(ต่อ2) บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง High Crimes จาก ทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ - newswit
กรุงเทพฯ--18 เม.ย.--ทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ (ประเทศไทย) นักแสดง แอชลีย์ จัดด์ (แคลร์ คิวบิค) ล่าสุดแสดงนำในเรื่อง "Someone Like You" ร่วมกับ ฮิว แจ็กแมน, เกรก คินเนียร์ และ เอลเลน บาร์กิน ซึ่งกำกับการแสดงโดย โทนี่ โกล์ดวิน ผลงานก่อนหน้านี้เรื่อง "Where the Heart Is" ร่วมกับ นาตาลี พอร์ทแมน ผลงานเรื่องที่จะตามมาคือ "The Divine Secrets of the Ya-Ya Sisterhood" กับซานดรา บุลล็อค, เอลเลน เบอร์สติน, แม็กกี้ สมิธ และเจมส์ การ์เนอร์ จัดด์เป็นชาวเคนตักกี้ตะวันออกรุ่นที่แปด พิสูจน์ผลงานเรื่องแรกโดยการแสดงในเรื่อง"Ruby in Paradise" ซึ่งกำกับการแสดงโดย วิคเตอร์ นุนเนซในปี 1999 จัดด์แสดงใน "Double Jeopardy" ซึ่งเป็นผลงานติดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิซของบรูซ เบเรซฟอร์ด กับ ทอมมี่ ลี โจนส์ และยังเคยแสดงใน "Eye of the Beholder" ร่วมกับอีวาน แม็กเกรเกอร์ โดยสตีเฟน อีเลียต ซึ่งถูกคัดเลือกในประเภท "Dreams and Visions" ในเทศกาลหนังเวนิส (Venice Film Festival) ในปี 1999ในเรื่อง "Simon Birch" ซึ่งสร้างจากนวนิยายของจอห์น เออวิ่ง "A Prayer for Owen Meany" กำกับโดยมาร์ก สตีเวน จอห์นสัน จัดด์แสดงร่วมกับโอลิเวอร์ แพลตต์, เอียน สมิธ และโจเซฟ มาเซลโล ในปี 1997 มีผลงานร่วมกับมอร์แกน ฟรีแมนในหนังบ็อกซ์ออฟฟิซ "Kiss the Girls" และ "The Locusts" กับวินซ์ วอห์น และเคท แค็บชอว์ ในภาพยนต์เรื่อง "Heat" ของไมเคิล แมนน์ ซึ่งเธอได้รับรางวัลจาการแสดงร่วมกับโรเบิร์ต เดอ นีโร, อัล ปาชีโน และ วาล คิมเมอร์ ในปี 1996 ในเรื่อง "A Time to Kill" ของโจเอล ชูมาร์กเกอร์ กับแซมมวล แอล แจ็กสัน, ซานดรา บุลล็อก และแม็ทธิว แม็คคอฟนี่ และจากเรื่อง John McNaughton's "Normal Life" โดยจอห์น แม็คนอร์ตัน กับ ลุค แพร์รี่ ในปี 1996 เช่นเดียวกัน จัดด์ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลเอ็มมี่และลูกโลกทองคำจากการรับบท นอร์มา จีน ในภาพยนต์ของ HBO เรื่อง "Norma Jean and Marilyn" งานแสดงบนเวทีเรื่องแรกของจัดด์คือ "Busted" ของ ซึ่งกำกับโดย ทิมโมธี ฮัตตัน หลังจากนั้นเธอรับบท แมดจ์ ในละครบรอดเวย์เรื่อง "Picnic" ที่โรงละครราวน์ด-อเบ้าท์ ซึ่งถูกนำมาทำใหม่จากบทละครรางวัลพุลลิทเชอร์ของวิลเลียม อินจ์ และในเวลาเดียวกันยังรับบทตัวประกอบในภาพยนต์มีชื่อของเวนย์ หวัง เรื่อง"Smoke" จัดด์มีวุฒิการศึกษาการศึกษา Phi Beta Kappa และ Honors Program จาก University of Kentucky เอกภาษาฝรั่งเศสและอีก 4 วิชารอง และยังศึกษาเกี่ยวกับเทคนิค Meisner ในการแสดงเป็นเวลาหลายปี มอร์แกน ฟรีแมน (ชาร์ลี กริมส์) นักแสดงผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองถึง 3 ครั้ง เป็นหนึ่งในนักแสดงชาวอเมริกันที่ประสพความสำเร็จอย่างมาก มีผลงานน่าประทับใจมากมายทั้งบนแผ่นฟิล์ม บนเวที และจอทีวี ถูกเสนอชื่อชิงรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง "The Shawshank Redemption" ของแฟรงค์ ดาราบองท์ และ "Driving Miss Daisy" โดยบรูซ เบเรสฟอร์ด และเข้าชิงรางวัลดาราประกอบชายยอดเยี่ยมใน "Street Smart" โดยเจอรี่ แชทสเบิร์ก เรื่อง "Driving Miss Daisy" ทำให้ฟรีแมนได้รับรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมลูกโลกทองคำและรางวัลซิลเวอร์แบร์ที่งานภาพยนต์เบอร์ลิน และรางวัลดาราประกอบชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง "Street Smart" จาก New York Film Critic, Los Angeles Film Critics และ National Society of Film Critics. เมื่อไม่นานมานี้ฟรีแมนแสดงในภาพยนต์ฮิตติดบ็อกซ์ออฟฟิซ "Along Came a Spider" ซึ่งเป็นภาคต่อของภาพยนต์ยอดนิยมเรื่อง "Kiss the Girls" ที่เขาเคยรับบทเป็นอเล็กซ์ ครอส ซึ่งเขารั้งตำแหน่งผู้บริหารและอำนวยการสร้างอีกด้วย ก่อนหน้านี้แสดงในเรื่อง "Nurse Betty" ที่ได้รับการวิจารณ์อย่างกว้างขวางของนีล ลาบิลท์ ร่วมกับ เรเน่ เซลเวเจอร์, คริส ร็อค และเกรก คินเนียร์ และในเรื่อง "Under Suspicion" กับยีน แฮ็คแมน และกำกับโดยสตีเฟน ฮอบกินส์ ซึ่งอำนวยการสร้างโดยบริษัทของฟรีแมนชื่อ เรเวเลชั่น พิคเจอร์ส เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการถ่ายทำจากเรื่อง "The Sum of All Fears" ของทอม เคลนซี่ ซึ่งร่วมแสดงโดย เบน อัฟเฟล็ค และกำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำเรื่อง "Dreamcatcher"จากนวนิยายขายดีของสตีเฟ่น คิง ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับฟรีแมนมากมายรวมถึงผลงานเช่น "Amistad" โดยสตีเวน สปิลเบิร์ก, "Hard Rain" โดย มิกาเอล โซโลมอน, "Deep Impact" โดยมิมิ เลเดอร์, "Brubaker" โดยสจ๊วต โรเซนเบิร์ก, "Eyewitness" โดยปีเตอร์ แยทส์, "Harry and Son" โดยพอล นิวแมน, "That Was Then, This Is Now" โดยคริสโตเฟอร์ เคน, "Clean and Sober" โดยเกลน กอร์ดอน "Glory" โดยเอ็ดเวิร์ด ซวิค, "Robin Hood: