(ต่อ2) บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง MURDER BY NUMBERS จาก ทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ - newswit
กรุงเทพฯ--18 เม.ย.--ทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ (ประเทศไทย) ริชาร์ด คริสตัล (ผู้อำนวยการผลิต) ถือกำเนิดจากครอบครัวซึ่งอยู่ในวงการบันเทิง บิดาของเขาเป็นผู้อำนวยการผลิตให้กับวงคอนเสิร์ตแจ๊ซ และดูแล Commodore Music Shop ในแมนฮัตตัน ส่วนมารดานั้นเป็นนักแสดงซึ่งเป็นผู้สนับสนุนบุตรชายทั้งสามคนให้ร่วมแสดงละครเวทีของโรงเรียน คริสตัลจบการศึกษาปริญญาตรีทางด้าน Speech and Drama จาก Brooklyn College และได้รับทุนการศึกษาจาก Banff School of Fine Arts และเขาได้ศึกษาด้านการแสดงที่ Herbert Berghof Studio และด้านใช้เสียงกับ Albert Malver เขาได้แสดงในละครเวทีหลากหลาย เช่น "The Fantasticks," "Jacques Brel," "Finian's Rainbow," และ "Nash at Nine" ซึ่งนับเป็นส่วนน้อย เมื่อเข้าสู่ฮอลลีวู้ดครั้งแรกเขาตั้งใจที่จะสานต่องานการแสดง แต่ในที่สุดกลับประสบความสำเร็จในการเป็นนักประพันธ์และผู้อำนวยการผลิต คริสตัลยังประพันธ์และอำนวยการสร้างเรื่อง "Reflections from Inside" เรื่องราวชีวประวัติของการีม อับดุล-จาบเบอร์ ให้กับ CBS และ National Basketball Association ซึ่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก International Film and TV Festival of New York Gold Award ในด้านวิดีโอกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี 1989 ผลงานคอมเมดี้เรื่องสั้นของเขาเรื่อง "Bobby Silverman: An Actor Prepared" ซึ่งทำมาจากเค้าโครงเรื่องราวชีวิตการทำงานของเขา อันเป็นผลงานประพันธ์ สร้าง และกำกับของเขาเอง ซึ่งออกฉายครั้งแรกใน HBO นำแสดงโดยดัดลีย์ มัวร์ ริชาร์ด ลูอิส และร็อบ ไรเนอร์ โดยการร่วมงานกับผู้บริหารและดำเนินงาน ร็อบ ไรเนอร์ คริสตัลสร้างผลงานสารคดี "But Seriously" ซึ่งออกอากาศทางโชว์ไทม์และเปิดตัวครั้งแรกที่ Santa Barbara Film Festival และได้รับรางวัล People's Choice Award ที่ Vermont Film Festival คริสตัลเป็นผู้อำนวยการผลิตให้กับ ABC คอมเมดี้เรื่องฮิต "Life's Most Embarrassing Moments" และเรื่อง "Wild & Crazy Kids" ให้กับนิคเคิลโอดีออน, เรื่อง "Family Challenge" ให้กับฟอกซ์และในเครือ, เรื่อง "America Talks Back" ให้ Lifetime, เรื่อง "Funny Flubs & Screw Ups" ให้ CBS, เรื่อง "The Planet's Funniest Animals" ให้แอนนิมอลแพล็นเน็ท, และเป็นผู้บริหารและดำเนินงานสร้างภาพยนต์คอมเมดี้ทางโทรทัศน์เรื่อง "Ghost Mom" ให้ Fox คริสตัลได้สร้างสรรค์ผลงานอีกมากมายซึ่งรวมถึงบทภาพยนต์ร่วมกับนักประพันธ์นวนิยาย แอนดรู ไนเดอร์แมน ในเรื่อง "Blood"; "Another Lifetime"; เรื่องระทึกขวัญ "Deadly Intrusion" จากเค้าโครงนวนิยายของวอลเตอร์ ดิลตัน; เรื่อง "Affirmation" กับลูเซียน ทรูสก็อต จากเรื่องจริงของเฮนรี่ ฟลิปเปอร์ ชายผิวดำคนแรกที่สำเร็จการศึกษาจากเวสต์ปอยต์, เรื่อง "Betrayed" เรื่องจริงของมานูเอล เพนาบาซ ชาวคิวบาผู้หลบหนีกฎหมายกับปีเตอร์ ไฮแอมส์ ล่าสุดมีผลงานเขียนเรื่อง "Beat not the Bones" จากนวนิยายของชาร์ลอต