(ต่อ1) บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง UNFAITHFUL จากทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ (ประเทศไทย) - newswit

กรุงเทพฯ--2 เม.ย.--ทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ (ประเทศไทย) มาร์ติเนซได้รับรางวัล Cesar Award ในฐานะนักแสดงวัยเยาว์อนาคตไกล จากผลงานในหนังดราม่าของเบอร์ตแลนด์ ไบลเออร์ เรื่อง "1,2,3 Soleil" แสดงร่วมกับมาร์เซลโล มาสโตรเอียนนี่ ผลงานที่ทำให้มาร์ติเนซได้รับการต้อนรับในต่างประเทศคือเรื่อง "Horseman on the Roof' ซึ่งเขารับบททหารอิตาเลียนผู้กล้าหาญในสมัยศตวรรษที่ 19 ซึ่งตกหลุมรักหญิงที่สมรสแล้ว ซึ่งรับบทโดยจูเลียต บินอค ผลงานภาพยนต์อื่นๆรวมถึง เรื่อง "Mon Homme" ของเบอร์ตแลนด์ ไบลเออร์ และเรื่อง "The Chambermaid on the Titanic" ของบิกัส ลูน่า, เรื่อง "La Ville des Prodiges" ของมาริโอ คามุส, เรื่อง "Toreros" ของอีริค บาร์เบียร์ กับคล้อด บราเซอร์ และหนังของจูเลียน ชนาเบล "Before Night Falls" กับจาเวียร์ บาร์เดม มาร์ติเนซกำลังอยู่ในระหว่างเริ่มการถ่ายทำหนังของโชว์ไทม์เรื่อง "The Roman Spring of Mrs. Stone" คู่กับเฮเลน เมอร์เรน เป็นอิตาเลียนจิ๊กโกโล่ ซึ่งวอร์เรน เบ๊ตตี้เคยสวมบทบาทนี้มาก่อน แชด โลว์ (บิล สโตน) เริ่มงานแสดงเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 15 เกิดที่เดย์ตัน รัฐโอไฮโอ เป็นบุตรชายของทนายความและมารดานักประพันธ์นวนิยาย เขาย้ายตามครอบครัวมายังลอส แอนเจลิสเมื่ออายุได้ 9 ปี และถูกชักชวนโดยเพื่อนบ้านของเขา ชาร์ลี ชีน ให้เข้าสู่วงการ หลังจากจบไฮสกูลเขาไปอยู่นิวยอร์คและเข้าศึกษากับ Alan Savage ระหว่างนั้นเขาได้แสดงที่ WPA Theatre ในผลงานของดอน นิโกร เรื่อง "Grotesque Love Songs" และยังรับบทนำในเรื่อง "Huckleberry Finn" ที่ Williamstown Theatre Festival ใน Massachusetts โลว์ยังมีผลงานภาพยนต์มากมาย รวมทั้ง "Your Guardian," "Floating," "Driven," "Quiet Days in Hollywood," "Highway to Hell," "Nobody's Perfect" และ "Apprentice to Murder" งานแสดงของเขาทางโทรทัศน์ได้แก่ "The John Denver Story," "The Apartment Complex," "In the Presence of Mine Enemies," "An Inconvenient Woman," "So Proudly We Hail," "April Morning," "There Must Be a Pony,' "Silence of the Heart," และ "No Means No" เขาได้รับรางวัล Emmy Award ในบทของคนไข้โรคเอดส์ เจส แมคเคนนาในซีรี่ส์เรื่อง "Life Goes On" ผลงานโทรทัศน์ที่ยังฉายอยู่ คือ "Now and Again," "Popular" และ "ER" และเป็นดารารับเชิญให้กับ "Touched By An Angel" โลว์แต่งงานกับนักแสดงเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง ฮิลลารี่ สแวงค์ เคท เบอร์ตัน (เทรซี่) มีผลงานแสดงจากเรื่อง The Ice Storm (อั้งลี่), Celebrity (วู้ดดี้ อัลเลน), August (แอนโทนี่ ฮอบกินส์), The First Wives Club (ฮิว วิลสัน), Big Trouble in Little China (จอห์น คาร์เพนเตอร์) และ Swimfan 85 (จอห์น พอลสัน) ทางโทรทัศน์ล่าสุดเพิ่งรับบทอัยการซูซาน อเล็กซานเดอร์ ในเรื่อง The Practice (ABC) และเป็นดารารับเชิญให้ซิดนีย์ ลูเม็ท เรื่อง 100 Centre St. (A&E) และ Law and Order'sCriminal Intent (NBC) ทั้งคู่กำกับการแสดงโดยสตีฟ ฮิล เธอใช้เวลาช่วงซัมเมอร์แสดงที่ The Williamstown