บทประชาสัมพันธ์ Leave No Man Behind แบล็ค ฮอร์ค ดาวน์ ยุทธการฝ่ารหัสทมิฬ ฉายวันที่ 8 พฤษภาคม 2545
กรุงเทพฯ--29 ม.ค.--โคลัมเบีย ไทรสตาร์ "เรื่องราวของสงครามเป็นเรื่องที่ไร้กาลเวลา เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งเดียวกันไม่ว่าจะเป็นสงครามในทรอย หรือเก็ตตีสเบิร์ก, นอร์มังดี หรือเอียแดรง เป็นเรื่องเกี่ยวกับเหล่าทหารหาญ ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นคนหนุ่ม ที่ต้องมาติดกับในการต่อสู้ที่นำไปสู่ความตาย ธรรมชาติอันน่าสยดสยองและรุนแรงของสงครามได้สัมผัสกับสิ่งที่เป็นหัวใจของความเป็นมนุษย์..." มาร์ก โบว์เด้น, Black Hawk Down: A Story of Modern War "การยอมจำนนเป็นคำที่ไม่ปรากฏในสารบบของแรนเจอร์ ข้าพเจ้าจะไม่มีวันทิ้งเพื่อนที่บาดเจ็บหรือล้มตายให้ตกอยู่ในกำมือของศัตรู..." จาก บทบัญญัตแห่งหน่วยแรนเจอร์ จากฝีมือของผู้กำกับเลื่องชื่อ ริดลีย์ สก็อตต์ และผู้อำนวยการสร้างชื่อดัง เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์ โดยอิงเรื่องราวจากเหตุการณ์จริง Black Hawk Down คือเรื่องราวอันห้าวหาญของกลุ่มทหารชั้นยอดของสหรัฐฯ ที่ถูกส่งตัวไปยังโมกาดีชู ประเทศโซมาเลีย ในเดือนตุลาคม ปี 1993 ในฐานะส่วนหนึ่งของปฏิบัติการรักษาความสงบของสหประชาชาติ ภารกิจของพวกเขา ก็คือ การลักพาตัวนายทหารผู้นำสองนายของผู้นำโซมาเลีย โมฮาเม็ด ฟาร์ราห์ ไอดิด โดยภารกิจครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการยุติสงครามการเมือง และความอดอยากที่กำลังสร้างความเสียหายให้กับประเทศแห่งนี้ กองทัพสหรัฐฯ เดินทางไปยังโซมาเลียด้วยความตั้งใจดี โดยหวังจะช่วยเหลือชีวิตผู้คน ไม่ใช่สังหารผู้คน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนโยบายทางการเมืองของโซมาเลียที่ไม่มีความเป็นมิตร และยากที่จะเข้าใจ ที่ซึ่งญาติพี่น้องต้องต่อสู้กันมานานกว่าพันปี เหล่าทหารหาญกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับการเรียนรู้ที่โหดร้าย เมื่อภารกิจที่ผ่านการวางแผนมาเป็นอย่างดีต้องพบกับจุดพลิกผันอันคาดไม่ถึง และลงเอยด้วยการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ นับแต่สงครามเวียดนามเป็นต้นมา เมื่อภารกิจเริ่มต้นขึ้น ชาย หญิง และเด็กๆ ทุกคนในโมกาดีชูต่างจับอาวุธลุกขึ้นต้านชาวอเมริกัน เป็นผลทำให้เมืองแห่งนี้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นแดนสงครามอันโหดร้าย และเมื่อเฮลิคอปเตอร์แบล๊ก ฮอว์กที่ยากจะทำลายสองลำเกิดถูกยิงตกลงเหนือเมืองโมกาดีชู ภารกิจครั้งนี้ต้องพลิกผันไปสู่การแข่งขันกับเวลาเพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่รอดชีวิต รวมไปถึงกลุ่มทหารที่ตกค้างอยู่ในเมือง กลุ่มทหารหนุ่ม และหน่วยเดลต้าฟอร์ซที่เชี่ยวชาญการรบต้องร่วมต่อสู้กับอุปสรรคเคียงบ่าเคียงไหล่ พวกเขาต้องติดและบาดเจ็บอยู่ในเมืองโมกาดีชูที่ไม่เป็นมิตรนานกว่า 