Prince of Thieves" โดยเควิน เรย์โนลด์, ภาพยนต์ชนะรางวัลตุ๊กตาทองของคลินท์ อีสต์วู้ด เรื่อง "Unforgiven", เรื่อง "Outbreak" ของวูฟกัง ปีเตอร์สัน, "Seven" โดยเดวิด ฟินเชอร์ และ "Moll Flanders" โดยเพ็น เดนแชมในด้านงานละครเวทีฟรีแมนเคยแสดงในเรื่อง "Driving Miss Daisy" ผลงานของอัลเฟรด อุชรี ซึ่งได้รับรางวัลพูลลิตเซอร์ และเรื่อง "Coriolanus" และ "Gospel at Colonus" ซึ่งทั้งคู่ทำให้เขาได้รับรางวัลโอบี และเขายังถูกเสนอชื่อชิงรางวัลโทนี่จากเรื่อง "The Mighty Gents" อีกทั้งยังเคยได้รับคำชื่นชมในการรับบทเพทรูชิโอในเรื่อง "The Taming of the Shrew" คู่กับเทรซี่ อุลแมนอีกด้วยส่วนงานแสดงด้านโทรทัศน์นั้น ฟรีแมนได้สร้างบทบาทอีซี่ รีดเดอร์ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบในรายการซีรี่ส์ของเด็ก "The Electric Company" ซึ่งเขาร่วมแสดงเป็นประจำ ผลงานโทรทัศน์อื่นๆ อาทิเช่น มินิซีรี่ส์เรื่อง "The Atlanta Child Murders" และภาพยนต์ที่สร้างเพื่อฉายทางโทรทัศน์ "The Execution of Raymond Graham" ผลงานกำกับการแสดงเรื่องแรกของฟรีแมนในปี 1993 คือ "Bopha" นำแสดงโดยแดนนี่ โกลเวอร์ และอัลเฟรด วูดาร์ด ซึ่งต่อมาเขาได้ก่อตั้งบริษัทเรเวเลชั่น เอนเตอร์เทนเมนท์ขึ้นเพื่อผลิตภาพยนต์เพื่อฉายทางโทรทัศน์เรื่อง "Port Chicago Mutiny" ให้กับ NBC และภาพยนต์เรื่อง "Under Suspicion" เขาเป็นชาวเมมฟิส รัฐเทนเนสซี และจบการศึกษาระดับมัธยมจากกรีนวู้ด รัฐมิสซิสซิปปี้ หลังจากนั้นสมัครเข้ารับราชการทหารในกองทัพอากาศและย้ายถิ่นฐานไปยังแคลิฟอร์เนียหลังจากหมดภารกิจ ซึ่งต่อมาได้รับการศึกษาด้านศิลปะการแสดงและเต้นรำที่ลอสแอนเจลิสซิตี้ คอลเลจ ผลงานบรอดเวย์เรื่องแรกของฟรีแมนในปี 1967 คือ "Hello Dolly!" ของเพิร์ล เบย์ลี่ย์ จิม คาวิเซล (ทอม คิวบิค) กลายมาเป็นนักแสดงซึ่งมีผลงานถี่ยิบคนหนึ่งของฮอลลีวู้ดนับตั้งแต่ได้รับบทวิทอันโดดเด่นจากเรื่อง "The Thin Red Line" โดย เทอร์เรนซ์ มาลิค ล่าสุดเขาแสดงในภาพยนต์แอ็คชั่นผจญภัย "The Count of Monte Cristo" กำกับการแสดงโดย เควิน เรย์โนลด์ส และในภาพยนต์ดราม่าจิตวิทยาเรื่อง "Angel Eyes" คู่กับเจนนิเฟอร์ โลเปซ และใน "Pay It Forward" ร่วมแสดงโดย เควิน สเปซี่, เฮเลน ฮันท์ และฮาลีย์ โจเอล ออสมอนด์ ส่วนในเรื่อง "Frequency" เขาถ่ายทอดบทบาทนายตำรวจแห่งนิวยอร์คซึ่งสามารถสื่อสารกับบิดานักผจญเพลิงผู้ล่วงลับของเขา คาวิเซลยังแสดงในภาพยนต์ที่สร้างจากเรื่องจริง "Madison" เกี่ยวกับชุมชนในเมดิสัน