Theater Festival ซึ่งเธอรับบทในเรื่อง The Winter's Tale กำกับการแสดงโดยดาร์โก เทรสเนียค เคทเป็นเจ้าของรางวัล Emmy และ รางวัล Theater World ล่าสุดเธอนำเสนอผลงานสร้างชื่อเรื่อง Hedda Gabler ที่บรอดเวย์ภายใต้การกำกับของนิโคลัส มาร์ติน มาร์กาเร็ต โคลิน (แซลลี่) เป็นที่รู้จักดีจากผลงานในเรื่อง "Independence Day" และ "The Devil's Own" รวมทั้งผลงานโทรทัศน์เรื่อง "Now and Again" ซึ่งเธอรับบทภรรยาของอีริค โคลส เกิดและโตในนิวยอร์คซิตี้ โคลินจบการศึกษาจาก Baldwin School และเริ่มงานแสดงจากการเล่นละครโทรทัศน์กลางวันเรื่อง "The Edge of Night." และผลงานซีรี่ส์ที่ตามมาหลายเรื่อง "The Wright Verdicts," "Legwork," และ "Chicago Hope." เธอมีผลงานภาพยนต์โทรทัศน์ ได้แก่ "Swing Vote," "Traveling Mad," "A Time to Say Goodye," "Hit and Run," "The Return of Sherlock Holmes," "Warm Hearts and Cold Feet," และ "Goodnight Sweet Wife" แฟนละครเวทีนิวยอร์คได้ชื่นชมผลงานของเธอจากเรื่อง "Jackie" ซึ่งเธอรับบทแจ็กเกอลีน เคเนดี้ โอนาซิส และได้รับรางวัล Theater World Award และละครนอกบรอดเวย์ที่ Manhattan Theater Club เรื่อง "Psychopathia Sexualis" "Sight Unseen," และ "Aristocrats" ซึ่งเรื่องหลังสุดทำให้เธอได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Drama Desk ผลงานภาพยนต์ อาทิเช่น "The Adventures of Sebastian Cole," "Terminal Velocity," "The Butcher's Wife," "Something Wild," "Like Father, Like Son," "Three Men and a Baby," "True Believer" และ "Amos and Andrew." อีริค เพอ ซุลลิแวน (ชาร์ลี) เป็นที่รู้จักดีของผู้ชมโทรทัศน์ทั่วประเทศในชื่อ "Dewey" น้องชายของแฟรงกี้ มูนิซ ในซิทคอมฮิตของฟอกซ์ เรื่อง "Malcolm in the Middle" เขาและเพื่อนนักแสดงได้รับรางวัล The Hollywood Reporter Young Star สำหรับคณะนักแสดงคอมเมดี้ เขาได้รับรางวัล WAVM Distinguished Young Achievement Award ที่บ้านเกิดของเขาในแมสซาชูเซส เกียรติบัติจากวุฒิสภาและสภาผู้แทนแห่งแมสซาชูเซส ในความสามารถทางการแสดงภาพยนต์และโทรทัศน์ ผลงานที่มีชื่อของเขาคือ "The Cider House Rules" "Joe Dirt" และ "Wendigo" เกิดเมื่อ 12 กรกฎาคม 1991 อีริคเป็นลูกครึ่งสวีดิช/อเมริกัน ผู้พูดได้คล่องทั้งภาษาอังกฤษและสวีดิช เขาเป็นเจ้าของสายดำชั้นหนึ่งจากเทควันโด งานอดิเรกอื่นๆ ยังมี แข่งขันเรเซอร์สกู้ตเตอร์ ลูกดิ่งโย-โย่ ตกปลา และต่อสู้ด้วยเพนท์บอล โดมินิค ไชอานีส (วิลสัน) ได้รับความนิยมจากบทบาท Uncle Junior ในซีรี่ส์ฮิตของ HBO เรื่อง "The Sopranos" อาชีพแสดงยาวนานเริ่มตั้งแต่ปี1952 กับ American Savoyards รับบทในละครโอเปร่าของกิลเบิร์ตและซุลลิแวนเรื่อง "The Mikado" และ"Patience" ได้รับรางวัลในฐานะนักแสดงจาก Brooklyn College และแสดงในละครดราม่าและเพลงในโรงละครหลายแห่งเช่น The Arena Stage, Center Stage, The Yale Rep, Long Wharf, the Walnut Street Theatre, และ the New York Shakespeare Festival ผลงานที่บรอดเวย์ได้แก่ "The Rose Tattoo," "The Water Engine," "Oliver," "Richard II," "Requiem for a Heavyweight," และ "Scratch" และภาพยนต์เรื่อง"Dog Day Afternoon," "Q and A," "Godfather II," "And Justice for All," "All the President's Men," และ "Fort Apache, The