18 ชั่วโมง จนกระทั่งทีมช่วยเหลือสามารถเดินทางมาช่วยเหลือพวกเขาได้ และขณะที่ตกอยู่ในวงล้อม ความเครียดลุกโชน ต้องสูญเสียเพื่อน บังเกิดมิตรภาพ ทหารเหล่านี้ได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติอันแท้จริงของสงครามและความกล้าหาญ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1993 อาจจะเป็นเพียงข้อความสั้นๆ ในประวัติศาสตร์ แต่สำหรับชาวอเมริกันที่เอาชีวิตรอดมาได้ การเดินทางตั้งแต่ยามบ่ายจนถึงค่ำคืนวันนั้นคือช่วงเวลาในชีวิตของพวกเขาที่มีความชัดเจนที่สุด สำหรับเหล่าทหารสหรัฐที่ไม่อาจพาชีวิตรอดมาได้ วันนั้นก็คือคำจารึกบนหลุมฝังศพของพวกเขา ในขณะที่ร่างถูกเผาผลาญไปท่ามกลางถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นคละคลุ้งของเมืองอันโหดร้ายของอัฟริกา พวกเขาส่วนใหญ่ไม่เคยได้กลับมาฟังคำสดุดีในความกล้าหาญ เสียสละ และการไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัวของพวกเขา คนเหล่านี้คือกลุ่มคนพิเศษที่ต่อสู้ในสงครามแห่งโมกาดีชู และ Black Hawk Down เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของการต่อสู้ จะติดตามพวกเขาไปแบบก้าวต่อก้าว ขณะที่ความขัดแย้งบังเกิดขึ้นทั้งในภาคพื้นดิน อากาศ และศูนย์บัญชาการ เรื่องราวส่วนมากเป็นการมองผ่านสายตาของสิบเอกเสนาธิการ แม็ตต์ เอฟเวอร์สแมนน์ (จอช ฮาร์ตเน็ตต์) ทหารหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยอุดมคติผู้ที่ความกล้าหาญต้องผจญการทดสอบเมื่อเขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการหน่วยหนึ่งในทั้งหมดสี่หน่วยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลอาคารเป้าหมาย อย่างไรก็ดี เรายังจะได้สัมผัสกับเหตุการณ์ครั้งนี้ผ่านสายตาตัวละครตัวอื่นๆ ด้วย ได้แก่ ผู้สังเกตการณ์กริมส์ (ยวน แม็คเกรเกอร์) เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานผู้ซึ่งความฝันที่จะได้ผจญภัย ได้กลายเป็นจริงกลางท้องถนนของโมกาดีชู เมืองอันห่างไกลจากเครื่องพิมพ์ดีดและโต๊ะทำงานที่สำนักงานใหญ่ พันโทแดนนี่ แม็คไนต์ (ทอม ไซซ์มอร์) ผู้นำอันเยือกเย็นของหน่วยค้นหาผู้สูญหายแห่งฮัมวีส ซึ่งต้องผจญกับการโจมตีของทหารโซมาเลีย ในขณะที่พยายามค้นหาแบล๊ก ฮอว์กที่โดนยิงตกให้พบ สิบเอก "ฮู้ต" กิ๊บสัน (อีริค บาน่า) ทหารหน่วยเดลต้าผู้เป็นตำนานแม้กระทั่งในหมู่เพื่อนทหารในหน่วยรบพิเศษ เจฟฟ์ แซนเดอร์สัน (วิลเลี่ยม ฟิชต์เนอร์) จ่าสิบเอกประจำหน่วยเดลต้า ผู้ซึ่งความเป็นมืออาชีพต้องผ่านการทดสอบระหว่างการต่อสู้... พลตรีวิลเลี่ยม เอฟ แกร์ริสัน (แซม เชพพาร์ด) ผู้บัญชาการแห่งหน่วยทาสก์ ฟอร์ซ แรนเจอร์ ที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ที่ศูนย์กลางปฏิบัติการณ์ ในขณะที่แบล๊ก ฮอว์กสองลำต้องโดนยิงตก และภารกิจครั้งนั้นนำไปสู่มิติใหม่ที่แสนเจ็บปวด พันจ่าไมก์ ดูแรนต์ (รอน เอลดาร์ด) นักบินประจำเครื่องแบล๊ก ฮอว์ก ซูเปอร์ซิกซ์ โฟร์ เฮลิคอปเตอร์ลำที่สองที่โดนยิงตกเหนือเมืองโมกาดีชู... กัปตันไมก์ สตีล (เจสัน ไอแซ็คส์) ผู้บัญชาการหน่วยภาคพื้นดิน พันจ่าคลิฟฟ์ วอลค็อตต์ (เจเรมี่ ไพเว่น) นักบินที่โด่งดังประจำเครื่องแบล๊กฮอว์ก ซึ่งมีฉายาเป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนๆ ว่า "เอลวิส" เป็นคนแรกที่พ่ายแพ้ในสงคราม... สิบเอกเสนาธิการ เจฟฟ์ สทรูคเกอร์ (ไบรอัน แวน ฮอลต์) ผู้เอาชีวิตรอดจากสงครามนรกครั้งนี้เพียงเพื่อจะกลับมาช่วยเหลือเพื่อนทหารของเขา... พลทหารท็อดด์ แบล๊กเบิร์น (ออร์แลนโด้ บลูม) ผู้ซึ่งตกจากเครื่องแบล๊กฮอว์ก ซูเปอร์ซิกซ์วันในระดับความสูง 60 ฟุต และได้นำไปสู่เหตุการณ์เลวร้ายที่ตามมา... จ่าสิบเอก แรนดี้ ชักฮาร์ต (จอห์นนี่ สตรอง) และพันจ่าอากาศเอก แกรี่ กอร์ดอน (นิโกลาจ คอสเตอร์-วอลเดา) พลแม่นปืนประจำหน่วยเดลต้าผู้อาสาปกป้องผู้รอดชีวิตจากเครื่องแบล๊กฮอว์กลำที่ 2 ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับเหรียญกล้าหาญ ผู้สังเกตการณ์ ชอว์น เนลสัน (อีเว่น เบรมเนอร์) และแลนซ์ ทูมบลีย์ (โธมัส ฮาร์ดี้) ที่ต้องแยกจากทีมของเขาในช่วงต้นของภารกิจ และต้องดิ้นรนอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยคนตายเพื่อเดินทางกลับมาร่วมทีมกับเพื่อนๆ ของเขา... ...และตัวละครอีกมากมาย ที่รับบทแสดงโดยนักแสดงหน้าใหม่และนักแสดงหน้าเก่ามากมายจากทั้งสองฝั่งของแอตแลนติก ซึ่งก็รวมทั้งแกเบรียล แคสซุส, คิม โคตส์, ฮิวจ์ แดนซีย์, ไอแอน กรัฟฟัดด์, โธมัส กุยรี่, ชาร์ลี ฮอฟไฮเมอร์, แดนนี่ ฮอช, เอลจ์โก้ ไอวาเน็ก, เกลนน์ มอร์เชาเวอร์, เบรนแดน เซ็กซ์ตันที่สาม, ริชาร์ด ไทสัน, สตีเว่น ฟอร์ด, เอียน เวอร์โก้, เกรกอรี่ สปอร์ลีเดอร์, คาร์ไมน์ จิโอวินาซโซ่, คริส บีเท่ม, แท็ค ฟิตซ์เจอรัลด์, แมทธิว มาร์สเด้น, เคนต์ ลินวิลล์, เอนริเก้ เมอร์เซียโน่, ไมเคิล รูฟ, ไท เบอร์เรลล์, บอยด์ เกสต์เนอร์ และเจสัน ฮิลเดอแบรนด์ ส่วนนักแสดงที่มารับบทเป็นทหารโซมาเลีย ได้แก่ เทรว่า อีเทียนน์, แอ๊บดิบาเชอร์ โมฮาเม็ด เฮอร์ซี่, ราซาค อาโดติ และจอร์จ แฮร์ริส ริดลีย์ สก็อตต์ หนึ่งในผู้กำกับที่ได้รับการยกย่องสูงสุดแห่งยุค ดูจะเพลิดเพลินกับความสำเร็จอันโดดเด่นด้วยการมีผลงานเป็นภาพยนตร์เรื่องฮิตติดต่อกันถึงสองเรื่อง คือ Gladiator (ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 12 รางวัล และยังได้รับรางวัลออสการ์, รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ของอังกฤษในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี) และ Hannibal ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ ผลงานเรื่องอื่นๆ ของสก็อตต์มีอยู่หลายเรื่องที่เป็นภาพยนตร์ที่สร้างอิทธิพลสูงสุดในประวัติศาสตร์แห่งสื่อ อาทิเช่น Alien, Blade Runner, Thelma and