บทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง High Crimes จาก ทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ - newswit
กรุงเทพฯ--18 เม.ย.--ทเวนตี้ธ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ (ประเทศไทย) ลวงเธอให้ตายสนิท กำหนดฉาย 21 มิถุนายน ถ้าชีวิตคุณมีทุกอย่างที่เคยวาดฝันไว้ มีงานที่ก้าวหน้า มีบ้านน่าอยู่ และที่สำคัญที่สุด มีสามีแสนดีที่คุณรักและรู้จักมากกว่าใครๆแต่แล้วทุกอย่างที่คุณรู้ ทุกสิ่งที่คุณวางใจเกี่ยวกับเขาและชีวิตที่มีร่วมกันกลับกลายเป็นสิ่งหลอกลวง สำหรับแคลร์ คิวบิค มันเป็นเหมือนฝันร้ายที่กลายเป็นจริง แคลร์ ทนายความสาวผู้ทรงคุณวุฒิ และทอม สามีของเธอผู้เป็นเจ้าของกิจการที่ประสพความสำเร็จมีชีวิตคู่ที่ผาสุกในมารินเคาน์ตี้ ทั้งคู่รักกันมากและตั้งใจที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่แล้วเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นที่บ้านพวกเขาโดยบังเอิญกลับกลายเป็นชนวนลูกโซ่ที่ทำให้โลกอันแสนสุขของพวกเขาพังทลายสิ้น ไม่นานหลังจากเหตุปล้นชิงทรัพย์ ท่ามกลางความตกใจของแคลร์ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้เข้าทำการจับกุมทอมในข้อหาผู้ต้องหาหลบหนีและใช้ชื่อปลอมมาเป็นเวลา 15 ปี ทอมผู้ซึ่งมีชื่อจริงว่า โรนัลด์ แชปแมน ถูกกล่าวหาว่าเป็นทหารปฏิบัติการลับผู้สังหารหมู่พลเรือนในเอล ซัลวาดอร์ แคลร์เข้าใจว่าทั้งหมดนี้เป็นการจับกุมผิดตัว แต่ทอมสารภาพว่าเขาคือโรนัลด์ แชปแมน และเคยร่วมในปฏิบัติการลับซึ่งเป็นการฆาตกรรมหมู่แต่เขาถูกป้ายสีว่าเป็นผู้สั่งการ ทอมยืนยันในความบริสุทธิ์กับแคลร์ว่าเขากลายเป็นแพะรับบาปของกลุ่มผู้สังหารตัวจริงซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถชี้ตัวได้แคลร์เตรียมพร้อมที่จะปกป้องสามีของเธอในศาลทหารลับ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับกฎหมายต่างๆที่เธอไม่เคยคุ้น และยังพบว่าทนายทหารอ่อนหัดที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลคดีของพวกเขานั้นคือนาวาโทเอ็มบรีย์ แคลร์ตระหนักดีว่าคนที่จะช่วยได้นั้นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายทหารและยินดีที่จะหาทางเอาชนะให้ได้ เธอเสาะหาจนพบ "ไพ่มือเหนือ" อย่างชาร์ลี กริมส์ อดีตทนายทหารผู้ซึ่งรู้สึกลิงโลดที่จะได้โต้ตอบกับขบวนการที่เคยสร้างความเสื่อมเสียโดยการถอดยศของเขาเมื่อหลายปีมาแล้ว ด้วยความร่วมมือกันต่อสู้กับอำนาจอันน่าเกรงขามของกองทัพทั้งในและนอกศาลทหาร แคลร์และกริมส์ค่อยๆ เรียนรู้ถึงเบื้องหลังการปกปิดปฏิบัติการอันน่าอับอายโดยหนึ่งในนั้นคือผู้มีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพและนายทหารที่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองอีกหลายนาย แคลร์จำเป็นต้องเสี่ยงทั้งชีวิตและหน้าที่การงานของตนเองเพื่อเปิดเผยความจริงนี้ให้ได้ HIGH CRIMES นำแสดงโดย แอชลีย์ จัดด์, มอร์แกน ฟรีแมน, จิม คาวิเซิล, อมันด้า พีท และทอม บาวเออร์ กำกับการแสดงโดย คาร์ล แฟรงคลิน อำนวยการสร้างโดย อาร์นอน มิลแคน, เจเน็ท แยงก์ และเจส บี แฟรงคลิน บทภาพยนต์โดย ยูริ เซลท์เซอร์ และ แครี่ บิ๊กลีย์ จาก นวนิยายของโจเซฟ ฟินเดอร์ บริหารและดำเนินงานสร้างโดย ลอซ่า เฮ็นเซ็น และเควิน ไรดี้ ร่วมอำนวยการสร้างโดย นาโอมิ เดสเพรสทีมงานประกอบด้วย ธีโอ แวน เดอ แซนด์ - กำกับภาพ, พอล ปีเตอร์ส - กำกับศิลป์, แชเรน เดวิส - ออกแบบเครื่องแต่งกาย แคโรบ กราเวทซ-ไอคาเนียน - ลำดับภาพ และ แกรม เรเวล - ประพันธ์เพลงประกอบ ผู้ประพันธ์เรื่องโจเซฟ ฟินเดอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องซีไอเอและการเมืองระหว่างประเทศ นวนิยายระทึกใจของเขาเกี่ยวกับเรื่องการเมือง อาทิ The Moscow Club, Extraordinary Powers, The Zero Hour และล่าสุด High Crimes ทุกเรื่องได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอดเป็นเวลากว่า 10 ปี เมื่อหนังสือ High Crimes ได้ถูกเสนอให้กับผู้อำนวยการสร้างเจเน็ท แยงก์ และหุ้นส่วนคนก่อนของเธอ ลิซ่า แฮนแซน ที่ Manifest Films นั้น แยงก์คิดว่านิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่จะถ่ายทอดให้กลายเป็นภาพยนต์ยอดเยี่ยมได้ เช่นเดียวกับหนังสือเล่มอื่นๆของฟินเดอร์ ซึ่งมีการเดินเรื่องที่ฉับไวเหมือนภาพยนต์ และที่สำคัญอีกเช่นกันก็คือตัวเอกของเรื่องซึ่งเป็นผู้หญิงซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา "นิยายเรื่องนี้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับทนายจำเลยซึ่งเป็นผู้หญิงที่ต้องปกป้องสามีของตัวเอง" แยงก์อธิบาย "แคลร์ต้องเผชิญกับสิ่งที่ท้าทายที่แทบไม่มีทางออกตลอดทั้งเรื่อง เราคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย" การถ่ายทอดเรื่องราวอันอัดแน่นและซับซ้อนจากนิยายของฟินเดอร์ลงเป็นบทภาพยนต์นั้นเป็นสิ่งท้าทายมาก แยงค์มอบหน้าที่นี้ให้กับทีมผู้เขียนบทภาพยนต์ (คู่สามีภรรยา) ยูริ เซลท์เซอร์ และ แครี่ บิ๊กลีย์ ผู้ซึ่งแยงค์กล่าวว่าเป็นผู้มีความสามารถในการเรียบเรียงและสร้างสรรค์ผลงานนี้ให้ออกมาเป็นบทภาพยนต์ได้ เมื่อได้บทภาพยนต์จากการทำงานของเซลท์เซอร์และบิ๊กลีย์มาอยู่ในมือแล้ว แยงค์ก็เริ่มเฟ้นหาผู้กำกับการแสดงที่จะสามารถนำเสนอฉากที่เป็นมากกว่าแอ็คชั่นธรรมดาและมีองค์ประกอบที่เป็นไปตามรูปแบบที่ควรเป็น "สิ่งที่ฉันต้องการคือผู้ที่สามารถทำให้นักแสดงทำงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม" แยงค์กล่าว "นั่นจะทำให้ High Crimes เป็นมากกว่าหนังเร้าใจทั่วไป" เป็นโชคดีที่ทำให้เธอได้พบกับ เจส บี แฟรงคลิน ผู้อำนวยการสร้างร่วม และคู่ชีวิตของผู้กำกับคาร์ล แฟรงคลินเข้าโดยบังเอิญ แยงค์ส่งสคริปท์ให้บีแฟรงคลินผู้เห็นความเป็นไปได้อย่างมากโดยเฉพาะบทตัวเอกของเรื่อง "ฉันว่าแคลร์เป็นตัวละครที่น่าทึ่ง" บีแฟรง คลินถ่ายทอดอีกว่า "เธอเป็นผู้หญิงทำงานที่มีชีวิตที่ดี แต่ปุบปับกลับพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน" บีแฟรงคลินจึงส่งต่อสคริปท์ให้แฟรงคลิน