สนส.เดินยุทธศาสตร์ 7 ประการนำสังคมอบอุ่นเอื้ออาทร เน้นดูแลคุณภาพชีวิตทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและทัดเทียม
กรุงเทพฯ--8 ม.ค.--กทม. สำนักสวัสดิการสังคม กทม. เดินหน้ายุทธศาสตร์นำสังคมกรุงเทพฯสู่สังคมอบอุ่นเอื้ออาทร มุ่งสู่เป้าหมาย 7 ประการ เร่งจัดหาพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงเฉลี่ย 4 ตรม./คน ดูแลและขยายบริการแก่กลุ่มเป้าหมายครอบคลุม ทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ ผู้พิการด้อยโอกาส อย่างทั่วถึงและทัดเทียมทั้งด้านกีฬา คุณภาพชีวิต และความรู้ ยืนยัน เดินหน้าจัดค่าย “Parent Zone ” กระชับความสัมพันธ์ครอบครัว พร้อมกระจายห้องสมุดชุมชนส่งเสริมการศึกษา ตลอดชีวิต เปิดศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แห่งใหม่ ขยายลานกีฬาอีก 130 แห่ง ใน 50 เขต และมุ่งพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.45) เวลา 11.00 น. สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร ซึ่งนำโดย นายอนันต์ ศิริภัสราภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ เดชเดโช นายชาญชัย ภาวะสุทธิการ รองผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม และนายพนัศ หิรัญรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ กทม. แถลงผลการดำเนินงานและเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2545 ของสำนักงานสวัสดิการสังคม นายอนันต์ เปิดเผยว่า สำนักสวัสดิการสังคม กทม. ได้ดำเนินงานภายใต้ “แผนยุทธศาสตร์สวัสดิการสังคม ปี 2544-2548” โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับงานบริการด้านสวัสดิการสังคมให้เป็นบริการที่มีคุณค่า ได้มาตรฐานมืออาชีพ และนำสังคมเมืองกรุงเทพฯไปสู่สังคมที่อบอุ่นเอื้ออาทร ขณะนี้แผนยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ประการ ดังกล่าวได้ดำเนินมาในระดับหนึ่ง ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และจะสืบเนื่องต่อไปเพื่อให้คนกรุงเทพฯได้รับการดูแลด้านสวัสดิการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน สรรหาพื้นที่สีเขียวให้ได้ 9,000 ไร่ ในปี 47 นายอนันต์ กล่าวต่อไปว่า ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว คือเป้าหมายในการจัดหา รักษา บริหาร และพัฒนาพื้นที่สีเขียว พื้นที่โล่งแจ้ง พื้นที่นันทนาการของเมือง เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนกรุงเทพฯและผู้มาเยือน โดยปัจจุบันกรุงเทพฯมี พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2539 ที่มีพื้นที่สีเขียว 3,448 ไร่ เฉลี่ย 0.99 ตรม./คน ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6,719 ไร่ เฉลี่ย 1.88 ตรม./คน ทั้งนี้ กทม.มีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ 9,000 ไร่ ในปี 2547 ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่สีเขียวเฉลี่ย 2.5 ตรม.