Louise และ Black Rain เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์คือหนึ่งในผู้อำนวยการสร้างที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล เขาคือเจ้าของภาพยนตร์ที่ตราตรึงอยู่ในวัฒนธรรมร่วมสมัย ผลงานของเขาทั้งทางด้านภาพยนตร์, โทรทัศน์ และวิดีโอ สามารถทำรายได้ไปกว่า $12.5 ล้าน ตัวอย่างผลงานที่เป็นภาพยนตร์ของบรัคไฮเมอร์ ก็คือ ภาพยนตร์ฮิตทำเงินที่เปิดตัวฉายในวันทหารผ่านศึกของอเมริกาในปี 2001 เรื่อง Pearl Harbor และภาพยนตร์เรื่อง Remember the Titans, Gone in 60 Seconds, Enemy of the State, Armageddon, Con Air, The Rock, Crimson Tide, Days of Thunder, Top Gun, Beverly Hills Cop และ Flashdance สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down นี้ เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์และริดลีย์ สก็อตต์ได้รวบรวมทีมงานหลังกล้องที่มีความสามารถ ซึ่งก็รวมถึงผู้กำกับภาพ สลาวอเมอร์ อิ๊ดเซียก (Proof of Life, ภาพยนตร์ซีรีส์เรื่อง Dekalog ของ ครีสทอฟ คีสโลว์สกี้), โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ อาร์เธอร์ แม็กซ์ (ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และเจ้าของรางวัลออสการ์ของอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator ผู้เคยร่วมงานกับริดลีย์ สก็อตต์ในภาพยนตร์เรื่อง G.I. Jane ด้วย), คอสตูม ดีไซเนอร์ แซมมี่ โฮวาร์ธ-เชลดอน (เคยทำหน้าที่ผู้ช่วยคอสตูม ดีไซเนอร์ให้กับภาพยนตร์เรื่อง Gladiator ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ในสาขานี้ด้วย) และเดวิด เมอร์ฟี่ (Hamburger Hill), ผู้ลำดับภาพ พีโทร สกาเลีย, เอซีอี (ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และเป็นเจ้าของรางวัลออสการ์ของอังกฤษจากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator และยังเคยได้รับรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ของโอลิเวอร์ สโตนเรื่อง JFK) และผู้ประพันธ์ดนตรี ฮันส์ ซิมเมอร์ ผู้เคยสร้างสรรค์งานดนตรีให้กับ Gladiator และ Hannibal รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย, วิชวล สเปเชียล เอฟเฟกต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ ทิม เบิร์ก และสเปเชียล เอฟเฟกต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ นีล คอร์บูลด์ ซึ่งทั้งคู่ได้รับรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator มาแล้ว ผู้กำกับกองถ่ายย่อยที่ 2 อเล็กซานเดอร์ วิตต์ ที่เคยร่วมงานกับสก็อตต์ในภาพยนตร์เรื่อง Gladiator และยังเคยทำงานให้กับภาพยนตร์ของเจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์เรื่อง Remember the Titans ผู้อำนวยการสร้างบริหารของภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down คือ ไซม่อน