(ต่อ3) วอร์เนอร์บราเดอรส์ ร่วมกับวิลเลจโรดโชว์ พิคเจอร์สเสนอบทประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง "SHOWTIME" - newswit

กรุงเทพฯ--11 มี.ค.--วอร์เนอร์บราเดอรส์ & วิลเลจโรดโชว์ พิคเจอร์ส นักแสดง โรเบิร์ต เดอนีโร (มิช เพรสตัน) ผลงานภาพยนต์สร้างชื่อเรื่องแรกในปี 1969 The Wedding Party โดยไบรอัน เดอ ปาล์มา จนถึงปี1973 ได้รับรางวัล New York Film Critics' Award ในฐานะดาราประกอบชายยอดเยี่ยมถึงสองครั้งด้วยกันจากผลงานยอดเยี่ยมใน Bang the Drum Slowly และจาก Mean Streets โดยมาร์ติน ซอสซีส ในปี 1964 เขาได้รับรางวัลตุ๊กตาทองดาราประกอบชายยอดเยี่ยมจากบทบาทวิโต คอร์ลีโอนใน The Godfather, Part II, และในปี 1980 ได้รับรางวัลออสการ์ตัวที่สองในฐานะดารานำชายยอดเยี่ยมจากบทบาทที่ไม่ธรรมดาเป็น เจค ลามอตตา ใน Raging Bull โดยซอสซีส, เดอนีโรได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลตุ๊กตาทองอีกสี่รางวัลจาก : บทเทรวิส บิคเกิล ในเรื่อง Taxi Driver ที่โด่งดังโดยซอสซีส, บททหารผ่านศึกเวียดนามใน The Deer Hunter โดยไมเคิล ซิมิโน, บทคนไข้โรคจิตใน Awakenings โดยเพนนี มาร์แชล, และในบทชายผู้รอคอยการแก้แค้นใน in Cape Fear ที่ถูกนำมาทำใหม่โดยซอสซีสในปี 1992 ผลงานที่โดดเด่นของเดอนีโรในอดีตประกอบด้วย The Last Tycoon โดยอีเลีย คาซาน, เรื่อง 1900 โดยเบอร์นาโด เบอร์โตลุคซี, เรื่อง True Confessions และ Falling in Love โดยอูลู กรอสบาร์ด, เรื่อง Once Upon a Time in America โดยเซอร์จิโอ ลีโอน, เรื่อง King of Comedy, New York, New York, GoodFellas, และ Casino โดย ซอสซีส, เรื่อง Brazil โดยเทอร์รี่ กิลเลียม, เรื่อง The Mission โดยโรแลนด์ จอฟ, เรื่อง The Untouchables, โดยไบรอัน เดอ ปาล์มมา, Alan Parker's เรื่อง Angel Heart โดยอลัน ปาร์เกอร์, เรื่อง Midnight Run โดยมาร์ติน เบรสท์, เรื่อง Jacknife โดยเดวิด โจนส์, เรื่อง Stanley and Iris โดยมาร์ติน ริตส์, เรื่อง We're No Angels โดยนีล จอร์แดน, เรื่อง Backdraft โดยรอน โฮเวิร์ด, เรื่อง This Boy's Life โดยไมเคิล คาตัน โจนส์, เรื่อง Mad Dog and Glory และเรื่อง A Bronx Tale โดยจอห์น แมคนอตัน, เรื่อง Mary Shelley's Frankenstein โดยเคนเนธ บรานัค, เรื่อง Heat โดยไมเคิล แมนน์, เรื่อง Sleepers and Wag the Dog โดยแบร์รี่ เลวินสัน, เรื่อง Jerry Zaks' Marvin's Room, โดย เจอร์รี่ แซค,เรื่อง The Fan โดยโทนี่ สก็อต, เรื่อง Copland โดยเจมส์ แมนโกลด์, เรื่อง Great Expectations