กระทรวงสาธารณสุขระดมความร่วมมือวิจัยวัคซีนโรคฉี่หนู - newswit
นนทบุรี--22 ม.ค.--สธ. วงการแพทย์กำลังศึกษาวิจัยพัฒนาวัคซีนโรคฉี่หนู รวมทั้งชุดตรวจคัดกรอง เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคฉี่หนู มีความรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า โรคเลปโตส-ไปโรซิส หรือ โรคฉี่หนู เป็นโรคติดต่อที่มีการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว โดยเชื้อโรคจะอยู่ ในปัสสาวะของสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค เช่น หนู โค กระบือ หมู เป็นต้น ซึ่งจะพบมากในหนู หากคนไปโดนปัสสาวะของหนู เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายตามบาดแผล จากรายงานผู้ป่วยโรคฉี่หนูทั่วประเทศ ข้อมูลจากการเฝ้าระวังโรคเร่งด่วน ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2544 มีจำนวนผู้ป่วย 10,925 คน คิดเป็นอัตราป่วย 17.7 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 176 คน คิดเป็นอัตราตาย 0.3 ต่อประชากรแสนคน พบผู้ป่วยมากที่สุดในภาคตะวันเฉียงเหนือ รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง อาชีพที่ป่วยเป็นโรคนี้มากที่สุดคือ เกษตรกรรม รองลงมา คือ รับจ้าง และคาดว่าแนวโน้มปี 2545 ยังคงมี การระบาดของโรคฉี่หนูในทุกภาค กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำ โครงการศึกษาวิจัยร่วมโรคเลปโตสไปโรซิส เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและควบคุมโรคฉี่หนู โดยร่วมกันศึกษาด้านระบาดวิทยา การวินิจฉัยและการรักษาโรค การศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์ เชื้อโรคให้ตรงกับเชื้อที่กำลังระบาดเพื่อมาพัฒนาวัคซีน รวมทั้งการพัฒนาชุดตรวจคัดกรองที่ใช้ใน การวินิจฉัยโรคฉี่หนู เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษาของแพทย์รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำขึ้น และ มีประโยชน์ในการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การป้องกันควบคุมโรค รวมทั้งการผลิตวัคซีนใช้ได้เองในอนาคตอีกด้วย ด้านศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์วิศิษฏ์ สิตปรีชา ผู้อำนวยการสถานเสาวภา ประธานกรรมการโครงการการศึกษาวิจัยร่วมโรคเลปโตสไปโรซิส กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงศึกษาและวิจัยพัฒนาวัคซีนที่มีสายพันธุ์ของเชื้อที่กำลังระบาดในประเทศไทยเพื่อนำไปสู่การผลิตวัคซีน รวมทั้ง มีความคืบหน้าของเทคโนโลยีในการวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซิสขึ้นใช้เองในประเทศ โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาชุดทดสอบตรวจเบื้องต้น ใช้ตรวจยืนยันได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้กับผู้ป่วยตั้งแต่มีอาการระยะแรกและในผู้ติดเชื้อมานาน โดยได้จัดส่งไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ปีละประมาณ 160,000 ชุด--จบ-- -สส-