"ยาแก้ปวดก่อให้เกิดอันตรายแก่หัวใจหรือไม่" คำถามจากวารสารเพื่อการบำบัดรักษาโรคของอเมริกัน



เลค บลัฟ, อิลลินอยส์, 8 พ.ค.-พีอาร์นิวส์ไวร์/เอเชียเน็ท


วารสารเพื่อการบำบัดรักษาของอเมริกัน (American Journal of Therapeutics) ฉบับล่าสุดได้ออกโรงเตือนว่า การรับประทานยาแก้ปวดเช่น ไอบิวโปรเฟน (ibuprofen) สามารถเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปสู่ปัญหาโรคหัวใจได้

"สำหรับยาแก้ปวดที่ใช้กันอยู่เป็นประจำนั้น พาราเซตามอลควรจะเป็นทางเลือกอันดับแรกสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับหัวใจและเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจ" ศาสตราจารย์สจ๊วร์ต ฮิลลิส (Stewart Hillis) ศาสตราจารย์เฉพาะทางด้านหัวใจและอายุรกรรมที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ (University of Glasgow) ประเทศอังกฤษ ผู้เขียนบทความได้ให้คำแนะนำไว้

ยาแก้ปวดบางประเภท ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นยาปราศจากสารสเตอรอยด์และป้องกันการติดเชื้อ (NSAIDs) นั้น ควรใช้สำหรับผู้ป่วยภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ดังเช่นการใช้แอสไพรินในปริมาณที่ต่ำเพื่อช่วยป้องกันโรคหัวใจวาย เนื่องแอสไพรินสามารถส่งผลกระทบต่อหัวใจและไต ซึ่งจะนำไปสู่อาการหัวใจล้มเหลวและความดันโลหิตสูงในผู้ที่มีความเสี่ยง

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

-อาการหัวใจล้มเหลว

ยา NSAIDs สามารถเพิ่มความเสี่ยงของอาการหัวใจล้มเหลวในผู้สูงอายุที่รับประทานยาขับปัสสาวะเพื่อรักษาอาการความดันเลือดสูง

-ความดันเลือดสูง

ยา NSAIDs สามารถเพิ่มความดันเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีความความดันเลือดสูงอยู่แล้ว นอกจากนี้ยา NSAIDs ยังยับยั้งการทำงานของยารักษาความดันเลือดไม่ให้เป็นไปอย่างปกติ


ศาสตราจารย์ฮิลลิสแนะนำว่า แม้ยา NSAIDs รุ่นใหม่ที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อซีเอสไอ (cyclo-oxygenase-2-selective inhibitors หรือ CSIs) จะได้รับการพัฒนาให้มีผลข้างเคียงน้อยลง แต่ความปลอดภัยที่มีต่อหัวใจยังอยู่ภายใต้การศึกษาและยาดังกล่าวควรจะใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีความเสี่ยง

คุณเป็นคนหนึ่งที่มีความเสี่ยงหรือไม่

คุณเคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจหรือไม่

คุณมีปัญหาโรคไตมาก่อนหรือไม่

คุณมีปัญหาความดันเลือดสูงหรือไม่

ปัจจุบันคุณใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาควบคุมความดันเลือดสูงหรือไม่

คุณอายุมากกว่า 65 ปีหรือไม่ (ในกรณีที่คุณมีแนวโน้มที่จะมีปัจจัยความเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น)

ถ้าคุณตอบว่าใช่ข้อใดข้อหนึ่งแล้ว ดังนั้นยาแก้ปวดบางประเภทอาจจะทำให้คุณมีความเสี่ยงจากปัญหาโรคหัวใจและเส้นเลือดหล่อเลี้ยง ซึ่งคุณควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาบรรเทาปวด แพทย์และเภสัชกรอาจจะแนะนำให้ใช้พาราเซตามอลเป็นทางเลือกอันดับแรก เนื่องจากผู้มีปัญหาโรคหัวใจและเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจก็สามารถใช้พาราเซตามอลได้

ด็อกเตอร์จอห์น ซอมเบิร์ก (Dr John Somberg) บรรณาธิการเอจีที (AJT) แนะนำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและได้มีการถกเถียงกันถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสี่ยงของโรคหัวใจจากยา NSAIDs โดยแพทย์และผู้ป่วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้มีการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากยา NSAID และกระตุ้นให้ประชาชนใช้ยาแก้ปวดที่เหมาะสมกับตัวเอง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อแคทเทอรีน จอยน์สัน (Catherine Joynson) ที่เมดิเทค มีเดีย (MediTech Media) โทร.+1-44-207-398-0545 โทรสาร +1-44-207-398-0501 หรือ [email protected]


1.ฮิลลิส ดับบลิว แอม เจ เทอร์ (Hillis W. Am J Ther 2002; 9: 259-269

2.เฮียร์ดิงค์ เออร์ เอ ตัล (Heerdink ER et al.) อาร์ค อินท์ เมด (Arch Int Med 1998; 158:1108-1112)


ที่มา: อเมริกัน เจอร์นัล ออฟ เทอราพิวติคส์

ติดต่อ: แคทเทอรีน จอยน์สัน (Catherine Joynson) ที่เมดิเทค มีเดีย

โทร.+1-44-207-398-0545

โทรสาร +1-44-207-398-0501 หรือ

[email protected]





--แปลและเรียบเรียงโดย-สพ/รค--



ข่าว มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ล่าสุด