โดยอัลฟองโซ ควารอน, เรื่อง Jackie Brown โดยเควนติน ทารันติโน่, เรื่อง Ronin โดยจอห์น แฟรงเกนไฮเมอร์, เรื่อง Analyze This โดยฮาโรลด์ รามิส , เรื่อง Flawless โดยโจเอล ชูมาร์กเกอร์, เรื่อง Rocky and Bullwinkle โดยเดส แมคนัฟ, เรื่อง Meet The Parents โดยเจย์ โรช, เรื่อง Men of Honor โดยจอร์จ ทิลแมน, เรื่อง Fifteen Minutes โดยจอห์น เฮิร์ซเฟลด์ และเรื่อง The Score ภาพยนต์ดรามาอาชญากรรมโดยแฟรงค์ ออซผลงานเรื่องต่อไปที่จะออกฉายคือเรื่อง City By The Sea โดยไมเคิล คาตัน-โจนส์เดอนีโรได้ก่อตั้งบริษัทโปรดักชั่นของเขาร่วมกับเจน โรเซนธัลในปี 1988 ภายใต้ชื่อ ทรีเบคกา โปรดักชั่น และ ทรีเบคกาฟิล์มเซ็นเตอร์ มีสำนักงานใหญ่ในเขตทรีเบคกาที่นิวยอร์ค โดยเขารับหน้าที่หลากหลายในการดำเนินงาน อาทิเช่น ผู้อำนวยการผลิต ผุ้กำกับการแสดง และนักแสดง อาคารที่ตั้งของฟิล์มเซ็นเตอร์นั้นได้รับการออกแบบเพื่อธุรกิจด้านภาพยนต์และโทรทัศน์ โดยประกอบด้วยอาคารสำนักงาน ห้องคัดตัวนักแสดง โถงจัดเลี้ยง และภัตตาคาร และยังรวมถึงสิ่งอำนวยความบันเทิงทุกรูปแบบในระดับมืออาชีพ ผลงานกำกับการแสดงภายใต้ชื่อทรีเบคกาเรื่องแรกของเดอนีโรได้แก่ A Bronx Tale นอกจากนั้นยังมี Thunderheart, Cape Fear, Mistress, Night and the City, The Night We Never Met, Faithful, Panther, Marvin's Room, Wag the Dog, Analyze This, Flawless, Rocky and Bullwinkle และ Meet The Parents. ในปี 1992 เดอนีโรรั้งตำแหน่งผู้บริหารและดำเนินงานให้กับผลงานซีรี่ส์สร้างชื่อทางโทรทัศน์ของทรีเบคกา เรื่อง Tribeca และในปี 1998 บริษัทได้ผลิตมินิซีรี่ส์ให้กับ NBC โดยอิงจากชีวประวัติของแซมมี่ 'The Bull' กราวาโน่เอ็ดดี้ เมอรืฟี่ย์ (เทรย์ เซลลาร์ส) เริ่มงานด้านการแสดงด้วยการเป็นนักพูดเรื่องตลกเมื่อ 25 ปีก่อน และเข้าร่วมทีมกับคณะ Saturday Night Live เมื่ออายุ 19 ในปี 1980 และเริ่มแสดงภาพยนต์จอเงินจนได้รับความสำเร็จตั้งแต่นั้นมา รายได้รวมของภาพยนต์ที่เขาแสดงจัดว่าอยู่ในกลุ่มติดอันดับสูงสุดของวงการผลงานสร้างชื่อรวมถึง 48 Hours, Trading Places, Dr. Doolittle, Coming to America และ ซีรี่ส์เรื่อง Beverly Hills Cop ในปี 1989 มีผลงานกำกับการแสดงเรื่องแรกใน Harlem Nights ภาพยนต์เบาสมองย้อนยุคซึ่งเขามีส่วนเขียนบทและแสดงนำร่วมกับริชาร์ด ไพรเออร์ และเรดด์ ฟอกซ์ ในปี 1996 เขาแสดงถึง 7 บทบาทที่แตกต่างกันในภาพยนต์โด่งดังสุดฮิตเรื่อง The Nutty Professor เมอร์ฟี่ย์สร้างและแสดงในเรื่อง Life ร่วมกับมาร์ติน ลอว์เรนซ์ และกับสตีฟ มาร์ตินใน Bowfinger และให้เสียงเป็น Mushu the Dragon ในหนังแอนนิเมชั่นชื่อดัง Mulan เมื่อเร็วนี้มีผลงานแสดงใน Nutty Professor II: The Klumps ร่วมกับ เจเน็ท แจ็คสัน; Dr. Doolittle 2; และให้เสียงร่วมกับไมค์ ไมเออร์ส และคาเมรอน ดิอาซ ในหนังแอนนิเมชั่นฮิตของดรีมเวิร์คส เรื่อง Shrek ผลงานที่จะออกฉายต่อไปเรื่อง Pluto Nash และที่กำลังอยู่ระหว่างถ่ายทำเรื่อง I Spy เขายังมีแผนงานที่จะกลับไปร่วมผลิตภาพยนต์เรื่อง The Incredible Shrinking Man กับไบรอัน เกรเซอร์ ให้กับยูนิเวอแซลและอิเมจิน เรเน รัสโซ (เชส เรนซี) ยังคงแสดงความสามารถในการรับบทอันหลากหลายอย่างต่อเนื่อง ในเรื่อง The Thomas Crown Affair หนังดังแห่งปี 1968 ซึ่งเพิ่งถูกนำมาสร้างอีกครั้ง เธอรับบทผู้ตรวจการเสน่ห์แรงและเผ็ดร้อน ร่วมกับเพียซ บรอสแนน, รัสโซยังมีความสามารถในการแสดงบทเบาสมองอันจะเห็นได้จากผลงานในเรื่อง Tin Cup ร่วมกับเควิน คอสเนอร์ และดอน จอห์นสัน และความสามารถด้านดราม่าในการแสดงกับเมล กิ๊บสัน, แกรี่ ซินเนส และเดลรอย ลินโด ในบทแม่ที่ลูกถูกลักพาตัวในภาพยนต์ระทึกขวัญของรอน โฮเวิร์ด เรื่อง Ransom ผลงานที่กำลังจะตามมาในภาพยนต์เบาสมองของดิสนีย์เรื่อง Big Trouble กำกับโดย แบร์รี่ ซอนเนอร์ฟิลด์ ซึ่งเธอแสดงร่วมกับ ทอม ไซส์มอร์ และทิม อัลเลน จากผลงานประพันธ์ของเดฟ แบร์รี่ คอลัมนิสต์เจ้าของรางวัลพุลลิทเซอร์ผลงานที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดังจากการรับบทนักสืบราชการภายในคู่กับเมล กิ๊บสันและแดนนี่ โกลเวอร์ ในเรื่องสุดฮิต Lethal Weapon 3 และในปี 1998 ได้รับบทซ้ำใน Lethal Weapon 4 หลังจากนั้นรัสโซแสดงร่วมกับคลินท์ อีสท์วู้ด และจอห์น มัลโควิช ในภาพยนต์ติดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิซเรื่อง In The Line of Fire และต่อมาในเรื่องระทึกขวัญ Outbreak ร่วมกับดัสติน ฮอฟแมน และมอร์แกน ฟรีแมน หลังจากนั้นใน Get Shorty กับจอห์น ทราโวลต้า ยีน แฮคแมน และแดนนี่ เดอวีโต้ และได้รับบทเกอร์ทรูด ลินช์ใน Buddy ส่วนผลงานร่วมกับโรเบิร์ต เดอ นีโร และเจสัน อเล็กซานเดอร์ ในภาพยนต์แอ็คชั่น/สเปเชียลเอ็ฟเฟ็ค เรื่อง Rocky and Bullwinkle ตั้งแต่ผลงานเรื่องแรกในปี1989 Major League เป็นต้นมา ผลงานที่สร้างชื่อให้รัสโซยังรวมถึง Mr. Destiny, One Good Cop, และ Freejack เธอถูกชักชวนให้เป็นนางแบบแฟชั่นตั้งแต่อายุ 18 เมื่อไปดูคอนเสิร์ตโรลลิ่งสโตน หลังจากนั้นจึงย้ายเข้ามาอยู่ที่นิวยอร์คและแสดงแบบให้กับ Ford Agency ได้ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นทุกเล่มในอาชีพนางแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง รัสโซและสามีนักเขียนบทภาพยนต์ของเธอแดนนี่ กิลรอย พำนักอยู่ในลอส แอนเจลิสพร้อมกับโรสลูกสาวของพวกเขา แฟรงกี้ อาร์ ไฟสัน (ร.