ธ.กสิกรไทยตั้งเป้าปล่อยกู้รายย่อย 15,000 ล้านบาท - newswit

กรุงเทพฯ--29 มี.ค.--ธ.กสิกรไทย กสิกรไทยวางเป้าปี 45 ปล่อยสินเชื่อรายย่อย 15,000 ล้านบาท เตรียมเสนอบริการใหม่เจาะลูกค้าแต่ละกลุ่ม พร้อมปรับรูปแบบสาขาให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า นายเดวิท ลี เฮนเดร็ก รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การแข่งขันในธุรกิจลูกค้ารายย่อยจะยังคงรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแต่ละธนาคารก็พยายามที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยการออกผลิตภัณฑ์และการแข่งขันเรื่องราคา ซึ่งธนาคารกสิกรไทยจะเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การสนองตอบความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยนายธงชัย เจริญสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดเผยว่า ธนาคารได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป (Mass Market) เป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง (Middle Income) มีรายได้ 15,000-100,000 บาทต่อเดือน กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง (Affluent) มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อย (Owner Operator) มียอดขาย 1-50 ล้านบาทต่อเดือน และกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก (Small Enterprise) มียอดขายมากกว่า 50 ล้านบาทต่อเดือน ธนาคารมีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สนองความต้องการของลูกค้าตลอดช่วงอายุ (Life Stage Marketing) ตั้งแต่วัยเด็ก การศึกษา ทำงาน แต่งงาน การทำธุรกิจส่วนตัว จนถึงธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งจะมีการพัฒนาบริการ การส่งเสริมการขายให้สอดคล้องกับความต้องการและรูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไปและกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง จะเน้นการให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว เช่น อิเล็กทรอนิกส์ แบงกิ้ง การเปิดสาขาในห้าง ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง ก็จะมีการเปิดศูนย์ Affluent Banking Center ที่มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารเงินมาให้คำปรึกษาด้านการเงินและดูแลการลงทุน ส่วนกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็ก จะมีทีมขายออกให้คำปรึกษาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อให้กับลูกค้า สำหรับบริการใหม่ที่จะให้บริการในปี 2545 เช่น การขยายบริการ e-Mobile Phone Banking ไปยังระบบ Sim Tool Kit ของ AIS การขยายบริการชำระค่าสินค้าและสาธารณูปโภคผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทาง สินเชื่อ TFB Privilege เป็นวงเงินเบิกเกินบัญชีแบบไม่มีหลักประกัน สินเชื่อ Home Equity ซึ่งเป็นสินเชื่อบุคคลที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน การออกบัตรเครดิตร่วมกับพันธมิตร บริการ TFB Payroll Choice ซึ่งรวมผลิตภัณฑ์ของธนาคารและบริษัทในเครือพร้อมข้อเสนอ พิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางที่มีการจ่ายเงินเดือนผ่านธนาคาร การรวมผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยบริหารเงินระหว่างบัญชีออมทรัพย์และกระแสรายวันสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูง การเปิดบริการ Cash Management ผ่านอินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก รวมทั้งบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ สินเชื่อเกี่ยวกับเทคโนโลยี และบริการต่าง ๆ ที่เป็นแพคเก็จ ทั้งนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าในการเพิ่มบัตรเครดิตในปี 2545 ประมาณ 100,000 ใบ และปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้ารายย่อยเพิ่ม 15,000 ล้านบาท โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยตั้งเป้าปล่อยเพิ่ม 3,500 ล้านบาท สินเชื่อเพื่อสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 270 ล้านบาท สินเชื่อเงินสดทันใจ 1,100 ล้านบาท สินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย 1,000 ล้านบาท นอกนั้นจะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ และสินเชื่อที่จะมีการออกใหม่ ด้านนายชาครีย์ ติรชุลี ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารการขายทางสาขา และฝ่ายส่งเสริมการตลาดวิภัชธุรกิจ เปิดเผยว่า สำหรับช่องทางการขายทางสาขาจะมีการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและพื้นที่บริการมากขึ้น ด้วยสาขา 5 รูปแบบสำหรับให้บริการลูกค้าทั่วไป คือ สาขาในกรุงเทพมหานคร จะมี Retail Branch เป็นสาขาปกติที่เน้นการให้บริการแก่ลูกค้าเป็นหลัก Transaction Branch เป็นสาขาที่ให้บริการเฉพาะประเภท เช่น ไม่มีธุรกรรมด้านสินเชื่อ ซึ่งคาดว่าจะมีสาขารูปแบบนี้ประมาณ 60 สาขา In-store Branch สาขาที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า เปิดให้บริการ Electronic Booth ทุกวันตามเวลาของห้าง และนอกจากนั้นยังมีพนักงานคอยให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. คาดว่าในปีนี้จะเปิด 13 แห่ง สำหรับในต่างจังหวัด จะมีสาขาเต็มรูปแบบ (Full Branch) เป็นลักษณะสาขาที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน หรือเป็นสาขาที่ตั้งอยู่ห่างจากสาขาอื่น และสาขาที่เป็น Cluster ซึ่งจะมีลักษณะเป็นกลุ่มสาขาที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน โดยจะมีสาขา Full Branch เป็นศูนย์กลางในการประสานงานสาขาใน Cluster และให้บริการด้านสินเชื่อ นอกจากนั้นยังมีการเปิดศูนย์เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มเช่น Affluent Banking Center สำหรับให้บริการลูกค้าที่มีรายได้สูง และ Commercial Banking Center เพื่อให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก สำหรับการขายนั้นธนาคารจะให้ความสำคัญกับการขายตรงมากขึ้น โดยมีทีมขายตรงเจาะกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม คือ ทีมขายตรงสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Housing Loan Direct Sales Team) ทีมขายตรงบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล (Credit Card & Consumer Sales) และทีมขายสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบขายผ่านโครงการ (Housing Asset Sales Team) ทีมขายผลิตภัณฑ์วิภัชกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ (Corporate Package Sales Team) ทีมขายตรงลูกค้าผู้ประกอบการ (Business & Professional Sales Force) และทีมผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าที่มีรายได้สูง (Affluent RM Team)--จบ-- -สส-

ข่าว ธนาคารกสิกรไท ล่าสุด