Bronx." ผลงานทางโทรทัศน์ยังมี "Kojak," "East Side, West Side," "Beacon Hill," "Dark Shadows," และกำลังออกอากาศอยู่คือเรื่อง "Law and Order." ทีมงาน เอเดรียน ลิน (ผู้กำกับการแสดง/อำนวยการผลิต) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานสร้างภาพยนต์หลายเรื่องที่ผู้ชมกล่าวขวัญถึงในปลายศตวรรษที่ยี่สิบ อาทิเช่น "Fatal Attraction," "9 1/2 Weeks," "Flashdance," "Indecent Proposal" and "Jacob's Ladder" เกิดที่ปีเตอร์เบอเรอห์ อังกฤษ และเติบโตในลอนดอน ลินศึกษาที่โรงเรียน Highgate ซึ่งบิดาเขาเป็นครูอยู่ที่นั่น ตอนอายุได้ 20 ปี เขาเป็นนักเป่าทรัมเป็ตให้กับวงดนตรีแจ๊ซ เขาเป็นคอหนังขนานแท้ในช่วงวัยเรียนและได้รับแรงบันดาลในที่จะสร้างภาพยนต์ของตนเองจากการทำงานให้ผู้กำกับการแสดงหลายคน เช่น Godard, Truffaut และ Chabrol ที่เฟรนช์นิวเวฟ ผลงานหนังสั้นสองเรื่องแรกของเขา คือ "The Table" และ "Mr. Smith" ได้รับการนำเสนออย่างเป็นทางการที่ London Film Festival ผลงานสร้างภาพยนต์เรื่องแรกของลินในปี 1980 คือเรื่อง "Foxes" เป็นมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสาววัยรุ่น 4 คน ที่เติบโตในซาน เฟอร์นานโด แวลลีย์ ลอสแอนเจลิส นำแสดงโดยโจดี้ ฟอสเตอร์ เรื่องต่อมาคือ "Flashdance" ผลงานสร้างสรรค์เพลงร็อคแอนด์โรลและลีลาเต้นแนวใหม่และจินตนาการอันหวือหวาซึ่งเป็นที่ฮือฮาในปี 1983 ด้วยวิสัยทัศน์ในด้านการแสดงอันเชี่ยวชาญของลิน เมื่อผสานเข้าอย่างกลมกลืนกับเพลงอันทรงพลังของจิออจิโอ มอรอเดอร์ ก่อให้เกิดผลงานน่าประทับใจอันเป็นเรื่องราวของสาวนักเต้น (เจนนิเฟอร์ บีล ในผลงานเรื่องแรกของเธอ) ผู้ทำงานในโรงงานตอนกลางวัน และเป็นนักเต้นที่ไนท์คลับในตอนกลางคืน ภาพยนต์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตุ๊กตาทองถึง 3 รางวัล และได้รับรางวัลเพลงประกอบภาพยนต์ยอดเยี่ยม จากเพลง "What a Feeling" ในปี 1986 ลินก่อให้เกิดกระแสตอบโต้จากเรื่อง "9 1/2 Weeks" สร้างจากนวนิยายของ อลิซาเบ็ธ แมคนีล เรื่องราวกามารมณ์อันร้อนแรง นำแสดงโดย มิคกี้ เริร์ก และคิม บาซิงเจอร์ แม้จะได้รับการพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่โจ๋งครึ่มเกินไปจนถูกตัดตอนสำหรับฉายในอเมริกา แต่ในการฉายเต็มเรื่องนอกประเทศนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ภาพยนต์เรื่องที่สี่ของลินได้กลายเป็นปรากฎการณ์ยอดฮิตจาก "Fatal Attraction" และจนถึงปัจจุบันทำรายได้เกินกว่า 450 ล้านเหรียญทั่วโลก เรื่องราวของทนายความ (ไมเคิล ดักกลาส) ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตสมรสซึ่งพยายามตัดความสัมพันธ์กับหญิงสาวสวยโสด (เกล็น โคลส) เพื่อที่จะพบว่าเธอพยายามที่จะครอบครองเขาและทำร้ายครอบครัวของเขา หนังเรื่องนี้ก่อให้เกิดกระแสการตอบรับอย่างรุนแรงจากผู้ชมและกลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จอย่างมากเรื่องหนึ่งแห่งปี และได้รับขนานนามว่า "สุดยอดหนังฮิตแห่งทศวรรษ" จากไทม์แมกกาซีน และ "Fatal Attraction" ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองถึง 6 รางวัลในฐานะภาพยนต์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม, ดารานำหญิงยอดเยี่ยม (เกล็น โคลส),ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม (แอนน์ อาร์เชอร์), บทภาพยนต์ยอดเยี่ยม