ต.อ. วินชิพ) จบการศึกษาด้านการแสดง (MFA) จาก New York University ได้รับเสนอชื่อชิงรางวัล Tony และ Drama Desk สำหรับดาราประกอบชายยอดเยี่ยมจากการรับบทเกเบรียลผู้พิการทางสมอง คู่กับเจมส์ เอิร์ล โจนส์ในละครได้รับรางวัลของออกัสต์ วิลสันเรื่อง Fences ผลงานในบรอดเวย์ของเขายังมี Getting Away with Murder และผลงานกับ Brooks Atkinson Theatre เรื่อง Of Mice and Men และของ Circle in the Square เรื่อง The Iceman Cometh และ The Shadow Box. ผลงานภาพยนต์ที่สร้างชื่อได้แก่ The Silence of the Lambs และตอนถัดมาในชื่อ Hannibal รวมทั้ง Sommersby, Freejack, Albino Alligator, Roommates, Mississippi Burning, Do the Right Thing, Coming to America, The Money Pit, Hanky Panky, Cat People, City of Hope, The Chosen and Ragtime ซึ่งได้รับเกียรติให้แสดงร่วมกับเจมส์ แคนนี ในภาพยนต์เรื่องสุดท้ายของเขา เร็วๆ นี้ มีผลงานเรื่อง Down to Earth กับคริส ร็อค และในเรื่อง Sleepy Time Gal ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Sundance; เรื่อง The Thomas Crown Affair กับเรเน รัสโซ และเพียซ บรอสแนน ; เรื่องแนวดราม่า 13 Conversations About One Thing; และหนังของ TNT film เรื่อง The Santa Claus กับวูปปี้ โกล์เบิร์ก ก่อนหน้าเรื่องนี้ใน Mother Night กับนิค โนลเต้ และใน Love Trouble กับจูเลีย โรเบิร์ตสผลงานที่จะตามมาในปีนี้ยังมี Gods and Generals ภาคแรกของเรื่องราวสงครามกลางเมือง Gettysburg และในซีรี่ส์เรื่องใหม่ของ HBO The Wire ทางโทรทัศน์เขายังมีงานต่อเนื่องใน True Colors, Prey ของ ABC และ Hot Hero Sandwich ของ NBC และเป็นแขกรับเชิญให้กับ Law and Order, The Cosby Show, Hawk และใน OZ ของ HBO รวมทั้งในรายการโชว์ต่างๆ อีกมากมายไฟสันและภรรยาของเขาเจน แมนเดลซึ่งเป็นผู้กำกับศิลป์ให้กับ Luna Stage และลูกสาว 3 คน ทั้งหมดมีบ้านอยู่ใกล้กับนิวยอร์ค วิลเลี่ยม แชทเนอร์ (เป็นตัวเอง) ทำงานหลากหลายตั้งแต่เป็นนักแสดง ผู้กำกับการแสดง และแต่งหนังสือ ผลงานเขียนล่าสุดเป็นนวนิยายผจญภัยเรื่อง The Preserve และผลงานกำกับและแสดงในหนังที่ร่วมเขียนบทเรื่อง Groom Lake ซึ่งใกล้เสร็จสิ้นแล้ว ในปี 1999 แชทเนอร์ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy จากผลงานแสดงในบทตลกเป็นไอ้หัวโตใน 3rd Rock from the Sun. ของ NBC Star Trek V เป็นผลงานกำกับการแสดงครั้งแรกของแชทเนอร์ นับแต่นั้นมาเขาก็มีผลงานกำกับภาพยนต์โทรทัศน์จบในตอน และเรื่อง TekWar หนังเรื่องแรกในจำนวนสี่เรื่องที่มีความยาว 2 ช.