ซินเน็ครุกธุรกิจขยายสาขาภูมิภาคนำไอทีพัฒนาช่องทางการตลาดเน้นทำธุรกิจตามแนวทางบรรษัทภิบาลหนุนการพัฒนามาตรฐานตลาดไอทีไทย
กรุงเทพฯ--16 พ.ค.--ซินเน็ค (ประเทศไทย) บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์กว่า 25 แบรนด์ ประกาศขยายสาขารุกออกสู่ต่างจังหวัดรองรับแนวโน้มการเติบโตของตลาดไอที ในภูมิภาค ขยายปีกเปิดสำนักงานสาขาเพิ่มครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมชูปณิธานในการทำธุรกิจ ตามแนวทางบรรษัทภิบาลเน้นความโปร่งใสในการดำเนินงานเสริมศักยภาพพัฒนาตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศไทยสู่สากล โดยมียอดรายได้รวมในปีที่ผ่านมากว่า 2,900 ล้านบาท คาดว่าในปี 2545 ซินเน็คฯจะมีรายได้ถึง 4,000 ล้านบาท นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานบริษัท ซินเน็ค ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การทำงานร่วมกับ บริษัท ซินเน็ค เทคโนโลยี ประเทศไต้หวัน พันธมิตรธุรกิจที่เข้ามาร่วมบริหาร ด้วยสัมพันธภาพอันดี ระหว่าง ซินเน็คฯ และ คู่ค้า การมีพันธมิตรในระดับสากลทำให้ซินเน็คมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในตลาดมากขึ้น กลายเป็นส่วนที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ นอกจากนี้การร่วมลงทุนยังได้ครอบคลุมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี ระบบการจัดการช่องทางการตลาด ที่ซินเน็คในต่างประเทศได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานในสภาวะแวดล้อมของการแข่งขันในธุรกิจไอที ซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้นเองสำหรับธุรกิจไอทีโดยเฉพาะช่วยให้การตัดสินใจและการทำงานรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบการจัดจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้การส่งสินค้า และ การให้บริการมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เมื่อรวมกับการนำเอาระบบการสั่งซื้อและการบริหารคลังสินค้าเข้ามาใช้ในการจัดการ ทำให้คลังสินค้ามีสินค้าพร้อมขาย การขนส่งสินค้าทำได้อย่างรวดเร็ว ตามคำมั่นสัญญาในนโยบายสั่งเช้าได้บ่าย และนโยบายซ่อมวันนี้ได้คืนภายใน 3 วัน การนำระบบจัดการสินค้ามาใช้จึงช่วยลดการสำรองสินค้าที่ไม่จำเป็น และ ลดภาระของร้านค้าในเรื่องการบริหารคลังสินค้าของตัวเอง และการบริการลูกค้าลงได้เป็นอย่างมาก "ซินเน็คฯ ได้มองเห็นแนวโน้มการขยายตัวของตลาดไอทีในต่างจังหวัดมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับผู้ประกอบการมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี เห็นได้ชัดว่าในปี 2545 อัตราการการเติบโตของธุรกิจไอทีในต่างจังหวัดมีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 30 ขณะที่อัตราการเติบโตของตลาดไอทีในกรุงเทพฯ มีการขยายตัวประมาณ ร้อยละ 20 ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดต่างจังหวัดที่มีศักยภาพเพิ่มสูงขึ้น บริษัทฯจึงมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มจากเดิมมีเพียง 3 สาขาเป็น 7 สาขาในจังหวัดเชียงใหม่ ,ขอนแก่น ,หาดใหญ่ ,พิษณุโลก ,สุราษฎ์ธานี และกำลังจะเปิดสาขาล่าสุดที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อรวมกับสาขาพันธุ์ทิพย์ในกรุงเทพฯ เป็น 8 แห่ง" นายสุพันธุ์ กล่าว ด้วยแนวทางการเป็น บรรษัทภิบาลซินเน็คฯ จะยึดมั่นในการรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับ บริษัท และ พันธมิตร กล่าวได้อย่างตรงไปตรงมาว่าความสำเร็จของบริษัท ที่มียอดรายได้รวมในปีที่ผ่านมากว่า 2,900 ล้านบาท เป็นผลมากจากความใกล้ชิดในการทำงานร่วมกับพันธมิตร โดยบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับคู่ค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทฯ คาดว่าในปี 2545 ซินเน็คฯจะมีรายได้ถึง 4,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นครองส่วนแบ่งตลาดสินค้าไอทีเป็นอันดับที่สองและเพื่อรองรับการแข่งขันตลาดในอนาคต ตลอดเวลา 13 ปีของการทำธุรกิจในตลาดไอทีของประเทศไทย ที่เริ่มต้นด้วยชื่อของ คอมเพ็คฯ บริษัทฯได้ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และ ยึดมั่นในการให้บริการที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า การเป็นบริษัทขนาดเล็กที่สามารถดำรงอยู่และเติบโตท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ต้องเผชิญภาวะวิกฤต แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความรู้สึกของผู้บริโภค เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดไอทีจึงได้เปิดทางให้ บริษัท ซินเน็ค เทคโนโลยี เข้ามาร่วมลงทุน และ ถือหุ้น โดยผสานเอาศักยภาพทางการตลาดด้วยบริการที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีทีที่ทันสมัยในการพัฒนาช่องทางการตลาด นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลังจากบริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ซินเน็ค ประเทศไทย จำกัด บริษัทฯ จึงยังคงรักษาความไว้วางใจจากผู้บริโภคและลูกค้าไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ซินเน็คฯ มีปณิธานที่จะดำเนินธุรกิจตามแนวทางสู่การเป็นบรรษัทภิบาลที่เน้นความโปร่งใสซื่อตรง และ ชัดเจนในการทำธุรกิจเพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อถือมากที่สุด โดยยึดมั่นหลักการบริหารธุรกิจ ที่ประกอบด้วยหลักการ 6 ข้อ คือ 1.การทำธุรกิจด้วยความตระหนักในหน้าที่อย่างแท้จริง และคำนึงถึงการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด 2.การกำหนดภารกิจของแต่ละหน่วยธุรกิจอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและความไม่โปร่งใสในการทำงาน 3.การทำธุรกิจกับลูกค้าและพันธมิตรที่มีได้ส่วนเสียในธุรกิจทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม 4.การดำเนินงานอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้5.การทำธุรกิจแบบมองการณ์ไกล คำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวมากกว่าการกอบโกยกำไรเฉพาะหน้า และ6.การส่งเสริมให้การปฏิบัติงานทุกด้านมุ่งสู่ความเป็นเลิศ.--จบ-- -อน-