SET9: ตลท. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ประจำเดือนธันวาคม 2542 - newswit
กรุงเทพ--24 ธ.ค.--ตลท. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแถลงผลการประชุมคณะกรรมการตลาด หลักทรัพย์ ประจำเดือน ธันวาคม 2542 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการซื้อขายหลัก ทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ตโดยผ่านบริษัทสมาชิกพร้อมกำหนดหลักเกณฑ์แนวทางการปฎิบัติ งาน ซึ่งเน้นระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล, เห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้าง อัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ จากอัตราคงที่ไปสู่อัตราต่อรองกันได้โดยมี ขั้นต่ำร้อยละ 0.25 หรือต่อรองกันได้เสรีตามประเภทลูกค้าของบริษัทสมาชิก พร้อม กำหนดระยะเวลาเตรียมความพร้อม ก่อนเปิดเสรีค่าธรรมเนียม, อนุมัติให้ขยาย เวลาการแยกธุรกิจเงินทุนและธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทสมาชิก 4 รายไปสิ้นสุด 30 เมษายน 2543, อนุมัติขยายเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมการรับหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัทจดทะเบียนเป็นการชั่วคราว ออกไปสิ้นสุดปี 2543 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและ สนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัทจดทะเบียน นายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำเดือนธันวาคม 2542 ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ก) เห็นชอบในหลักเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต และแนวทางการ ปฏิบัติงานด้านธุรกิจหลักทรัพย์ของสมาชิก คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ได้พิจารณาข้อสรุปหลักเกณฑ์การซื้อขาย หลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต และแนวทางปฎิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ได้ หารือร่วมกับผู้แทนสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ และปรับปรุงตามความคิดเห็นเพิ่มเติมของ บริษัทสมาชิกจากการประชุมวิสามัญสมาชิกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีมติ เห็นชอบให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ต โดยผ่านบริษัทสมาชิกได้เพื่อเพิ่ม ช่องทางการลงทุนและสนับสนุนให้ธุรกิจหลักทรัพย์เปิดกว้างสู่ผู้ลงทุนจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นความสำคัญของระบบงานที่มีความปลอดภัยได้มาตรฐาน แต่มีคล่องตัวในการ ดำเนินงาน สำหรับบริษัทสมาชิก และเห็นชอบในหลักเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่าน อินเทอร์เน็ต และแนวทางปฎิบัติงานระหว่างตลาดหลักทรัพย์กับสมาชิก และระหว่าง สมาชิกกับผู้ลงทุน มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ การดำเนินงานระหว่างบริษัทสมาชิกและตลาดหลักทรัพย์ 1) อนุมัติให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ต โดยผ่านบริษัท สมาชิกโดยครอบคลุมถึงการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทุกประเภทในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) ทั้งกระดานหลักกระดาน หน่วยย่อย และ กระดานต่างประเทศ 2) คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ต จะต้องเป็นคำสั่งประเภท Limit Order เท่านั้น โดยคำสั่งซื้อขายที่ส่งเข้ามาในแต่ละวัน หากไม่ได้รับการ จับคู่ จะถูกยกเลิก ณ สิ้นวันทำการนั้น 3) การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ให้ กระทำผ่านบริษัทสมาชิก ด้วยวิธีการตามปกติเช่นเดียวกับการชำระราคาและส่งมอบ หลักทรัพย์ที่ซื้อขายด้วยวิธีทั่วไป 4) บริษัทสมาชิกสามารถต่อเชื่อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของตน เพื่อใช้ใน การกระจายข้อมูลและรับคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ โดยต้องจัดให้มี ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ เจ้าหน้าที่รับอนุญาตคอย ตรวจสอบความถูกต้องก่อนบันทึกคำสั่งซื้อขายของลูกค้ามายังระบบ ซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้บริษัทสมาชิกจะต้องรับผิดชอบต่อ ผลที่เกิดขึ้นจากคำสั่งซื้อขายที่ตนส่งเข้ามา 5) บริษัทสมาชิกจะต้องจัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ที่ได้มาตรฐาน โดยต้องแสดงรายละเอียดของระบบให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบเพื่ออนุมัติ ดังต่อไปนี้ * ระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายสื่อสาร (Network Security System) เพื่อป้องกันมิให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาก่อความเสียหายแก่ระบบไม่ว่า