ผู้ซึ่งเห็นด้วยกับโครงการสร้าง "ผมเคยประทับใจกับเรื่อง 'เดวิดกับโกไลแอธ' " แฟรงคลินกล่าว เขามีผลงานทำนองเดียวกันที่ตัวเอกต้องผจญอุปสรรคยากเย็นจากเรื่อง "One False Move" และ "Devil in a Blue Dress"แยงค์รู้ว่าแฟรงคลินผู้มีผลงานซึ่งตัวเอกถูกศึกษาอย่างถ้วนถี่ จะสามารถทำให้ High Crimes แตกต่างออกไป "คาร์ลเป็นคนที่มีประสาทสัมผัสที่ไม่ผิดพลาดเกี่ยวกับความเป็นจริง" แยงค์อธิบาย "ทุกบทบาทในหนังของเขาคือความจริง คุณจะได้สัมผัสกับเสี้ยวชีวิตในทุกแง่มุมและสีสัน"เมื่อเข้ามาร่วมงานกับ High Crimes แฟรงคลินได้เพิ่มเติมตัวละครเพื่อให้เกิดองค์ประกอบที่ดี "ผมอยากหาทางที่จะสูบฉีดเลือดระหว่างความสัมพันธ์ของคนเรา" เขาเสริมว่า "เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งถึงตัวแสดง" ผู้ที่เป็นตัวเอกในเหล่านักแสดงนั้นก็คือ แคลร์ คิวบิค ซึ่งพบว่าชีวิตสมรสที่ดีและหน้าที่การงานอันทรงเกียรติของเธอนั้นเริ่มไม่มั่นคงเมื่อชายที่เธอคิดว่ารู้จักดีที่สุดกลายเป็นคนอื่น ขณะที่ฟินเดอร์วางบทให้แคลร์เป็นทนายความเปี่ยมคุณวุฒิซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กรทางกฎหมาย เซลท์เซอร์และบิ๊กลีย์ และแฟรงคลินมองเห็นเธอเป็นทนายความหัวแข็งยุคต่อจากเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ พวกเขาคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เธอเป็นคนที่สัมผัสได้โดยคนดูทั่วไปในความเห็นของบีแฟรงคลิน แอชลีย์ จัดด์เป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะแสดงถึงความหัวรั้น ความฉลาดและซับซ้อนของแคลร์ "แอชลีย์เป็นคนที่ฉลาดและถ่ายทอดเป็นคำพูดได้ดี" บีแฟรง คลินเล่า "เธอขี้สงสัยและเต็มไปด้วยคำถาม นั่นเหมาะที่สุดที่จะเป็นแคลร์ เธอคือตัวละครนั้น" ความซับซ้อนของบทบาทเป็นเพียงองค์ประกอบเดียวที่ทำให้จัดด์ประหลาดใจเกี่ยวกับ HIGH CRIMES เธอพอใจที่แฟรงคลินได้ปรับปรุงให้ตัวละครเป็นมากกว่าผู้หญิงทั่วไปที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย "เรื่องที่มีรากฐานมาจากเกมการเมืองเพิ่มคุณภาพที่เข้มข้นและแก่นสาร" จัดด์ อธิบาย "นับเป็นส่วนผสมที่แท้จริงของความซับซ้อนระหว่างแรงกระตุ้น ความตื่นเต้นและลุ้นระทึก" "คาร์ล แฟรงคลินบอกกับเรา" จัดด์กล่าวต่อไป "ว่าเขามอง High Crimes ว่าเป็นทั้งดราม่าและหนังระทึกขวัญ เพราะอย่างที่คาร์ลพูด 'เราต้องการความกลัว การคุกคาม' " จัดด์ยังได้ตั้งสมญานามให้กับการทำงานที่ละเอียดถี่ถ้วนของผู้กำกับว่า "แฟรงคลินจำกัด" "คาร์ลมักจะใช้ฉากที่เป็นมาตรฐานของหนังระทึกขวัญทั่วไปและเพิ่มบางสิ่งเข้าไปจนกลายเป็นรูปแบบ "แฟรงคลินจำกัด" เธอย้ำว่า "เขามักจะคิดเกี่ยวกับรายละเอียดของฉากที่จะทำให้เรื่องมีชีวิตชีวาขึ้น" แคลร์เป็นตัวละครที่ประสพปัญหาพอสมควร - ทั้งกับอดีตของสามีตนเองและชีวิตของเขาในการเป็นทหารลับ และกับโลกต้องห้ามที่เข้าไม่ถึงของกระบวนการยุติธรรมของทหาร