ม. ของช่อง Sci Fi จากหนังสือชุดนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่เขาเป็นผู้แต่ง ซึ่งเขาเป็นผู้บริหารและดำเนินงานสร้างอีกทั้งยังร่วมแสดงเป็น Walter Bascom อีกด้วย เนื่องมาจากความสำเร็จที่ได้รับจากนวนิยายชุดวิทยาศาสตร์เรื่องแรก TekWar แชทเนอร์มีผลงานเรื่องต่อมาอีกมากมายรวมทั้ง Man O'War ซึ่งอยู่ในระหว่างถ่ายทำเป็นมินิซีรี่ส์ของโชว์ไทม์ และยังมี Star Trek Memories (กับคริส เกรกส) และ Star Trek Movie Memories. แชทเนอร์ดำรงตำแหน่ง CEO ของ C.O.R.E. Digital Pictures บริษัทสเปเชีลเอ็ฟเฟ็ค ซึ่งดูแลการผลิตด้วยภาพจากคอมพิวเตอร์ให้กับภาพยนต์เรื่อง Mimic และ Dr. Doolittle. ผลงานแสดงที่มีชื่อเสียงได้แก่เรื่อง Free Enterprise, Land of the Free ของ HBO, National Lampoon's Loaded Weapon, Star Trek: Generations, และภาพยนต์สุดฮิต Miss Congeniality เมื่อปีกลายแชทเนอร์เป็นผู้ให้เสียงในภาพยนต์แอนนิเมชั่น Osmosis Jones, Eek the Cat และ Hercules ของดิสนีย์ นอกเหนือจากเป็นผู้บรรยายในสารคดีมากมาย และยังเป็นผู้จัดรายการซึ่งได้รับรางวัลอย่างเช่น Rescue 911, และ Voice of the Planet, รายการซีรี่ส์สิบตอนจบของ TBS ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นชาวมอนทรีล เริ่มทำงาน ครั้งแรกที่บริษัท Canadian Repertory และร่วมงานกับ Stratford Shakespeare Festival, ภายใต้การดูแลของ Tyrone Guthrie ในงานผลิตเรื่อง Tamburlaine ซึ่งแสดงที่บรอดเวย์ หลังจากนั้นเป็นผู้เขียนบทละครให้กับ CBC แชทเนอร์เคยแสดงในรายการโทรทัศน์ชื่อดังเช่น Playhouse 90 และ Studio One ก่อนมีผลงานสร้างเรื่องแรกของเขา The Brothers Karamazov, ตามมาด้วย Judgment at Nuremberg และ The Intruder ในระหว่างนั้นยังแสดงละครบรอดเวย์เรื่อง The World of Suzie Wong และ A Shot in the Dark. เป็นนักแสดงรับเชิญให้กับรายการโทรทัศน์มากมายตั้งแต่ปี 1960 ก่อนรับบทกัปตันเจมส์ ที เคิร์ก ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกใน Star Trek ดังที่จะได้ชมในเรื่อง Showtime, ภาพยนต์ดราม่าอาชญากรรมที่สร้างชื่อให้กับเขาทางโทรทัศน์คือเรื่อง T.J. Hooker (ยังมีต่อ)

ข่าว ดูคอนเสิร์ต ล่าสุด