ปตท.ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันทุกราย - newswit
กรุงเทพฯ--27 มี.ค.--ปตท. พยายามจัดสรรงานให้กับอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันต้องไม่กระทบกระเทือนต่ออีกกลุ่มเช่นกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมจะเปลี่ยนสัญญาจ้างใหม่ให้ สอดคล้องกับการเป็นบริษัทมหาชน โดยคำนึงความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ขออย่านำรถบรรทุกเข้ามาเพื่อความสะดวกของผู้สัญจรทั่วไป นายอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของ ปตท.ว่ามีงานหลักๆ อยู่ 3 งาน คือ 1.โอนน้ำมันจากส่วนกลางไปยังส่วนภูมิภาค 2.ขนส่งน้ำมันเตาให้ กฟผ. 3. ขนส่งน้ำมันให้ลูกค้าสถานีบริการ หน่วยงานราชการ อุตสาหกรรม และอื่นๆ ซึ่งปัจจุบัน ปตท.มีลูกค้าขนส่งน้ำมันประมาณ 30 ราย มีทั้งบริษัทใหญ่และเล็ก ซึ่ง ปตท.ได้เน้นในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการบริการ ไม่มีการปลอมปนมาโดยตลอด ทั้งนี้ งานขนส่งแต่ละประเภทจะใช้สัญญาการจ้าง ขนส่งเป็นสัญญาเปิด (Open End) โดยได้มีการระบุจำนวนรถขนส่งไว้ในสัญญา และใช้ระบบประเมินผลการปฎิบัติงาน หากพบว่าไม่ได้มาตรฐานก็จะเลิกสัญญาการจ้าง เพื่อพัฒนาประสิทธิ-ภาพในการขนส่งผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัทให้ดียิ่งขึ้น การทำสัญญาเปิดนั้นเป็นการทำในช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟู มีอัตราการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 10% แต่ละบริษัทจึงได้เพิ่มรถเข้ามาในระบบ ขนส่งเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำลง ส่งผลให้ความต้องการใช้รถขนส่งน้ำมัน ลดน้อยลงตามไปด้วย รถขนส่งน้ำมันจึงมีจำนวนมากกว่างานในปัจจุบันใ นช่วงปี 2542 - 2543 กฟผ.มีการเปลี่ยนแปลงหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนน้ำมันเตา ทำให้มีผลกระทบต่อรถขนส่งน้ำมันเตา (บริษัท มนต์ทราน สปอร์ต จำกัด และบริษัท เรืองชัยกิจ ออยล์ แอนด์ ทรัค จำกัด) ซึ่ง ปตท.ก็ได้พยายามจัดสรรงานให้กับ 2 บริษัท เพิ่มขึ้น โดยให้ บริษัท มนต์ทรานสปอร์ต จำกัด ได้รับงานขนส่งน้ำมันอากาศยาน และงานขนส่งน้ำมันใส (แทนการขนส่งทางรถไฟ) ในขณะที่ บริษัท เรืองชัยกิจ ได้รับงานขนส่ง ลูกค้าและงานขนส่งน้ำมันใสเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของทั้ง 2 บริษัท ในช่วงปี 2544 ปตท.ได้มีนโยบายในการขนส่งน้ำมันทางท่อเพิ่มขึ้น โดยรถขนส่งน้ำมันเดิมที่รับจากโรงกลั่นไทยออยล์ศรีราชา จ.ชลบุรี มารับที่คลังน้ำมันสระบุรี ทำให้ระยะทางการ ขนส่งสั้นลง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันทุกกลุ่ม ซึ่งมีทั้งผู้ได้รับผลกระทบมาก และผู้ได้รับผลกระทบน้อย อนึ่ง นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ศกนี้ เป็นต้นไป จะมีงานขนส่งน้ำมันเตาไปที่โรงไฟฟ้า กฟผ.จ.ราชบุรี ในปริมาณ 70 ล้านลิตร ระยะเวลาในการขนส่งประมาณ 2-3 เดือน โดยแต่ละวันใช้รถขนส่งน้ำมัน 30 คัน คันละ 30,000 ลิตร ซึ่ง ปตท. ได้จัดสรรงานให้กับทั้ง 2 บริษัท แต่ทั้ง 2 บริษัทยังไม่พึงพอใจ ขณะเดียวกันยังยืนยันความต้องการที่จะขอรับงานโอนคลัง (ประเภทที่ 1) ปตท.จึงได้พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ประกอบการเดิมในประเภทที่ 1 และได้รับความร่วมมือระดับหนึ่ง ทำให้สามารถจัดสรรงานได้ทั้ง 2 บริษัท ในปริมาณรวม 82 เที่ยว/วัน แต่ทั้ง 2 บริษัทยังเรียกร้องขอให้เพิ่มปริมาณเป็น 3 เท่า ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวอีกกลุ่มไม่สามารถที่จะแบ่งปันให้ได้ เรื่องนี้จึงต้องมีการพิจารณาหาข้อสรุปอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 กลุ่มอย่างแท้จริง นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า สัญญาฯ ฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นสัญญาที่ทำขึ้นในปี 2539-2540 และได้มีการปรับปรุงในปี 2542 ซึ่งนับตั้งแต่ ปตท.จดทะเบียนเป็นบริษัทฯ มหาชน ปตท.ได้จัดเตรียมทำข้อกำหนดใหม่ โดยจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน ศกนี้ และจะได้จัดให้มีการจัดจ้างการขนส่งน้ำมันทางรถยนต์ใหม่ภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ให้บริการขนส่งทุกรายอย่างเสมอภาค สำหรับกลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวนั้น ปตท. ขอความกรุณาอย่าได้นำรถขนส่งน้ำมันเข้ามาใน กทม. เพราะจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป โดยขอให้ส่งตัวแทนเข้ามาเจรจากับ ปตท. ซึ่ง ปตท. พร้อมและยินดีที่จะเจรจาหาแนวทางและข้อสรุปที่เหมาะสมแก่ทุกฝ่ายตลอดเวลา