ซึ่งแคลร์ค้นพบว่ากองทัพไม่ชอบคนนอกเธอพบว่าเพื่อให้เข้าใจถึงระบบอย่างถ่องแท้เธอต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคนที่เคยเป็นหนึ่งในคนพวกนี้และกระหายที่จะกลับเข้ามาอีก เธอได้พบกับ "ไพ่มือเหนือ" อย่างชาร์ลี กริมส์ อดีตทนายทหารผู้คุมแค้นกับระบบ ซึ่งมีสำนักงานทรุดโทรมกับฮาร์เลย์คู่ใจ เมื่อชาร์ลีบอกกับแคลร์ว่าเธอสู้กับระบบไม่ได้และต้องเล่นไปตามกฎ ("คุณสู้กับมันไปก็มีแต่ทางแพ้" เขาย้ำ) และเสริมพร้อมกับประกายในดวงตาว่าแต่ไพ่ของเขาทำให้เขาไม่ต้องเล่นตามกฎของระบบหรือใครทั้งสิ้น เหมือนกับที่พวกเขาเสริมบทให้แคลร์ ทีมงานได้เพิ่มบทบาทของชาร์ลี กริมส์ โดยการสร้างฐานความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายจ้างคนใหม่ และเพิ่มจุดด้อยและความเปราะบางอันไม่ปรากฎในหนังสือให้กับตัวละคร ทีมงานเห็นว่ามอร์แกน ฟรีแมน เป็นนักแสดงที่สามารถทำให้บทนี้มีชีวิตขึ้นมาได้ "คนดูรู้สึกเสมอว่ามอร์แกนแสดงถึงความเป็นเผด็จการและขี้ห่วงใย" เจเน็ต แยงค์กล่าว "มีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่แสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง" ผลงานที่ผ่านมาโดยตลอดนั้น ฟรีแมนถนัดกับบทแปลกๆ อาทิเช่นบทแมงดาโหดใน "Street Smart" และอดีตนักดวลปืนผู้เหนื่อยล้าใน "Unforgiven" แต่อย่างที่คาร์ล แฟรงคลิน บอกไว้บุคลิกประจำตัวของฟรีแมนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะถ่ายทอดบทกริมส์ "มอร์แกนเหมือนแมวเชชเชียร์ที่คุณมักจะสงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่" แฟรงคลินชอธิบายว่า "แล้วคนที่เป็นตัวตลกกลับกลายเป็นคุณ นั่นละกริมส์ และนั่นคือคุณสมบัติของมอร์แกนที่เราอยากได้" ฟรีแมนและจัดด์มีผลงานร่วมกันที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความมีพลังของทั้งคู่ใน "Kiss the Girls" มาแล้ว และต่างรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มีโอกาสมาแสดงร่วมกันอีกครั้ง "สิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราก็คือการเข้ากันได้ดี" ฟรีแมนกล่าว "การร่วมงานเป็นครั้งที่สองไม่ได้เป็นทางลัด เพราะเราไม่ได้ปรับตัวกับการแสดงครั้งแรกใน "Kiss the Girls"มันเป็นมาตั้งแต่ต้นแล้ว" "ฉันเชื่อมั่นในตัวมอร์แกน" จัดด์เสริม "ฉันรู้ว่าเขาจะยังคงอยู่ตรงนี้เสมอและเชื่อถือได้ และนั่นช่วยส่งคุณสมบัติเหล่านี้ในตัวฉันออกมาด้วย"การร่วมงานของแคลร์และชาร์ลีนั้นเป็นสิ่งที่แฟรงคลินเรียกว่า "หนึ่งในบรรดาเรื่องคู่หูที่คุณเคยดูมาหลายปีดีดักผ่านแผ่นฟิล์มหลายยุค" ในขณะที่มอร์แกน ฟรีแมนเห็นว่าเป็นมากกว่าความสัมพันธ์ฉันเพื่อน "มันเหมือนกับหนังรัก" เขากล่าว "ไม่ใช่แบบธรรมดาหรือโรแมนติคอะไร แต่เป็นความผูกพันลึกๆ ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแต่เป็นการดึงเอาสิ่งดีๆ ออกมาจากแต่ละฝ่าย"แคลร์คิดว่าเธอและสามีทอม คิวบิคต่างดึงเอาสิ่งดีๆ ของแต่ละฝ่ายออกมา พวกเขามีชีวิตเกือบเหมือนในจินตนาการที่มารินเคาน์ตี้ แคลิฟอร์เนีย ทั้งคู่มีอายุน้อยและรักกันมาก และยังพร้อมที่จะสร้างครอบครัวร่วมกัน