และลำดับภาพยอดเยี่ยม ในปี 1990 ลินสร้างผลงานระทึกขวัญเกี่ยวกับโรคจิตที่น่าสพึงกลัวในเรื่อง "Jacob's Ladder" บทประพันธ์โดยบรูซ โจเอล รูบิน ("Ghost") เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทอง และนำแสดงโดยทิม รอบบินส์, อลิซาเบ็ธ พีน่า และแดนนี่ ไอโล โดยเรื่องราวดำเนินไปในชีวิตของทหารผ่านศึกเวียดนามจาค็อบ ซิงเกอร์ (รอบบินส์) ระหว่างโลกแห่งความจริงอันน่าสพึงกลัวและจินตนาการร้ายกาจเหนือคำบรรยาย เพื่อพบกับคำตอบอันน่าตกใจและบทสรุปที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กัน หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยมจาก Avoriaz Film Festival ในเรื่อง "Indecent Proposal" ลิน ได้ทดสอบถึงสิ่งที่กามารมณ์ให้ความสำคัญระหว่างความสัมพันธ์และเงินตรา นำแสดงโดยโรเบิร์ต เรดฟอร์ด, วู้ดดี้ ฮาเรลสัน และเดมี่ มัวร์ "Indecent Proposal เป็นหนังที่ได้รับความนิยมทั่วโลก หนังเรื่องล่าของเขาคือ "Lolita" จากนิยายคลาสสิคร่วมสมัยของวลาดิเมียร์ นาโบคอฟ ถูกถ่ายทำเพื่อนำเสนอในรูปแบบเธียเตอร์ แต่ตัวแทนจำหน่ายในอเมริกากลับไม่สนใจเนื่องมาจากความขัดแย้งบางประการ หนังออกฉายเป็นครั้งแรกโดยโชว์ไทม์ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการจัดจำหน่ายรูปแบบเธียเตอร์ในประเทศในเวลาต่อมา เมื่อไม่ได้ทำงานในอเมริกา ลินมีบ้านอยู่กับครอบครัวของเขาที่หมู่บ้านในทางตอนใต้ของฝรั่งเศส จี แมค บราวน์ (ผู้อำนวยการผลิต) เพียงในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่ทรงอิทธิพลในบริษัทโปรดักชั่น East Coast เริ่มงานเป็นผู้จัดการด้านโปรดักชั่นเมื่ออายุ 25 กับหนังสยองขวัญ "Amityville: The Posession" และ "Amityville 3-D" ตั้งแต่ปี 1982 ถึง 1986 เขารั้งตำแหน่งเดียวกันให้กับสตูดิโอหลากหลายซึ่งผลิตผลงาน เช่น "Jumpin' Jack Flash," "Miracles," "Who's That Girl?' "Baby Boom," "Ishtar" และ "The Pick-Up Artist." เรื่อง "Hello Again" ในปี l987 เขาได้กลายมาเป็นผู้ร่วมอำนวยการผลิต หลังจากนั้นบราวน์ได้ร่วมงานกับบริษัทภาพยนต์เยอรมันชั้นนำ Neue Constantin Film และรับตำแหน่ง line producer ให้ดอริส ดอรี่ในเรื่อง "Me and Him" และให้อุลลี่ อีเดล ในเรื่อง "Last Exit to Brooklyn" เมื่อกลับมาจับงานทางด้านภาพยนต์เขาร่วมอำนวยการผลิต "She-Devil" และเป็นผู้บริหารและดำเนินงานสร้างให้เรื่อง "Once Around" สร้างเรื่อง "Urban Anxiety" ให้กับ Propaganda Films/Fox TV, และตั้งแต่นั้นมาก็มีผลงานต่อเนื่องใน : "Scent of a Woman" (ประสานงานผลิต), "Flesh and Bone" (ร่วมอำนวยการผลิต), "With Honors (ร่วมอำนวยการผลิต), "The Cowboy Way" (บริหารและดำเนินงาน), "To Wong Foo, Thanks for Everything, Julie Newmar" (อำนวยการผลิต), "Michael" (ร่วมอำนวยการผลิต), "In and Out" (ร่วมอำนวยการผลิต), "You've Got Mail" (บริหารและดำเนินงาน), and "Anna and the King" (ร่วมอำนวยการผลิต) อัลวิน ซาร์เจิ้น (บทภาพยนต์) เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองสองตัวซ้อนจากบทภาพยนต์เรื่อง "Julia" และ "Ordinary People" และได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองใน "Paper Moon" เขายังได้รับรางวัล 3 ครั้งจาก Writers' Guild Awards (เรื่อง "Julia," "Ordinary People" และ "Paper Moon") ในปี1991 