในวงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบเครือข่ายและอุปกรณ์สื่อสารด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำนำสมัย ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทอินเทลได้ที่เว็บไซต์ http://www.intel.com/pressroom * StrongARM และ ARM เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัท ARM Ltd.-- จบ--