นักโภชนาการชี้ขาด "ธาตุเหล็ก" ตัวการสำคัญที่ทำให้สมาธิสั้น รุนแรงถึงขั้นโลหิตจาง พบเด็กและสตรีมีความเสี่ยงสูง

กรุงเทพฯ--25 มี.ค.--ดีทแฮล์ม นักโภชนาการ ชี้ "ธาตุเหล็ก" สำคัญต่อคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กในวัยเยาว์และสตรีขณะมีประจำเดือน เตือนอย่ามองข้ามความสำคัญ ปล่อยไว้นานอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดโรคโลหิตจาง แนะเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็กสูงเช่น ในผักใบเขียว หอยนางรม หรืออาหารที่มีการเสริมธาตุเหล็ก ดร.เดวิด หยาง ประธานสถาบัน The Heinz Institute of Nutritional Sciences (HINS) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ จากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยถึงความสำคัญของ "ธาตุเหล็ก" ว่าเป็นสารอาหารที่ความสำคัญต่อกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กวัยเจริญเติบโต และสตรีขณะมีประจำเดือน เป็นหนึ่งในสามของสารอาหารที่ องค์การอาหารโลก WHO ให้ความสำคัญ ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้บริโภคในทุกๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเซีย เพราะมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กในวัยเยาว์ ที่สำคัญธาตุเหล็กร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ นอกจากการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเข้าไปเท่านั้น "ธาตุเหล็ก เป็นตัวการสำคัญในการสร้างเม็ดเลือด เป็นส่วนประกอบในการสร้างสารฮีโมโกลบินซึ่งเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และนำของเสียอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ไปขับออกที่ปอด ผู้ใหญ่จะมีความต้องการธาตุเหล็กวันละ 10-15 มิลลิกรัม ถ้าร่างกายได้รับไม่เพียงพอ จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ สมองล้า ผิวพรรณซีด หัวใจเต้นแรงหลังการออกกำลังกาย ส่วนในเด็กวัยเจริญเติบโตถ้าได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ถ้าปล่อยเอาไว้นานเข้าก็จะทำให้คุณเป็นโรคโลหิตจางในที่สุด ดร.เดวิด หยาง กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กนั้น พบว่า เพศหญิง เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งร่างกายจะต้องเสียเลือดเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผู้หญิงมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หงุดหงิดง่าย และอารมณ์แปรปรวน การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างพอเพียง จะช่วยลดความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดได้ นอกจากนี้กลุ่มผู้ป่วยที่มีการทำงานของลำไส้ไม่ดี เช่น ลำไส้อักเสบ หรือ กลุ่มผู้หญิงที่ลดน้ำหนัก กลุ่มผู้สูงอายุ และ กลุ่มที่รับประทานมังสวิรัติ ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เนื่องจากคนในกลุ่มนี้อาจมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมในด้านของความหลากหลายของสารอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดธาตุเหล็กได้ ซึ่งถ้าปล่อยให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตเซลล์เม็ดเลือดใหม่ได้ ธาตุเหล็กมีมากในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล เช่น หอยนางรม หรือในซอสหอยนางรม เป็นต้น ยิ่งถ้าเลือกซอสหอยนางรมที่มีการเสริมธาตุเหล็กเข้าไปด้วย ผู้บริโภคก็อุ่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับธาตุเหล็กอย่างพอเพียงในแต่ละวัน นอกจากนี้ในพืชผักใบเขียวจัด เช่น คะน้า ผักบุ้ง ตำลึง เป็นต้น "ปัจจุบันพบว่าการเสริมธาตุเหล็กโดยผ่านทางซอสปรุงอาหาร ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คุณได้รับธาตุเหล็กที่พอเพียงได้ในแต่ละวัน สิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ร่างกายคุณไม่ขาดธาตุเหล็ก คือ การเลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กดังที่กล่าวมาแล้ว และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็กไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือ นม และถ้าคุณรับประทานอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการอยู่แล้ว คุณก็สบายใจได้ว่าร่างกายของคุณไม่ขาดธาตุเหล็กแน่นอน" ดร.เดวิด หยาง กล่าว--จบ-- -อน-

ข่าว องค์การอาหารโลก ล่าสุด