แต่หลังจากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับด้านลบของสามีและความลับของชีวิตเขาก่อนมาพบเธอ แคลร์ต้องตั้งคำถามซึ่งเกิดขึ้นกับคู่สมรสอีกหลายคู่ว่า คุณรู้จักคนที่คุณแต่งงานด้วยจริงหรือ? แคลร์จึงตระหนักว่าเธอไม่รู้จักทอมเลยสักนิด ชายคนที่เธอเคยคิดว่าสุภาพและมีเมตตานี่หรือคือคนที่เคยเป็นทหารลับ ฆาตกรมืออาชีพ แล้วเขาเคยฆ่าคนบริสุทธิ์อย่างเลือดเย็นตามคำสั่งกองทัพจริงหรือ? จิม คาวิเซล คือคนที่ทำให้แฟรงคลินแน่ใจว่าเขาได้พบทอม คิวบิคแล้ว ด้วยบุคลิกอเมริกันแท้ สายตาอ่อนโยนและเปี่ยมเสน่ห์ อย่างที่ผู้กำกับเทอร์เรนซ์ มาลิค ได้ประทับความสามารถของเขาไว้ในเรื่อง "The Thin Red Line" มาแล้ว "ผมถูกสะกดด้วยผลงานของจิมจากเรื่องนั้น "แฟรงคลินย้อนคิด "ผมว่าเขามีใบหน้าที่น่าสนใจมากที่สุดนับแต่ผมเคยเห็นเดอนิโรตอนหนุ่ม ใบหน้าของเขามีพลังเคลื่อนไหวซึ่งสามารถซ่อนความลับหลายอย่างไว้ได้" แฟรงคลินยังได้กล่าวว่าภาพแคลร์และทอมที่ปรากฎในภาพยนต์ช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน "แคลร์มีบุคลิคหัวรั้น ในขณะที่ทอมเงียบขรึมและติดดิน" แฟรงคลินชี้ให้เห็นว่า "เขารู้สึกพึงใจที่เห็นภรรยาเขาก้าวขึ้นสู่ความรุ่งโรจน์และเขาเป็นเสมือนรากฐานมั่นคงของชีวิต"คาวิเซลประทับใจว่าทอมไม่ได้เป็นตัวละครเหมือนพระเอกทั่วไป "ทอมเป็นคนธรรมดาที่รักภรรยาของเขามากกว่าสิ่งอื่นใด แต่มีความซับซ้อนในตัวเองซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้ความราบเรียบและนั่นทำให้เกิดมิติใหม่ของตัวละคร" ตัวแสดงสำคัญอื่นๆ ได้แก่ อมันด้า พีท ผู้เป็นน้องสาวของแคลร์ และร้อยโทเอ็มบรีย์ ทนายทหารอ่อนหัดผู้เป็นทนายจำเลยให้แก่ทอม คิวบิค แฟรงคลินเคยร่วมงานทางโทรทัศน์กับพีทมาก่อนและยินดีที่ได้ร่วมงานกับเธออีกใน High Crimes "อมันด้าสามารถสื่อความเข้าใจที่แจ็คกี้มีให้กับแคลร์ได้ ง่ายเหมือนกับการพลิกเหรียญเลยทีเดียว" ประกายแห่งรักเกิดขึ้นเมื่อแจ็คกี้พบกับนาวาโทเอ็มบรีย์ นายทหารหนุ่มเลยต้องมีงานเต็มสองมือทั้งเรื่องความรักและคดีซึ่งสุมหัวเขาอยู่ "เอ็มบรีย์ไม่ได้ถูกเรียกใช้งานนี้เพราะเขาเป็นทนายมือฉมัง" สก็อตกล่าว "เขาเป็นพวกอ่อนหัดในสายตาของผู้ที่เรียกเขามาให้ว่าความ"แม้ว่าฉากในนิยายจะเกิดขึ้นที่บอสตัน แต่ทีมงานเลือกซานฟรานซิสโกเป็นที่ถ่ายทำ "เนื่องจากเราถ่ายทำกันในหน้าหนาว เราไม่อยากให้เป็นหนัง 'เมืองหิมะ' " บีแฟรงคลินกล่าว "ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือฉันคิดว่าซานฟรานซิสโกเป็นเมืองที่สวยงามเหมือนภาพวาด และอยู่ในรัศมีของฐานทัพ" ซึ่งเป็นไปตามท้องเรื่อง ฐานทัพเรืออลาเมดาในโอ๊กแลนด์ให้ความรู้สึกไม่น่าเกี่ยวข้องได้อย่างที่แฟรงคลินมุ่งหวังไว้ในฉากจำเพาะ "เราต้องการหลีกเลี่ยงภาพฐานทัพที่เห็นทั่วไปในภาพยนต์" แฟรงคลินกล่าว "เป้าหมายของเราคือสิ่งที่ทำให้แคลร์รู้สึกเหมือนปลาผิดน้ำโดยการจับเธอเข้าไปในที่ๆ น่าพรั่นพรึงมากกว่าฐานทัพธรรมดา เป็นที่ของฝ่ายตรงข้ามซึ่งน่าเกรงขามสำหรับตัวเอกของเรา" (ยังมีต่อ) -สส-