ได้รับรางวัล Screenwriting Achievement จาก Writers' Guild Laurel Award ล่าสุดเพิ่งเสร็จจากการเขียนสคริปท์เรื่อง "Spider-Man" ผลงานภาพยนต์อื่นๆ เช่น "Anywhere But Here," "Hero," "Other People's Money," "White Palace," "Dominick and Eugene," "Nuts," "Straight Time," "Bobby Deerfield," "The Effect of Gamma Rays on Man-in-the-Moon Marigolds," "Love and Pain and the Whole Damn Thing," "I Walk the Line," "The Sterile Cuckoo," "The Stalking Moon" และ "Gambit" ผลงาน สคริปท์โทรทัศน์ได้แก่ "Footsteps" และ"The Impatient Heart" วิลเลี่ยม บรอยล์ส จูเนียร์ (บทภาพยนต์) อดีตนาวิกโยธินติดยศ เขาเคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองและ Writers' Guild ในเรื่อง "Apollo 13" ซึ่งเขาเขียนร่วมกับเพื่อนเก่าแก่ อัล ไรเนิร์ท บทภาพยนต์ของพวกเขาชนะรางวัล PEN Center Literary ในฐานะบทภาพยนต์ยอดเยี่ยม บรอยล์เป็นผู้เขียนบทเรื่อง "Cast Away," และหนังนำมาทำใหม่ของทิม เบอร์ตัน เรื่อง "Planet of the Apes" ซึ่งจัดจำหน่ายโดยทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ผลงานของเขายังมี "Entrapment," แสดงโดย ชอน คอนเนอรี่ และแคทเธอรีน ซีต้า-โจนส์ บรอยล์สเป็นบรรณาธิการผู้ก่อตั้งแมกกาซีนได้รับรางวัล Texas Monthly และหัวหน้ากองบรรณาธิการของ California, และ Newsweek. เขามีผลงานเขียนมากมายทางแมกกาซีน เขาประพันธ์หนังสือเรื่อง Brothers in Arms, และเป็นผู้ร่วมสร้างซีรี่ส์โทรทัศน์เรื่อง "China Beach" ซึ่งได้รับ 12 รางวัลจาก Emmy ปีเตอร์ บิวีอู, BSC (ผู้กำกับภาพ) ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากฝีมือการถ่ายทำหนังของอลัน ปาร์กเกอร์ เรื่อง "Mississipi Burning" และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA และ British Society of Cinematographers และจากเรื่อง "The Truman Show" เขาได้รับเสนอชื่อชิงรางวัล BAFTA อีกครั้ง ในเรื่อง "Another Country" เขาได้รับรางวัล Creative Contribution จาก Cannes Film Festival ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขายังรวมถึง 3 เรื่องที่ร่วมงานกับอลัน ปาร์กเกอร์ ได้แก่ "The Road to Wellville," "Pink Floyd: The Wall" และ "Bugsy Malone" ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกของเขา และยังเป็นผู้ถ่ายทำเรื่อง "Richard III" นำแสดงโดยเซอร์เอียน แมคคัลแลน ผู้กำกับการแสดงที่เขาเคยร่วมงานด้วย เช่น จิม เชอริแดน ("In the Name of the Father"), โรแลนด์ โจฟ ("City of Joy"), ทอม สต็อพพาร์ด ("Rosencrantz and Guildenstern Are Dead"), คริส เมนเจส ("A World Apart"), เทอร์รี่ กิลแลม ("Time Bandits"), เทอร์รี่ โจนส์ ("The Life of Brian"), และหลุยส์ มาล ผู้ล่วงลับ ("Damage") ครั้งสุดท้ายที่เคยร่วมงานกับเอเดรียน ลิน คือเรื่อง "9 1/2 Week" เอลเลน มิโรจนิค (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย) เป็นการกลับมาร่วมงานกับเอเดียน ลิน ครั้งที่สามในเรื่อง "Unfaithful" ก่อนหน้านี้เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับลินในเรื่อง "Fatal Attraction" และ "Jacob's Ladder" เคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล BAFTA ผลงานของเธอเพื่อเซอร์ริชาร์ด แอทเทนเบอเรอห์ใน "Chaplin" เธอเข้ามาสู่วงการภาพยนต์โดยเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเรื่อง "Fame" และ "Endless Love" ต่อจากนั้นมีผลงานจากเรื่อง "The Flamingo Kid," "Wall Street," "Talk Radio," "Cocktail"," "Always," "Black Rain," "Switch," "Mobsters," "Cliffhanger," "Intersection," "Speed," "Strange Days," "Mulholland Falls," "Twister," "The Ghost and the Darkness," "Face/Off," และ "What Women Want" เคยเป็นผู้ออกแบบให้กับเรื่อง "Reckless" และยังได้ร่วมแสดงเป็นครูสอนวิชาฟิสิกส์ในเรื่องอีกด้วย ผลงานทางโทรทัศน์คือการออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับนักบินในเรื่อง "Fame L.A." รวมทั้งงานแสดงเพลงชั้นเยี่ยมของรอดเจอร์สและแฮมเมอร์สไตน์เรื่อง "Cinderella" ซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Emmy ไบรอัน มอร์ริส (ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์) เกิดในแลงคาสเชียร์ อังกฤษ และได้รับการศึกษาที่ Manchester Art College และ Central School Arts and Crafts ในลอนดอน เริ่มชีวิตการทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยออกแบบฝ่ายศิลป์ให้กับ Royal Shakespeare Company in London and Stratford-on-Avon, และกลายมาเป็นผู้ออกแบบให้กับ Rediffusion Television ในลอนดอน ผลงานสร้างชื่อ อาทิเช่น "Yanks," "Quest for Fire," "The Hunger," "Angel Heart," "Jacob's Ladder" (กับเอเดรียน ลิน), "A World Apart," "Another Country," "The Commitments," "Damage." "The Road to Wellville," "Sabrina," "Evita," "The Boxer" และ "The Insider" แอน วี โคตส์, A.C.E. (ผู้ลำดับภาพ), เธอผู้นี้มีประสพการณ์อันกว่าห้าสิบปีในการทำงานในสองทวีป เริ่มทำงานลำดับภาพหลังสมัยสงครามโลกให้กับไมเคิล พาวเวลเรื่อง"The Red Shoes" ในปี 1952 มีชื่อเสียงจากผลงานเรื่อง "The Pickwick Papers" ตั้งแต่นั้นมาก็มีผลงานมากมาย เช่น "Greystoke: The Legend of Tarzan," "The Horse's Mouth," "Tunes of Glory," "The Eagle Has Landed," "Congo," "Chaplin," "What About Bob," และ "I Love You to Death," รวมทั้งจากการร่วมงานในเรื่อง "Ragtime" และ "Those Magnificent Men in Their Flying Machines." เธอได้รับรางวัลออสการ์จากหนังของเดวิด ลีน เรื่อง "Lawrence of Arabia" และเป็นผู้ควบคุมด้านลำดับภาพในการนำมาทำใหม่ของเรื่องนี้ในปี 1989 ล่าสุดเธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองจากหนังของสตีเวน ซอเดอเบิร์กเรื่อง "Out of Sight." รวมทั้งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลของ A.C.E. จากเรื่องเดียวกัน ผลงานที่ได้รับการเสนอชื่อชิงตุ๊กตาทองเรื่องอื่นคือ "In the Line of Fire" "The Elephant Man," และ "Becket" นอกจากนี้เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA จากเรื่อง "In the Line of Fire" "The Elephant Man," และ "Murder on the Orient Express" เกิดที่ไรเกต เซอร์เรย์ อังกฤษ และเข้ามายังสหรัฐเป็นครั้งแรกเมื่อทำงานลำดับภาพให้หนังที่อาร์โนลด์ ชวาซเนกเกอร์แสดงเรื่อง "Raw Deal" ได้รับรางวัล Career Achievement จาก The American Cinema Editors, และ BAFTA's Career Tribute และ Crystal Award จาก Women in Film-- จบ-- -อน-

ข่าว อาทิเช่น ล่าสุด