ต่อประชากร 1 คน และจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อยคนละ 4 ตรม. ตามมาตรฐานสากล สำหรับแนวทางในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ในปี 2545 สำนักสวัสดิการสังคมมีเป้าหมายจะจัดสวนสาธารณะหลักเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง รวมพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ได้แก่ สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน, สวนที่ดินจัดสรรมหาดไทย เขตประเวศ, สวนเฉลิม พระเกียรติเกียกกาย เขตดุสิต, อุทยานเฉลิมพระเกียรติ เขตปทุมวัน และสวนที่ดินบริเวณหลังสวนหลวง ร. 9 ขณะเดียวกันก็จะสร้างสวนถนนเพิ่ม โดยปลูกต้นไม้ในถนนที่มีทางเท้ากว้าง 3 เมตรขึ้นไป จากปัจจุบันดำเนินการแล้วรวมระยะทาง 23 กิโลเมตร พื้นที่ 21.56 ไร่ ในปี 2545 นี้ จะทำสวนถนนอีก 20 กิโลเมตร เนื้อที่ 18.75 ไร่ ในพื้นที่เขตชั้นใน เช่น เขตดุสิต ปทุมวัน พระนคร ฯลฯ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนพันธุ์ไม้เพื่อพัฒนาสวนในพื้นที่ของหน่วยงานราชการ, หมู่บ้านจัดสรร, ศาสนสถาน, สถานศึกษา, ลานกีฬา และศูนย์กีฬาภาคเอกชน รวมประมาณ 500 ไร่ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายจะปลูกต้นไม้ใหญ่อีก 120,000 ต้น ในสวนธารณะทั้งแห่งเดิมและแห่งใหม่ 20,000 ต้น ปลูกในสวนชานบ้าน สวนชุมชนในที่ว่างต่าง ๆ 20,000 ต้น ปลูกเพิ่ม ปลูกซ่อมในถนน เกาะกลาง ทางเท้า พื้นที่ 50 เขต อีก 45,000 ต้น ปลูกในพื้นที่หน่วยราชการ หมู่บ้านจัดสรร ศาสนสถาน ลานกีฬา ฯลฯ 30,000 ต้น และปลูกต้นไม้ริมคลอง อีกจำนวน 5,000 ต้น ทั้งนี้ การปลูกต้นไม้จะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นฤดูฝน ตั้งแต่ เดือน ม.ค-ต.ค.45 โดยต้นไม้ที่ปลูกจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและราคากลางที่กรุงเทพมหานครกำหนด ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม กล่าวอีกว่า สวนสาธารณะต่างๆนอกจากจะจัดให้เป็นที่พักผ่อนออกกำลังกายแล้ว กทม.ยังจัดให้เป็นแหล่งนันทนาการเปิดสำหรับประชาชน เช่น การปิคนิค ขี่จักรยาน เข้าค่ายพักแรม การเล่นกีฬา เป็นต้น ซึ่งในปี 2545 ทางสำนักสวัสดิการสังคม มีเป้าหมายจะเพิ่มการบริการในสวนสาธารณะให้แก่ประชาชน โดยการสร้างสีสันในสวน ด้วยการจัดเทศกาลไม้ดอกเมืองหนาวในเดือนธันวาคม และไม้ดอกเฉลิมพระเกียรติในเดือนสิงหาคม ส่วนเดือนปกติจะเพิ่มสีสีสันด้วยดอกไม้บริเวณมุมต่างๆของสวนตลอดทั้งปี ตลอดจนการจัดสวนทุกแห่งให้เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไป เช่น จัดสวนลุมพินี และสวนรมมณีนาถ ให้เป็นสวนสุขภาพ จัดสวนสราญรมย์เป็นสวนศิลปวัฒนธรรม จัดสวนหลวงร.9 และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็น สวนพฤกษศาสตร์ จัดสวนสันติภาพ เป็นสวนแห่งดนตรี เป็นต้น โดยในปีนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมสวนสาธารณะ 3 แห่งที่อยู่ใกล้กัน คือ สวนจตุจักร สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และสวนรถไฟ ให้เป็นต้นแบบของอุทยานแห่งการเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นแหล่งรวม พิพิธภัณฑ์เด็ก สวนไม้มงคล 76 จังหวัด สวนพฤกษศาสตร์ ค่ายพักแรม สวนป่าในเมือง สวนปิคนิค พิพิธภัณฑ์รถไฟ และขณะนี้กำลังมีการจัดสร้างห้องเรียนธรรมชาติ “อุทยานผีเสื้อและแมลง” ในสวนรถไฟ พื้นที่ 4 ไร่ ซึ่งจะสามารถเปิดให้ชมได้เดือนสิงหาคม 45 นี้ ขยายบริการด้านนันทนาการทั่วถึงเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการด้อยโอกาส สำหรับยุทธศาสตร์การบริการด้านนันทนาการ เด็กและเยาวชน นั้น ทางสำนักสวัสดิการสังคมได้ขยายการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ครอบคลุมกลุ่มครอบครัว ผู้สูงอายุ และเด็กพิการ ด้วย โดยในปี 2545 จะการจัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อเด็กพิการ เช่น การเข้าค่ายพักแรม ณ สวนรถไฟ ปีละ3 ครั้ง จำนวน 2,000 คน การฝึกสอนกีฬาให้คนพิการ การจัดกิจกรรมเพื่อครอบครัว “Parent Zone ” ในศูนย์เยาวชนกทม.