บอร์ดบีโอไออนุมัติโครงการส่งท้ายปี 44 ให้ส่งเสริมการลงทุนท่าเทียบเรือที่แหลมฉบัง - newswit
กรุงเทพฯ--2 ม.ค.--บีโอไอ บอร์ดบีโอไออนุมัติ 3 โครงการส่งท้ายปี 2544 เงินลงทุนรวมกว่า 5 พันล้านบาท โดยให้ส่งเสริมการลงทุนแก่ท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ที่แหลมฉบัง ตามนโยบายพัฒนา พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก พร้อมให้ส่งเสริมการขยายกิจการผลิตกาแฟสำเร็จรูป และท่อทองแดงไร้ตะเข็บ ผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้ส่งเสริมการลงทุนแก่ กิจการขนถ่ายสินค้าสำหรับเรือเดินทะเลของบริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินอล จำกัด มูลค่าเงินลงทุน 2,729 ล้านบาท โครงการนี้จัดเป็นกิจการที่บีโอไอให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยโครงการนี้ เป็นท่าเทียบเรือที่จะให้บริการหลักในการขนถ่ายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ จัดเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย พัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด และจะช่วยลดปริมาณการ ขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือกรุงเทพ กิจการขนถ่ายสินค้าสำหรับเรือเดินทะเลจะเป็นการลงทุนสร้างท่าเทียบเรือคอนกรีตขึ้นบนพื้นที่ 108 ไร่ ที่ท่า A2 ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มีความยาวหน้าท่า 400 เมตร ความลึก 14 เมตร สามารถรองรับเรือได้ตั้งแต่ขนาด 5,000 - 50,000 เดทเวทตัน ให้บริการหลัก ในการขนถ่ายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ และขนถ่ายสินค้าทั่วไปที่เป็นหีบห่อ โดยสามารถขนถ่านสินค้า ตู้คอนเทนเนอร์ปีละประมาณ 396,000 ทีอียู และขนถ่ายสินค้าทั่วไปปีละประมาณ 150,000 ตัน ทั้งนี้ บริษัท ไทยแหลมฉบัง เทอร์มินอล จำกัด ได้รับการคัดเลือกจากการท่าเรือแห่ง ประเทศไทยให้เป็นผู้ได้รับสัมปทานในการลงทุน ก่อสร้างบริหาร และประกอบการท่าเรือพาณิชย์ แหลมฉบับ ท่า A2 เป็นเวลา 30 ปี นอกจากนี้บอร์ดบีโอไอได้อนุมัติให้ส่งเสริมการขยายกิจการผลิตกาแฟสำเร็จรูปของบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำการผลิตกาแฟสำเร็จรูปปีละประมาณ 19,000 ตัน ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 2,200 ล้านบาท โดยจะจัดจำหน่ายในประเทศร้อยละ 85 ใช้วัตถุดิบในประเทศ ทั้งสิ้นคือกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งมีพื้นที่ปลูกในประเทศไทยประมาณ 4 แสนไร่ คิดเป็นผลผลิต ประมาณ 8 หมื่นตันซึ่งส่วนใหญ่จะส่งออกเป็นเมล็ดกาแฟดิบ ตามโครงการนี้จะใช้เมล็ดกาแฟดิบ ประมาณ 28,000 ตันซึ่งจะช่วยพยุงราคาเมล็ดกาแฟดิบได้ระดับหนึ่ง นอกจากจะจัดจำหน่าย ในประเทศบริษัทได้พยายามขยายตลาดไปในแถบอินโดจีน โดยจะส่งออกผลิตภัณฑ์ประมาณร้อยละ 15 ผ่านเครือข่ายทั่วโลกของบริษัท Nestle Products Inc. บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด เป็นผู้ผลิตกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อเนสกาแฟ ซึ่งเป็น ผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 80 โดยบริษัทจะจัดซื้อกาแฟดิบ จากเกษตรกรในเขตจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชและระนอง บอร์ดบีโอไอยังได้ให้ส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท ฟูรูกาวา เม็ททัล (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจการผลิตท่อทองแดงไร้ตะเข็บ ที่จังหวัดสระบุรี ใช้เงินลงทุน 960 ล้านบาท มีกำลังการผลิตปีละ 6,000 ตัน สัดส่วนการส่งออกร้อยละ 30 ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จะเป็นท่อ ทองแดงไร้ตะเข็บแบบผิวในเรียบ ตลาดสำคัญได้แก่ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป--จบ-- -อน-