เจย์ และงานเขียนและร่วมอำนวยการผลิตเรื่อง "Goddess" กับปีเตอร์ นิวแมน จานวนิยายของมาร์ค แบรนเดลเจฟฟรีย์ สท็อต (ผู้บริหารและดำเนินงาน) ทำงานร่วมกับผู้กำกับการแสดง ร็อบ ไรเนอร์มาโดยตลอด เริ่มตั้งแต่ "This is Spinal Tap," "The Sure Thing" และ "Stand by Me" เขาร่วมผลิตเรื่อง "The Princess Bride," "When Harry Met Sally...," "Misery" และ "A Few Good Me." เขาเป็นผู้บริหารและดำเนินงานสร้างเรื่อง "The Story of Us," "North," "The American President" และ "Ghosts of Mississippi"เขารับตำแหน่ง Executive Vice-President, Production Management ให้กับคาสเซิลร็อค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับงานผลิตทางโทรทัศน์และภาพยนต์ เมื่อว่างจากงานของไรน์เนอร์เขาจบการศึกษาปริญญาโททางศิลปะจาก Brigham Young University และได้รับปริญญาเอกทางด้านประวัติศาสตร์จาก University of California at Santa Barbara ก่อนร่วมงานกับคาสเซิลร็อคเอนเตอร์เทนเมนท์ เขาเป็นผู้บริหารงานให้กับฝ่ายผลิตของ เอ็มบาสซี พิคเจอร์โทนี่ เกย์ตัน (บทภาพยนต์) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนภาพยนต์ USC ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจาก Jack Nicholson Writing Scholarship หลังจบการศึกษาแล้วได้เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการผลิต จอห์น มิลิอุส และเกย์ตันยังเป็นผู้ประพันธ์บทมืออาชีพมากว่าสิบปี ทำงานด้วยตนเองและร่วมกับน้องชายของเขา โจ เกย์ตัน ("Uncommon Valor," "Shout")เกย์ตันยังได้ทำงานกำกับการแสดงภาพยนต์สารคดีชื่อดังเรื่อง "Athens Georgia: Inside/Out" ซึ่งเป็นเรื่องราวของวง R.E.M. และ B-52 รวมทั้งศิลปินเพลงโฟล์คผู้มีบุคคลิกแปลกๆ Reverend Howard Finster เกย์ตันเป็นผู้เขียนบทให้กับคาสเซิลร็อค เอนเตอร์เทนเมนท์ เรื่อง "The Salton Sea" นำแสดงโดยวาล คิมเมอร์, ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด, และวินเซนต์ โดโนฟริโอ กำกับการแสดงโดย ดีเจ คารูโซ ลูเซียโน โทโวลี่, A. I. C., ASC (ผู้กำกับภาพ) ได้รับการยอมรับมาเป็นเวลานานว่าเป็นหนึ่งในบรรดาผู้กำกับภาพที่ยอดเยี่ยมในยุทธภพตากล้องนานาชาติ เขาเคยร่วมงานกับบรรดาผู้สร้างภาพยนต์ชื่อก้องของโลกทั้งสองฝั่งแอตแลนติค ผลงานที่สร้างชื่อเสียงครั้งสำคัญย้อนไปถึงยุค 1960 เมื่อเขากลายเป็นที่รู้จักในอเมริกา จากภาพยนต์ของมัวริซ เพียแลต เรื่อง "We Won't Grow Old Together" (1972) และหนังได้รับรางวัลของฟรังโก บรูซาตี้ เรื่อง "Bread and Chocolate" (1973)ในปี 1975 เขาร่วมงานกับไมเคิล แอนเจโล อันโตนิโอ ผู้โด่งดังในเรื่อง "The Passenger" นำแสดงโดยแจ็ค นิโคลสัน และได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างไม่รู้จบเกี่ยวกับการถ่ายทำฉากจบที่ประทับใจที่สุดของภาพยนต์นั้น ซึ่งมีความยาวถึง 7 นาที ซึ่งเป็นการถ่ายทำที่แสนจะนุ่มนวลแต่ดูลึกลับและล่องลอยผ่านกำแพงและหน้าต่าง คำชื่นชมนั้นยังคงเป็นหนึ่งในสองหรือสามฉากที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงตลอดมาในประวัติศาสตร์การถ่ายทำภาพยนต์ โทโวลี่ยังเคยร่วมงานกับผู้กำกับอย่างมาร์โก เฟอร์เรอรี่ ("The Last Woman," "Bye, Bye