ทั้ง 10 แห่ง ๆละ 24 ครั้ง ๆ 30 ครอบครัว การจัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุ โดยในปี 45 จะมีการจัดตั้ง “สโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งกรุงเทพมหานคร”เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่งที่ศูนย์เยาวชนมีนบุรี ศูนย์เยาวชนบางขุนเทียน และศูนย์เยาวชนพฤกษมาลา จากปัจจุบันตั้งอยู่ที่สวนลุมพินีเป็นแห่งแรก ขณะเดียวกันก็ได้ใช้งบประมาณปี 2545 จัดสร้างศูนย์นันทนาการชุมชน ในสวนสาธารณะและชุมชนเพิ่มอีก 4 แห่ง ภายในสวนหนองจอก ชุมชนคลองเตย(บ่อนไก่) สวนรมณีนาถ และสวนสราญรมย์ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 44 เป็นต้นมา ทำให้มีศูนย์นันทนาการชุมชนในสวนเพิ่มเป็น 6 แห่ง จากเดิมมีเพียง 2 แห่ง ที่สวนรถไฟ และชุมชนสะพานพระราม 9 ซึ่งมีผู้มาใช้บริการวันละประมาณ 800-1,200 คน จัดค่ายครอบครัวอบอุ่นเพิ่มอีก 19 เขต นายอนันต์กล่าวด้วยว่า สำนักสวัสดิการสังคมได้ดำเนินการภายใต้ ”ยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัวและการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต” โดยสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ตามแนวคิดครอบครัวอบอุ่นสร้างชุมชนพ่อแม่คุณภาพ (Parent Zone) เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพ่อแม่ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ในค่ายครอบครัว เกมส์ครอบครัว ในทุกพื้นที่กรุงเทพฯ จากปี 44 ที่ดำเนินการนำร่องแล้ว 6 เขต ได้แก่ เขตคลองสาน จตุจักร ดินแดง บางพลัด ประเวศ และปทุมวัน ปี 45 นี้จะขยายเพิ่มอีก 19 เขต ก่อนจะขยายให้ครบทั้ง 50 เขตในปีต่อๆไป ซึ่งคาดว่าจะมีครอบครัวมาร่วมกิจกรรมประมาณปีละ 1,800 ครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยปี 45 จะเพิ่มห้องสมุดประชาชนอีก 4 แห่ง ที่เขตราษฎร์บูรณะ เคหะชุมชนดินแดง 2 อนุสรณ์สถานวีรชนประชาธิปไตย และเสรีไทยนุสรณ์ จากเดิมที่อยู่ 14 แห่ง การเพิ่มห้องสมุดขนาดเล็ก “บ้านหนังสือ” ในชุมชนอีก 11 แห่ง จากเดิมมีอยู่ 10 แห่ง และจะเพิ่มอีก 20 แห่งในปี 46 ขณะเดียวกันก็จะปรับปรุงห้องสมุดประชาชนให้ทันสมัยเป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 6 แห่ง รวมทั้งขยายเวลาในการให้บริการห้องสมุดประชาชนเพิ่มขึ้นอีกด้วย อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยจัดงานประเพณีที่สำคัญ นอกจากนี้สำนักสวัสดิการสังคมได้ส่งเสริมให้มีการจัดงานประเพณีที่สำคัญ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย โดยจัดกิจกรรมตามเทศกาลต่างๆ อาทิ การทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ ประเพณีสงกรานต์ และประเพณีลอยกระทง เป็นต้น อีกทั้งยังส่งเสริมให้กทม. เป็นศูนย์กลางประสานงานวัฒนธรรมเมือง เพื่อประสานงานการจัดกิจกรรมกับเขตพื้นที่และสภาวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนจัดตั้งงบประมาณกลางในการส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังจัดให้มีโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ โครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมระหว่างกรุงเทพมหานครกับมหานครมอสโก โครงการค่ายเยาวชนเครือข่ายพันธมิตรเอเชี่ยนเกมส์ และโครงการเทศกาลวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความสุขให้กับเมืองด้วยดนตรีในสวน