เวสต์, ผู้ที่เคยร่วมงานกับเจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์มานานอย่าง ไมก์ สเตนสัน และแช๊ด โอมาน และเจ้าของสองรางวัลออสการ์ แบรงโก้ ลัสติก ผู้เคยทำหน้าที่อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์อย่าง Schindler's List และภาพยนตร์ของริดลีย์ สก็อตต์เรื่อง Gladiator และ Hannibal บทภาพยนตร์เป็นฝีมือของเคน นอแลน โดยนำเค้าเรื่องมาจากหนังสือของ มาร์ก โบว์เด้น Black Hawk Down ได้รับการจัดเรตโดยสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งอเมริกาให้เป็นภาพยนตร์เรต R อันเนื่องมาจากภาพอันรุนแรงของสงครามที่มีความสมจริง และภาษา 9 เกี่ยวกับงานสร้างวันที่ 3 ตุลาคม 1993 : ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย มันอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ...ถ้าทุกอย่างในสงครามสามารถกำหนดขึ้นได้โดยง่าย การบีบคั้นจากอาคารเป้าหมายในย่านดาวน์ทาวน์ของโมกาดีชู นายทหารโซมาเลียสองนาย และผู้ร่วมมือคนอื่นๆ ของผู้นำทัพ โมฮาเมด ฟาร์ราห์ ไอดิด ผู้นำชนกลุ่มน้อยฮับร์ กิดร์ ตั้งมั่นที่จะรักษาอำนาจเหนือประเทศที่สับสนอลหม่านของเขา แม้ว่านั่นจะหมายถึงความหิวโหยและการสูญเสียชีวิตของชาวโซมาเลีย เพื่อนร่วมชาติเดียวกัน ทหารสหรัฐฯ เดินทางมายังโซมาเลียในฐานะส่วนหนึ่งของกองกำลังนานาชาติประจำสหประชาชาติ ที่เข้ามาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และปกป้องประชาชนผู้หิวโหยทั่วอัฟริกาตะวันออก ซึ่งความขาดแคลนอาหารได้สังหารชีวิตประชาชนไปกว่าสามแสนคน โดยสาเหตุหนึ่งเกิดมาจากการที่ผู้มีอำนาจอย่างไอดิด ได้สั่งเก็บอาหารที่สหประชาชาติส่งมาช่วยประชาชน พวกเขายังสังหารเพื่อนร่วมชาติ เมื่อพวกนั้นพยายามออกมารับของบรรเทาทุกข์ และหนึ่งในการตอบโต้ของชนเผ่าฮับร์กิดร์ต่อความพยายามของสหประชาชาติ ก็คือ การซุ่มโจมตีและสังหารทหารปากีสถาน 24 นาย ทางสหรัฐฯ หวังจะตัดมือและเท้าของไอดิดด้วยการจับกุมตัวสองนายทหารคู่ใจ ซึ่งจะเท่ากับเป็นการริดรอนอำนาจของไอดิดทีละน้อย ภายใต้การบัญชาการของนายพลวิลเลี่ยม เอฟ แกร์ริสัน ภารกิจครั้งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่การจับกุมตัวผู้นำชนกลุ่มน้อยที่จะมาประชุมกันในบ้านหลังหนึ่งใกล้ๆ โรงแรมโอลิมปิค บนถนนฮอว์ลวาดิก ในย่านดาวน์ทาวน์ของโมกาดีชู ทหารสหรัฐฯ 75 นายที่แบ่งออกเป็นสี่หน่วยจะโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์แบล๊กฮอว์กสี่ลำ เพื่อคุ้มกันกองกำลังจู่โจมจากหน่วยเดลต้าทั้งหมด 40 ชีวิต ที่จะบุกเข้าไปในตัวอาคาร จับตัวเป้าหมาย และนำตัวไปยังขบวนรถฮัมวีสและรถบรรทุก 12 คันที่จะวิ่งมาตามถนนฮอว์ลวาดิกเพื่อรับตัวนักโทษ และพาตัวส่งฐานทัพสหรัฐฯ ที่อยู่ห่างออกไปนอกเมืองประมาณสามไมล์ ใกล้ๆ กับอินเดียนโอเชี่ยน ภารกิจมีกำหนดการจะเริ่มต้นขึ้นที่เวลาบ่าย 3 โมง 42 นาที และใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง แว่นตาสำหรับมองภาพตอนกลางคืน และเครื่องมือพิเศษอื่นๆ ถูกทิ้งไว้ที่ฐานทัพสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสามไมล์ ใกล้ๆ อินเดียน โอเชี่ยน...