Monkey"), ดาริโอ อาร์เจนโต ("Suspiria," "Tenebrae"), ลิเลียน่า คาวานี่ ("Behind the Door") และเอตอร์ สโกล่า ("Splendor," "What Time Is It?," "Capitan Fracasse") เขากลับมาร่วมงานกับ มัวริซ เพียแลต ในเรื่อง "Police" และกับอันโตนิโอนีในหนังเกี่ยวกับประสบการณ์จริงอย่าง "The Mystery of Oberwald"เขามีความสามารถทั้งในงานดราม่าและคอมเมดี้ และได้ทำงานในภาคต่อของเรื่อง "La Cage Aux Folles" ซึ่งเป็นหนังของฟรานซิส เวเบอร์ เรื่อง "La Cage Aux Folles III" และเขายังเป็นหุ้นส่วนกับเวเบอร์ต่อไปในเรื่อง "Les Fugitifs," "Jaguar," และหนังฝรั่งเศสยอดฮิต "The Dinner Game" (1997) และ "Le Placard" [The Closet] (2000)ผลงานของโทโวลี่ได้แพร่หลายในอเมริกาในการร่วมงานเป็นระยะกับบาร์เบ็ต ชโรเดอร์ ซึ่งเขาได้เป็นผู้ถ่ายทำผลงานชนะรางวัลออสการ์เรื่อง "Reversal of Fortune," รวมทั้ง "Single White Female," "Kiss of Death," "Before and After" และ "Desperate Measures" เขายังได้ถ่ายทำภาพยนต์ที่ได้รับการยกย่องจากบทประพันธ์ของเชคสเปียร์ในเรื่องราวของติตุส อันโดรนิคัส ในเรื่อง "Titus" ดัดแปลงและกำกับการแสดงโดยจูลี่ เทย์เมอร์ นำแสดงโดยแอนโทนี่ ฮอบกินส์ และเจสสิกา แลงค์ งานชิ้นล่าของโทโวลี่ที่ได้รับการแสดงที่ New York's Guggenheim Museum ในโปรแกรม "Conversations Between Shadows and Light: Italian Cinematography" ซึ่งไฮไลท์ผลงานของผู้กำกับภาพชาวอิตาเลียน 16 คน ซึ่งรวมถึงโทโวลี่ ผลงานที่เขาได้รับการชื่นชมก็คือภาพยนต์ของไมเคิลแอนเจโล อันโทนีโอนี่ เรื่อง "The Passenger"สจ๊วต เวิร์ทเซล (ผู้ออกแบบฝ่ายศิลป์) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทองจากผลงานในหนังของวู้ดดี้ อัลเลน เรื่อง "Hannah and Her Sisters" เขาเป็นผู้ออกแบบให้กับหนังของอัลเลนเรื่อง "The Purple Rose of Cairo" รวมทั้งหนังของปีเตอร์ แยทส์ หลายเรื่อง เช่น "Suspect," "The House on Carroll Street" และ "An Innocent Man" ล่าสุดออกแบบให้เรื่อง "Wit" ของ HBO กำกับการแสดงโดยไมค์ นิโคลส์ นำแสดงโดยเอ็มมา ทอมป์สัน เวิร์ทเซล ยังมีผลงานที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น "Before and After" กำกับโดยบาร์เบ็ต ชโรเดอร์ , เรื่อง "Stepmom," "Hair," "Used People," "Mermaids," "Romeo is Bleeding," "Three Men and a Little Lady," "Old Gringo," "Brighton Beach Memoirs," "The Mambo Kings," "When a Man Loves a Woman," "I.Q." และ "The Ghost and the Darkness." ผลงานออกแบบในภาพยนต์เรื่องแรกของเขาคือหนังของโจแอน มิกคลิน ซิลเวอร์ เรื่อง "Hester Street" ซึ่งเขาร่วมงานกับแพทริเซีย วอน บรันเดนสไตน์ ภรรยาของเขา และงานที่ทำให้กับซิลเวอร์ยังตามมาด้วย "Bernice Bobs Her Hair" ในซีรี่ส์อเมริกันเรื่องสั้นใน PBS และภาพยนต์เรื่อง "Between the Lines" เติบโตในเมืองฮิลไซด์ นิวเจอซี่ย์ เวิร์ทเซลศึกษาทางด้านออกแบบฉากที่ Carnegie Mellon University ได้รับปริญญา MFA และเริ่มงานด้วยการออกแบบฉากละครเวทีเป็นเวลา 4 ปีการแสดงที่ American Conservatory Theater ในซานฟรานซิสโก และอีก3 ปีการแสดงที่ Cincinnati's Playhouse ที่พาร์ค (ยังมีต่อ) -สส-