กรุงเทพมหานครมีนโยบายให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงผลงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม นันทนาการ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการสร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความสุขให้กับเมือง ผ่อนคลายความ ตึงเครียดในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ตลอดจนเป็นที่ชุมนุมของครอบครัวในวันหยุด ดังนั้นจึงได้จัดกิจกรรม “ดนตรีในสวน” ขึ้น ซึ่งได้รวบรวมบทเพลงไพเราะมาจัดแสดง อาทิ บทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงคลาสสิค เพลงป๊อปปูล่า และเพลงสากล ซึ่งจะจัดแสดงตั้งแต่เวลา 17.00 – 19.00 น. โดยประชาชนสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับในเดือนมกราคม 2545 มีกำหนดการจัดแสดงดนตรีในสวน ดังนี้ วันเสาร์ที่ 12 ม.ค. 45 จัดแสดงดนตรีใน สวนรถไฟ ณ บริเวณสวนรถไฟ เขตจตุจักร บรรเลงเพลงโดยวง Bangkok Symphony Orchestra นักร้องรับเชิญ ได้แก่ คุณธีรนัยน์ ณ หนองคาย วันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค.45 จัดการแสดงดนตรีในสวน ณ บริเวณสวนปาล์ม สวนลุมพินี บรรเลงเพลงโดยวง Bangkok Symphony Orchestra นักร้องรับเชิญ ได้แก่ คุณธีรนัยน์ ณ หนองคาย วันเสาร์ที่ 19 ม.ค.45 จัดแสดงดนตรีในสวนรถไฟ ณ บริเวณสวนรถไฟ เขตจตุจักร บรรเลงเพลงโดยวง Bangkok Symphony Orchestra นักร้องรับเชิญ ได้แก่ คุณสันติ ลุนเผ่ วันอาทิตย์ที่ 20 ม.ค.45 จัดแสดงดนตรีในสวน ณ บริเวณสวนปาล์ม สวนลุมพินี บรรเลงเพลงโดยวง Bangkok Symphony Orchestra นักร้องรับเชิญ ได้แก่ คุณสันติ ลุนเผ่ วันเสาร์ที่ 26 ม.ค.45 จัดแสดงดนตรีในสวนรถไฟ ณ บริเวณสวนรถไฟ เขตจตุจักร บรรเลงเพลงโดยวง Bangkok Wind Symphony นักร้องรับเชิญ ได้แก่ เสาวนิตย์ นวพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 27 ม.ค.45 จัดแสดงดนตรีในสวน ณ บริเวณสวนปาล์ม สวนลุมพินี บรรเลงเพลงโดยวง Bangkok Wind Symphony ให้การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบภาวะยากลำบาก ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบภาวะยากลำบากที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเป็น จำนวนมาก ได้แก่ เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ติดเชื้อเอดส์ และสตรี ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ให้ความดูและและช่วยเหลือด้านทุนประกอบอาชีพ ทุนฝึกอาชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ค่ารักษาพยาบาล แก่ผู้ที่ด้อยโอกาส นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางในการประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตกรุงเทพมหานครเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ สำหรับกลุ่มเด็ก เยาวชน ซึ่งเป็นเด็กเร่ร่อน และยากจนนั้น ได้จัดครูอาสาสอนและอาสาสมัครพิทักษ์เด็ก ดูแลเด็กในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนา ฟื้นฟู ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก รวมถึงให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ อาทิ ทุนฝึกอาชีพ ทุนการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล และการส่งเด็กกลับสู่ครอบครัว เพื่อให้เด็กเหล่านี้เกิดความรู้สึกที่ดีว่าสังคมไม่ได้ทอดทิ้ง นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์สร้างโอกาส