อันเนื่องมาจากไม่จำเป็นต้องใช้ในงานครั้งนี้ แต่เมื่อเครื่องแบล๊กฮอว์ก ซูเปอร์ซิกซ์วัน และซูเปอร์ซิกซ์โฟร์ถูกยิงตก ในระยะเวลาห่างกัน 20 นาที การปฏิบัติภารกิจต้องพลิกจุดมุ่งหมายจากการโจมตีไปเป็นภารกิจช่วยเหลือ และเมืองโมกาดีชูกลับกลายเป็นเหมือนรังแตน เมื่อทหารอเมริกันที่เครื่องตกลงสู่พื้นต้องพบว่าพวกเขาถูกพลเรือนชาวโซมาเลียที่มีอาวุธครบมือโจมตี การต่อสู้ทวีความรุนแรงตลอดทั้งค่ำคืน จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 4 ตุลาคม เป็นผลให้ชาวอเมริกันเสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บ73คน ทางด้านชาวโซมาเลียที่แสดงความเกรี้ยวกราดต่อทหารอเมริกันที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูและผู้บุกรุก ก็ได้รับบาดเจ็บและล้มตายมากมายเช่นกันกำหนดการปฏิบัติงานวันที่ 3 ตุลาคม 19932:49 PM ผู้นำชนกลุ่มน้อยฮับร์กิดร์ เป้าหมายของภารกิจ มารวมตัวกันที่อาคารแห่งหนึ่งบนถนนฮอว์ลวาดิก ในย่านดาวน์ทาวน์ของโมกาดีชู3:32 PM กองกำลังเริ่มปฏิบัติงานพร้อมเครื่องบิน 19 ลำ รถ 12 คัน และกองกำลัง 160 คน3:42 PM การจู่โจมเริ่มต้น โดยทหารสี่หน่วยโรยตัวอย่างรวดเร็วจากเฮลิคอปเตอร์แบล๊กฮอว์กสี่ลำ และทหารหน่วยเดลต้า ฟอร์ซเคลื่อน กำลังจากเครื่องบินลิตเติลเบิร์ด พลทหาร ท็อดด์ แบล๊กเบิร์นตกจากเชือกสู่ถนนด้วยความสูง 60 ฟุต4:00 PM กองทัพติดอาวุธโซมาเลียทั่วโมกาดีชูมารวมตัวกัน ณ พื้นที่เป้าหมาย4:02 PM หน่วยจู่โจมรายงานว่าทั้งกลุ่มผู้นำและคนอื่นๆ อีก 21 คนอยู่ในความควบคุมแล้ว เมื่อหน่วยจู่โจมเตรียมตัวถอนกำลัง รถสามคันถูก ส่งไปรับพลทหารแบล๊กเบิร์นที่ได้รับบาดเจ็บกลับไปยังฐานทัพ4:15 PM การต่อสู้และความสับสนทำให้การขนส่งตัวนักโทษและการถอนกำลังเป็นไปอย่างล่าช้า4:20 PM เครื่องแบล๊กฮอว์ก ซูเปอร์ซิกซ์วัน ซึ่งควบคุมการบินโดยพันจ่าคลิฟฟ์ วอลค็อตต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนด้วยฉายา "เอลวิส" ถูก ยิงและตกลงในจุดที่อยู่ห่างจากอาคารเป้าหมายไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณห้าช่วงตึก4:22 PM ประชาชนชาวโซมาเลียรีบวิ่งไปยังที่เกิดเหตุ นักโทษ, ขบวนรถ และกองกำลังภาคพื้นดินเริ่มเคลื่อนกำลังไปยังจุดที่เครื่องบินตก แบล๊กฮอว์ก ซูเปอร์ซิกซ์โฟร์ ซึ่งควบคุมการบินโดยพันจ่าไมก์ ดูแรนต์ มุ่งหน้าไปยังจุดที่เฮลิคอปเตอร์ลำแรกตก4:28 PM ทีมค้นหาและช่วยเหลือโรยตัวลงเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต4:35 PM ขบวนรถของสหรัฐฯ เลี้ยวผิดทาง และเริ่มขับวนเวียนหลงอยู่ในถนนที่วกวนไปมาของโมกาดีชู และต้องเผชิญหน้ากับการปิดกั้นถนน ในทุกมุมถนน4:40 PM