รัฐอินเดียน่าที่ประสพปัญหาเรื่องเงินสงเคราะห์ชุมชน และความปรารถนาที่จะชนะเงินรางวัลแข่งขันเรือไฮโดรเพลนที่จะจัดขึ้นในเมืองนั้น ออกฉายเป็นครั้งแรกในงาน Sundance Film Festival ปี 2001 ก่อนหน้านี้เขามีผลงานเรื่อง "Ride With the Devil" เรื่องราวสงครามกลางเมืองซึ่งกำกับโดยอังลี่ คาวิเซลเติบโตในแถบเมาท์เวอร์นอน รัฐวอชิงตัน และผ่านการทดสอบการแสดงตั้งแต่ครั้งเป็นวัยรุ่น โดยรับบทตัวแทนขายตั๋วชาวอิตาเลียนใน "My Private Idaho" ของ กัส แวน แซนท์ ซึ่งเลียนแบบพวกชาวอิตาเลียนอพยพ อมันด้า พีท (แจ็คกี้) ได้รับความชื่นชมจากทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์จากบทบาททันตแพทย์สาวผู้ทะเยอทะยานในภาพยนต์บ็อกซ์ออฟฟิซของวอร์เนอร์บราเดอร์สเรื่อง "The Whole Nine Yards" ร่วมกับบรูซ วิลลิส และแมทธิว เพอร์รี่ในเรื่องราวเบาสมองกำกับการแสดงโดยโจนาธาน ลินน์ ล่าสุดพีทมีผลงานในภาพยนต์ดราม่าของ WB เรื่อง "Jack and Jill" คู่กับไอแวน เซอกี้สร้างสรรค์โดยแรนดี้ ซิงเกอร์ ("Mrs. Doubtfire") และบริหารและดำเนินงานสร้างโดย มาร์ก แคนตัน ร่วมแสดงโดย เจม เพรสลีย์, ซาร่า พอลสัน, จัสติน เคิร์ก และ ไซมอน เร็กซ์ เธอเพิ่งเสร็จสิ้นจาการถ่ายทำเรื่อง "Igby Goes Down" คู่กับเจฟ โกล์ดบลุม, ซูซาน ซาแรนดอน, ไรอัน ฟิลิปเป และแคลร์ เดนซ์ กำกับการแสดงโดยเบอร์ สเตียร์ส พีทรับบทเมียเก็บของโกล์ดบลุม สาวสวยผู้มาจากครอบครัวชั้นสูงแต่กลับติดยา พีทยังมีผลงานกับพาราเมาท์ พิคเจอร์สเรื่อง "Changing Lanes" คู่กับ แซมมวล แอล แจ็คสัน, เบน อัฟเฟล็ค และซิดนี่ย์ พอลลาร์ก ผลงานที่เพิ่งผ่านมาในภาพยนต์เบาสมองของโคลัมเบีย พิคเจอร์ เรื่อง "Saving Silverman" ซึ่งเธอแสดงคู่กับเจสัน บิ๊กส์, แจ็ค แบล็ค และสตีฟ ซาห์น กำกับโดยเดนนิส ดูแกน("Big Daddy") และยังมีผลงานกับคาสเซิล ฮิลล์ ในเรื่อง "Two Ninas" แสดงร่วมกับ รอน ลิฟวิงสตันและคาร่า บัวโน กำกับโดยนีล ตูริทซ์ ก่อนหน้านี้เธอแสดงในภาพยนต์ของยูนิเวอร์แซลเรื่อง "Isn't She Great" ร่วมกับเบธ มิตเลอร์, นาธาน เลน, สต็อกการ์ด แชนนิ่ง และเดวิด ไฮด์ เพียซ และยังแสดงในภาพยนต์โรแมนติคเบาสมองของนิวรีเจนซี่ "Simply Irresistible" กับซาร่า มิเชล เกลเลอร์ และชอว์น แพททริค แฟลนเนอรี่ ในในเรื่อง "Body Shots" ภาพยนต์ของนิวไลน์เกี่ยวกับชีวิตอันโลดโผนยามราตรีของแอลเอและผลพวงที่ตามมาผลงานสร้างชื่ออื่นๆได้แก่ "Whipped" ร่วมกับสกีต อุลริช โดยปีเตอร์ โคเฮน, "Take Down"ของมิราแมกซ์, "Jump" ร่วมกับเจมส์ เลอกรอส, ฮาล ลินเดน, ไมค์ แม็คโกลน และอิออน สกาย โดย จัสติน