จะเป็นการเข้ามาขโมย หรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือ ทำให้ระบบขัดข้อง (ระบบ การตรวจสอบยืนยันข้อมูลของผู้ใช้ระบบ (User Authentication and Privacy Security Systems) เพื่อตรวจยืนยันตัวลูกค้าผู้ใช้ระบบว่าเป็นผู้ได้รับอนุญาตจริง โดยต้องแจ้งวิธีการแสดงและส่งผ่านข้อมูลที่ป้องกันมิให้ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของเข้าถึงข้อมูล ด้วย (ระบบบริหารความปลอดภัยโดยรวม Security Management) เพื่อให้เกิด ความมั่นใจว่าการปฎิบัติงานโดยทั่วไปได้มาตรฐาน รวมถึงการปฎิบัติงานด้านการ รักษาความปลอดภัยที่จัดให้มีเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เช่น User Administration และ Security Alert เป็นต้น การดำเนินงานระหว่างบริษัทสมาชิกกับลูกค้าผู้ลงทุน 1) ผู้ลงทุนที่ประสงค์จะซื้อขายหลักทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ตจะต้องเปิดบัญชี ซื้อขายแยกเป็นการเฉพาะอีกหนึ่งบัญชี โดยกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มคำขอที่บริษัท สมาชิกจัดเตรียมให้บนเว็บไซต์ ลงนามในสัญญาแต่งตั้งนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และ เอกสารการขอเปิดบัญชีต่างๆ และนำส่งเอกสารฉบับจริงทั้งหมดให้บริษัทสมาชิก เพื่อ พิจารณาอนุมัติให้เรียบร้อยเสียก่อน หากคำขอได้รับการอนุมัติ บริษัทสมาชิกจะจัดส่ง User Name และ รหัสลับ (Password) ให้ลูกค้าทราบเพื่อใช้ในการซื้อขาย หลักทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ตต่อไป 2) เพื่อส่งเสริมให้การซื้อขายหลักทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ต เป็นช่องทาง ลงทุนใหม่ ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในช่องทางเดิม ที่ผู้ลงทุน อาจมีความคุ้นเคยผู้ลงทุนแต่ละรายยังคงขอเปิดบัญชีซื้อขายประเภทบัญชีเงินสด บัญชี มาร์จิน และ บัญชีอินเทอร์เน็ตควบคู่กันได้ โดยบริษัทสมาชิกต้องควบคุมและกำหนด วงเงินซื้อขายในแต่ละบัญชีและวงเงินซื้อขายรวมของลูกค้าแต่ละรายให้ชัดเจน 3) ในกรณีการสั่งซื้อหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต ลูกค้าต้องวางเงินเป็น หลักประกันให้เพียงพอ ก่อนส่งคำสั่งซื้อ และสามารถสั่งซื้อหลักทรัพย์ได้ไม่เกินกว่า วงเงินคงเหลือเท่านั้น สำหรับกรณีสั่งขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต ลูกค้าสามารถ สั่งขายได้เฉพาะหุ้นที่มียอดคงเหลือไว้กับบริษัทสมาชิกเท่านั้น (ห้ามทำชอร์ตเซล) 4) บริษัทสมาชิกสามารถแจ้งยืนยันผลการซื้อขายหลักทรัพย์ ให้ลูกค้า ทราบทางอินเทอร์เน็ตได้โดยต้องจัดให้มีข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะ ของตนเองทางอินเทอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทสมาชิกได้ อาทิเช่น ข้อมูลแสดง ยอดเงินและหลักทรัพย์คงเหลือ วงเงินคงเหลือ สรุปความเคลื่อนไหวของรายการ ซื้อขายประจำวันทำการของลูกค้าอย่างน้อย 1 วัน ซึ่งแสดงรายละเอียดคำสั่งซื้อ/ ขาย รายการหลักทรัพย์ที่ซื้อ/ขาย ที่ได้รับการยืนยันแล้วทั้งหมด รายการรับและจ่าย เงินต่างๆ ทั้งนี้ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เห็นชอบ ให้นำหลักเกณฑ์การซื้อขาย หลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต และแนวทางปฎิบัติงานระหว่างบริษัทสมาชิกกับลูกค้า มา ใช้สำหรับการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก (ซับโบรกเกอร์) ด้วย ข) เห็นชอบการปรับโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้มีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2542 ให้ตลาดหลักทรัพย์จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อพิจารณาความ เหมาะสมของการปรับโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์นั้นคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรจากตลาดหลักทรัพย์ และ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ได้ประชุม ร่วมกันและต่างเห็นด้วยในแนวคิดการเปิดเสรีโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมซื้อขาย หลักทรัพย์ เพราะจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตลาดหุ้นไทยสามารถรองรับ พัฒนาการใหม่ๆ ในธุรกิจหลักทรัพย์ และอัตราค่าธรรมเนียมที่บริษัทสมาชิกกำหนดได้ ด้วยตนเองจากต้นทุนการดำเนินงานของตน และเป็นไปตามกลไกตลาด จะส่งเสริม ให้ผู้ประกอบการเร่งแข่งขันในการให้บริการที่ดี ในราคายุติธรรม เป็นประโยชน์แก่ ผู้ลงทุนอย่างกว้างขวางและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนในประเทศไทย คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ได้พิจารณาข้อเสนอการปรับปรุงโครง สร้างอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว และมีมติดังต่อไปนี้ 1) ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์หุ้นสามัญ หน่วยลงทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ์จากอัตราคงที่ร้อยละ 0.5 ที่ใช้ในปัจจุบัน ไปเป็นอัตราที่สามารถ ต่อรองกันได้แต่มีขั้นต่ำร้อยละ 0.25 สำหรับลูกค้าของบริษัทสมาชิกทุกประเภท รวม ทั้งลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต ยกเว้นลูกค้าประเภทบริษัทหลักทรัพย์ที่ มิใช่สมาชิก ให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมที่ต่อรองกันได้เสรี * ลูกค้าผู้ลงทุนภายในประเทศ อัตราต่อรองกันได้ แต่ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 0.25* * ลูกค้าผู้ลงทุนที่ซื้อขายหลักทรัพย์ อัตราต่อรองกันได้ แต่ไม่ต่ำกว่า ผ่านอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 0.25 * ลูกค้าบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ อัตราต่อรองกันได้ แต่ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 0.25 * ลูกค้าบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก อัตราต่อรองกันได้เสรี หมายเหตุ * อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าผู้ลงทุนที่ซื้อขายตราสารหนี้ และหน่วย ลงทุนของกองทุนรวมเพื่อลงทุนในตราสาาหนี้ยังคงเป็นอัตราต่อรองกัน ได้เสรีเช่นเดิม 2) กำหนดให้โครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมที่ปรับปรุงนี้ เริ่มมีผลใช้ หลังจากประกาศในข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แล้ว 6 เดือน และใช้บังคับเป็นระยะ เวลา 2 ปี เพื่อให้บริษัทสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องมีโอกาสปรับตัวและเตรียมความ พร้อมของตนเอง หลังจากนั้นจึงเปิดเสรีอัตราค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ จะได้นำโครงสร้างอัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเพื่อหารือ และ ขอรับฟังความคิดเห็นจากบริษัทสมาชิกต่อไป ค) อนุมัติขยายเวลาการแยกธุรกิจเงินทุน และธุรกิจหลักทรัพย์ ของบริษัทสมาชิก จำนวน 4 ราย คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มีมติอนุมัติให้ขยายกำหนดวันสิ้นสุดในการ แยกธุรกิจเงินทุน และ ธุรกิจหลักทรัพย์ ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกรวม 4 ราย คือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชน) (KTT) บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ สินเอเซีย จำกัด (มหาชน) (SGACL) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) (BFIT) และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไทยซากุระ จำกัด (มหาชน) (SAKURA) ตามที่บริษัทได้มีหนังสือขอผ่อนผัน โดยขยายกำหนดวัน สิ้นสุด จากเดิมวันที่ 31 ธันวาคม 2542 ออกไปเป็นวันที่ 30 เมษายน 2543 ทั้งนี้ มติอนุมัติของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าว สอดคล้องกับประกาศกระทรวง การคลังฉบับที่กำลังแก้ไข ตามข้อเสนอของธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน คณะกรรมการ ก.ล.ต. เนื่องจากเห็นว่า บริษัทดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถ แยกธุรกิจให้แล้วเสร็จได้ภายในกำหนดเวลาเดิม ง) อนุมัติขยายเวลายกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรับหุ้นเพิ่มทุน ของบริษัทจด ทะเบียนเป็นการชั่วคราว ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ได้มีมติเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2541 ยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรับหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียน เป็นการ ชั่วคราว (ซึ่งเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 0.06 ของทุนที่เพิ่ม) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2542 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัทจดทะเบียน ภายใต้ภาวะ วิกฤติเศรษฐกิจนั้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทย ขณะนี้เพิ่งผ่านพ้นภาวะ วิกฤติ และ บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ และ แปลงหนี้เป็นทุน หรือ ปรับปรุงการดำเนินงาน ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระ ค่าใช้จ่าย และสนับสนุนนโยบายการปรับโครงสร้างหนี้ และฐานะการเงินของบริษัท จดทะเบียนให้แข็งแกร่งขึ้น คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ จึงมีมติอนุมัติให้ขยายเวลา ยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรับหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนเป็นการชั่วคราว ออกไปอีกจากกำหนดเดิม 31 ธันวาคม 2542 เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2543--จบ--