สวนลุมพินี และบ้านสร้างโอกาส สวนจตุจักร เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเร่ร่อนได้มีสถานที่ซึ่งสามารถเรียนรู้และเข้าไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้อีกด้วย สำหรับในปี 2545 จะขยายพื้นที่ดำเนินการจัดตั้งศูนย์สร้างโอกาสอีก 5 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ฯ ทุ่งครุ, พระราม 9, เชิงสะพานพุทธ ฝั่งธนบุรี, เคหะคลองจั่น และเชิงสะพานพระราม 3 ฝั่งธนบุรี ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับเด็กเร่ร่อนได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 คน/ปี ตลอดจนการให้การสงเคราะห์ กลุ่มผู้สูงอายุที่ยากจน ไม่สามารถช่วยตนเอง โดยการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพประจำวัน ค่ารักษาพยาบาล เครื่องอุปโภคบริโภค แว่นสายตา และอื่นๆ อีกทั้งจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยส่งเสริม กิจกรรมการร่วมกลุ่มเป็นชมรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมคุณค่า และศักยภาพแก่ผู้สูงอายุ นอกจากการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังได้เปิดบริการสายด่วนเพื่อสังคม ให้บริการปรึกษาทางโทรศัพท์แก่ผู้มีปัญหาทุกประเภท โดยทีมนักสังคมสงเคราะห์และอาสาสมัครสายด่วน จำนวน 30 คน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.30 – 16.30 น. ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2644-3344 และในปี 2545 จะขยายบริการเพิ่มอีก 4 คู่สาย ซึ่งจะสามารถให้บริการแก่ผู้มีปัญหาได้ปีละ 5,000 ราย มุ่งพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์ฝึกกีฬาของกรุงเทพมหานครขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ได้ออกกำลังกายและพัฒนาทักษะด้านกีฬาเพื่อความเป็นเลิศและก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้จัดให้มีการฝึกสอน อบรมให้เยาวชนได้พัฒนาด้านการกีฬา อีกทั้งยังส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา อาทิ กีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาคนพิการ ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาเป็นที่น่ายินดีกับนักเรียนโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานครที่สามารถชนะเลิศการแข่งขันได้ในหลายประเภท ซึ่งนอกจากที่จะผลิตนักกีฬาที่มีคุณภาพแล้ว กรุงเทพมหานครยังได้ฝึกอบรมและสัมมนาบุคลากรทางการกีฬา อบรมผู้ฝึกสอนกีฬาสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ อบรมผู้ตัดสินกีฬา และอบรมอาสาสมัครลานกีฬา ฯลฯ อีกทั้งจะพัฒนาการออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ โดยจะจัดกีฬาแอโรบิคชาย ซึ่งจะนำแม่ไม้มวยไทยมาประยุกต์เป็นท่าเต้น เป็นการเชิญชวนให้ผู้ชายมาเต้นแอโรบิคเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ปัจจุบันศูนย์ฝึกกีฬาของกรุงเทพมหานคร มีจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด ศูนย์ฝึกกีฬาประชานิเวศน์ เขตจตุจักร ศูนย์ฝึกกีฬาบางบอน และศูนย์ฝึกกีฬาอ่อนนุช เขตประเวศ และในปี 2545 จะเปิดศูนย์กีฬาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อเป็นของขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ คือ ศูนย์เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี ซึ่งจะมีพิธีเปิดโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 10 ม.ค. 45--จบ-- -นห-