แมคคาธี่, เรื่อง "Southie" กับดอนนี่ วาร์ลเบิร์ก และโรส แม็กโกเวน, จากเรื่อง "She's The One" ผลงานโรแมนติคเบาสมองของเอ็ดเวิร์ด เบิร์นส และ "One Fine Day" ผลงานเรื่องราวของความรักโดยจอร์จ คลูนี่ / มิเชล ไฟเฟอร์ งานแสดงทางโทรทัศน์หลายเรื่องอาทิเช่น "Central Park West" และเป็นแขกรับเชิญใน"Seinfeld," "The Single Guy," "Law and Order" และ "Spin City"ของ ABC เธอเป็นชาวนิวยอร์ค จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียด้วยปริญญาด้านประวัติศาสตร์อเมริกา และเธอยังได้ศึกษาด้านการแสดงที่ Uta Hagen อันทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงมืออาชีพ อดัม สก็อต (นาวาโทเอ็มบรีย์) แสดงในเรื่อง "Ronnie" ของคริสโตเฟอร์ เฮฟลี่ย์ เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Slamdance Film Festival ปี 2002 รับบทชายหนุ่มผู้หลงรักหญิงผู้พิการทางสมอง สก็อตเพิ่งได้รับบทนำในเรื่อง "Seven and a Match" ร่วมกับ ฮีทเธอร์ โดนาฮิว และเอียน เบลีย์ ในหนังของดีเร็ค ไซมอน เปิดฉายครั้งแรกที่ Los Angeles Film Festival ปี 2001 ภาพยนต์ที่สร้างชื่อยังมี "Star Trek: First Contact" และ "Hellraiser IV" และอื่นๆอีกมากมายเช่น "Off the Lip" โดยโรเบิร์ต มิคเคลสัน,"Girl" โดยโจนาธาน คาห์น, "Winding Roads" โดย เท็ด เมลฟี่, เรื่อง "The Lesser Evil" โดยเดวิด แม็คเคย์ และ "Dinner and Driving" โดยลอว์เรนส์ ทริลลิ่ง หนังจอแก้วที่สร้างชื่อให้เขาคือเรื่อง "Payback" หนังประจำสัปดาห์คู่กับแมรี่ ไทเลอร์ มัวร์ และเอ็ด แอสเนอร์ และเรื่อง "Wasteland", "Party of Five" และ "Murder One" และแขกรับเชิญใน "NYPD Blue" และ "ER" ผลงานละครเวทีได้แก่งานแสดงใน "Uncle Bob" คู่กับออสติน เพนเดิลตัน แสดงที่ลอส แอนเจลิส, นิวยอร์ค และเอดินเบิร์ก ; ใน "Everett Beekin" ที่ South Coast Repertory" เรื่อง"Dealer's Choice" และ "Buffalo Hunters" ที่ The Mark Taper Forum เรื่อง "Beirut" ที่ Gardner Stage เรื่อง "Water and Wine" ที่ Met Theatre เรื่อง"Rhyme and Reason" ที่ Hudson Theatre และเรื่อง "Bloody Poetry" ที่ Globe Theatre สก็อตสำเร็จการศึกษาจาก American Academy of Dramatic Arts และเริ่มชีวิตการแสดงด้วยบทนำในละครเวที "Bonjour, La, Bonjour" ซึ่งเขาได้รับรางวัล Jehlinger ในฐานะดารานำชายยอดเยี่ยม เขาแสดงเป็น Oberon ใน "A Midsummer Night's Dream" และรับบท บิลลี่เดอะคิด ใน "The Beard" และรับบท อัล ใน "The Grapes of Wrath" (ยังมีต่อ) -สส-