เครื่องแบล๊กฮอว์ก ซูเปอร์ซิกซ์โฟร์ ของไมก์ ดูแรนต์ถูกยิงและตกลงยังจุดที่ห่างจากอาคารเป้าหมายไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณหนึ่งไมล์ กลุ่มประชาชนที่ไม่เป็นมิตรเริ่มเคลื่อนกำลังไปยังเครื่องเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกยิงตก4:42 PM พลแม่นปืนประจำหน่วยเดลต้าฟอร์ซสองนาย คือ สิบเอกแรนดี้ ชักฮาร์ต และแกรี่ กอร์ดอน อาสาสมัครบุกไปยังจุดที่ เฮลิคอปเตอร์ลำที่สองตกเพื่อช่วยคุ้มครองดูแรนต์ที่ได้รับบาดเจ็บและลูกทีมของเขา4:54 PM ขบวนรถที่หลงทาง อันประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่กว่าครึ่งที่ไม่ได้รับบาดเจ็บก็เสียชีวิตแล้ว ต้องล้มเลิกการค้นหาเครื่องแบล๊กฮอว์ กลำแรกที่ถูกยิงตก และเริ่มต้นคลำทางเพื่อมุ่งหน้ากลับฐานทัพสหรัฐฯ ที่ริมฝั่งอินเดียนโอเชี่ยน5:03 PM ขบวนรถฉุกเฉินที่จำนวนน้อยกว่าถูกส่งออกมาเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ยังคงติดอยู่ในจุดที่เครื่องของดูแรนต์ตก ซึ่งพวกเขาต้อง เผชิญหน้ากับการถูกโจมตี การปิดกั้นถนน และอุปสรรคอื่นๆ5:34 PM ขบวนรถทั้งสองขบวน ซึ่งโดนโจมตีมาอย่างหนัก มาบรรจบรวมกำลังกัน และล้มเลิกความพยายามที่จะบุกเข้าไปยังจุดที่เครื่องของ ดูแรนต์ตก ทีมทหารและเดลต้าคอมมานโดที่ยังคงเหนืออยู่เริ่มรายล้อมเข้าหาจุดที่เครื่องแบล๊กฮอว์กลำแรกตก5:40 PM ฝูงพลเรือนโซมาเลียบุกเข้าล้อมจุดที่เครื่องของดูแรนต์ตก สังหารชักฮาร์ต และกอร์ดอน รวมไปถึงลูกทีมที่เหลือของเครื่องซูเปอร์ ซิกซ์โฟร์ ยกเว้นดูแรนต์ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งโดนจับเป็นตัวประกันและถูกทหารโซมาเลียนำตัวไป5:45 PM ขบวนรถสองขบวนเดินทางกลับสู่ฐานทัพ เจ้าหน้าที่จำนวน 99 นายยังคงติดและถูกรายล้อมอยู่ในเมือง และต้องต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต10:00 PM ขบวนคุ้มกันกลุ่มใหญ่ พร้อมด้วยกลุ่มเม้าต์เท่น ดิวิชั่นที่สิบสองกลุ่ม และทาสก์ฟอร์ซ แรนเจอร์ที่เหลือ รวมไปถึงขบวนรถถังของ ปากีสถาน และรถหุ้มเกราะของมาเลเซียภายใต้กองกำลังรักษาความสงบของสหประชาชาติ เริ่มรวมตัวเพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือ ทหารที่โดนรายล้อมอยู่11:23 PM ทีมช่วยเหลือเริ่มออกเดินทางสู่โมกาดีชู วันที่ 4 ตุลาคม 19931:55 AM ทีมช่วยเหลือไปถึงกลุ่มทหารที่ติดอยู่ในวงล้อม ค่ำคืนนั้นตกเป็นของ "ทีมตามล่ายามค่ำคืน" ของสหรัฐ เมื่อพวกเขาบุกตะลุยยิงไป พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์โจมตี ลิตเติลเบิร์ด ที่คอยคุ้มกันเพื่อนทหารที่วิ่งอยู่ในถนนเบื้องล่าง3:00 AM ทีมช่วยเหลือพยายามเคลื่อนย้ายศพของคลิฟฟ์ วอลค็อตต์ นักบินของเครื่องซูเปอร์ซิกซ์วัน เพื่อเป็นไปตามหลักการที่พวกเขาตั้งใจ ไว้ว่าจะไม่ยอมทิ้งเพื่อนเอาไว้เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย(ยังมีต่อ) -อน-