กทม.ระดมแนวคิดข้าราชการกทม.ระดับ 7-8 ต่อการปฏิรูปโครงสร้างใหม่ - newswit

กรุงเทพฯ--26 มี.ค.--กทม. ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22-23 มีนาคม 2545 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับรูปแบบการปกครองกรุงเทพมหานคร ณ ห้องบอลล์รูม ชั้น 3 โรงแรมรอยัลริเวอร์ ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการระดมความคิดของข้าราชการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2 หลังจากที่มีการระดมความเห็นของข้าราชการระดับสูง 8-10 มาแล้ว เมื่อวันที่ 15-16 ก.พ. 2545 ที่ผ่านมา โดยในครั้งที่ 2 นี้ มีข้าราชการระดับ 7-8 ประกอบด้วย ผู้อำนวยการกองต่างๆ และผู้ช่วยอำนวยการเขต 50 เขต เข้าร่วมประชุม อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะมีการแสดงความคิดเห็นต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารของกรุงเทพมหานครกันอย่างกว้างขวางนั้น ได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ดร.บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา รศ.ประหยัด หงษ์ทองคำ นักวิชาการอิสระ และรศ. ปธาน สุวรรณมงคล คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาสุโขทัยธรรมาธิราช ร่วมอภิปรายหัวข้อ “นานาทัศนะกับการปกครองส่วนท้องถิ่นของเมืองใหญ่” โดยมีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ของโครงสร้างและระบบการบริหารราชการของกทม.ในปัจจุบัน พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ ตลอดจนแนวทางที่เห็นว่าดีที่สุดหากจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารราชการของกทม. ทั้งนี้ ข้าราชการกรุงเทพมหานครได้มีการแบ่งกลุ่มประชุมเชิงปฏิบัติการ และมีการสรุปผลของแต่ละกลุ่ม โดยมีความเห็นค่อนข้าง สอดคล้องตรงกัน ที่จะให้กทม. ใช้ระบบโครงสร้างการบริหารแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ทุกกลุ่มต่างยอมรับว่าจะต้องมีการปรับปรุง แก้ไขในส่วนที่ยังเป็นจุดอ่อนอยู่ อาทิ 1. ควรให้หน่วยงานสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์, จราจร ฯลฯ เข้ามาสังกัดกทม. เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ระหว่างกทม.ส่วนกลางกับเขต ให้คล่องตัว ชัดเจน และสอดคล้องกับภารกิจ โดยมีการกระจายอำนาจให้กับหน่วยงาน และงบประมาณด้วย 3. ปรับปรุงอำนาจหน้าที่และคุณสมบัติของส.ก. และส.ข. เพิ่มบทบาทหน้าที่ให้สภาเขต 4. มีเกณฑ์ประเมินสมรรถภาพของบุคลากรทุกระดับโดยเฉพาะผู้อำนวยการเขต 5.ปลูกจิตสำนึกของบุคลากรให้คิดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก 6.ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของกทม. ส่วนที่กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้มีหน้าที่มากแต่อำนาจน้อยและซ้ำซ้อนกับรัฐบาลกลาง การจัดสรรงบประมาณจาก รัฐบาลยังไม่มีการกำหนดสัดส่วนที่ชัดเจน เป็นต้น ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ผลของการประชุมในทั้ง 2 ครั้งนั้นยังไม่ใช่ข้อยุติ แต่จะประมวลเป็นข้อมูลสำคัญนำไปสู่รายละเอียดตามขั้นตอนต่อไป โดยให้คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างกทม. ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของกทม. ตั้งแต่ ปลัดกทม. รองปลัดกทม. ผู้ช่วยปลัดกทม. ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต ผู้ตรวจราชการระดับ 8-10 รวมประมาณ 200 คน มีส่วนร่วมรับผิดชอบ และติดตามการปรับปรุงโครงสร้างกทม. หลังจากนั้นประมาณปลายเดือนมีนาคม 45 จะเชิญผู้เป็นตัวแทนประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ส.ว. , ส.ส., ส.ก., ส.ข. สื่อมวลชน ผู้แทนจากเทศบาลนครต่างๆ มาร่วมแสดงความคิดเห็น ให้มีมุมมองกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยกทม.พร้อมจะรับฟังทุกแนวคิดที่เป็นประโยชน์ จากนั้นคณะกรรมการพิจารณาการปรับปรุงโครงสร้าง กทม.จะสรุปทิศทางการปรับโครงสร้างฯ เป็นกรอบแนวทางของกทม.เสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ด้วยเหตุที่ กทม.กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มต่างๆ ทั้งรัฐบาล พรรคการเมือง หน่วยงานราชการ รวมทั้งองค์กรท้องถิ่นอื่นๆ ให้เป็นองค์กรที่จะต้องเป็นแบบอย่างในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น จึงมีหลายกลุ่ม หลายฝ่าย เสนอแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และรูปแบบการบริหารราชการกทม.ในรูปแบบต่างๆ อาทิ แบ่งกทม.ออกเป็น 2 ส่วน คือ ธนบุรี กับ พระนคร และให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการฯ 2 คน หรืออีกแนวคิดหนึ่งต้องการให้กทม.มี 2 ระดับ คือ นอกเหนือจาก ผู้ว่าฯกทม. แล้ว ควรมีการจัดแบ่งกลุ่มเขต 50 เขตปกครองใหม่ เป็น 6 หรือ 10 หรือ 20 เขต และให้มีการเลือกตั้งผู้อำนวยการเขต ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งมองว่า การบริหารรูปแบบเดิมน่าจะดีและเหมาะสมกับการบริหารราชการเมืองไทย ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาไปสู่แนวทางเดียวกับอารยะประเทศในอนาคต เป็นต้น ดังนั้น ในฐานะที่ข้าราชการกทม.เป็นผู้ปฏิบัติในการบริหารเมืองยอมรับข้อเสนอต่างๆที่ทุกฝ่ายเสนอมา แต่ต้องการให้รับทราบปัญหาและสภาพที่แท้จริงของกทม.ด้วย--จบ-- -สส-

ข่าว เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ล่าสุด